ตลอด 19 ปีที่ผ่านมาโรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ส่งรถออกสู่ถนนทั่วโลกมานับไม่ถ้วน ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ประตูโรงงานได้เปิดให้เห็นถึงขั้นตอนการผลิตรถยนต์ที่น่าประทับใจกว่าที่คิด

เราได้เห็นสายการผลิตรถเครื่องยนต์สันดาป ทั้งรถกระบะ HILUX และรถอเนกประสงค์ FORTUNER รวมถึงพระเอกรุ่นใหม่อย่าง LAND CRUISER FJ ทั้งยังได้เยี่ยมชมสายการผลิตรถกระบะไฟฟ้า Hilux Travo-e ที่ผลิตเพื่อรองรับ ตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ

โตโยต้ายังให้ความสาคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ “ชีวพนาเวศ” ท่ีมุ่งสร้างความตระหนักด้านการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการดำเนิน “โครงการโซลาร์ฟาร์ม” ขนาดใหญ่ ที่สามารถผลิตพลังงานสะอาดและช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

บนพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ ประกอบไปด้วยสายการผลิต ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานระดับโลก โรงงานบ้านโพธิ์ติดท็อป 5 โรงงานยั่งยืนจากโตโยต้าทั่วโลก มีกำลังการผลิตสูงถึง 100,000 คันต่อปี

ถ้าจะให้เปรียบเทียบการผลิตรถยนต์หนึ่งคันของโตโยต้า โดยเริ่มจากต้นน้ำที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบ ถัดมากลางกลางน้ำ ใส่ใจกับกระบวนการประกอบ จนถึงปลายน้ำ ถึงมือผู้บริโภค ทุกขั้นตอนล้วนพิถีพิถัน ทุกอย่างผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

เคยมีคนตั้งคำถามว่า “ทำไมรถโตโยต้าถึงทนทาน?” คำตอบส่วนหนึ่งก็อยู่ที่พื้นที่กว่า 1,500 ไร่ ใกล้แม่น้ำในอำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่นี่คือโรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 3 ของโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดสายการผลิตครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 และยังคงทำงานจนถึงวันนี้

สิ่งแรกที่ทำให้โรงงานแห่งนี้แตกต่างจากหลายๆ โรงงาน คือระบบที่ใช้ขับเคลื่อนทุกอย่าง คนโตโยต้าเรียกสิ่งนี้ว่า Toyota Production System (TPS) ซึ่งเป็นปรัชญาการผลิตที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ยืนอยู่บนเสาหลัก 2 ต้น คือ 1. Just-In-Time ผลิตตรงเวลา ตรงปริมาณ ไม่มีส่วนเกิน และ 2. Jidoka รับประกันคุณภาพทุกขั้นตอน ทุกคนในกระบวนการผลิตต่างต้องรับผิดชอบโดยไม่มีข้อยกเว้น

ระหว่างกระบวนการผลิตจะมีระบบ POKA YOKE ทำงานอยู่ตลอดเวลา คอยตรวจจับสิ่งผิดปกติทุกจุดโดยอัตโนมัติ ก่อนที่ปัญหาจะถูกส่งต่อไปยังขั้นตอนถัดไป

จากกระบวนการผลิตมาตรฐานในโรงงานแห่งนี้ยังมีระบบ E-KANBAN ทำหน้าที่จัดการสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ เพื่อไม่ให้มีชิ้นส่วนค้างสต็อก ไม่มีการรอคอยในสายการผลิต และที่สำคัญ ไม่มีต้นทุนสูญเปล่า ทุกอย่างไหลลื่นและแม่นยำ

กระบวนการกลางน้ำ เริ่มจากการเดินทางของเหล็กแผ่นหนึ่งจนกลายเป็นรถยนต์ 1 คันซึ่งต้องผ่าน 6 โรงงานหลักที่เชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบ โรงปั๊มชิ้นส่วน ขึ้นรูปตัวถังด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผลิตได้สูงถึง 2,380 ชิ้น/ชั่วโมง พร้อมระบบควบคุมคุณภาพตั้งแต่ชิ้นแรก ต่อด้วยโรงเชื่อมตัวถัง ซึ่งมีหุ่นยนต์ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์เชื่อมโครงสร้างด้วยความแม่นยำสูงสุด พร้อมลดการใช้พลังงาน

จากนั้นเข้าสู่โรงพ่นสี โตโยต้าถือเป็นรายแรกในไทยที่ใช้ Waterborne Painting System สีละลายในน้ำ ไม่ใช่ทินเนอร์ ลดสาร V OC ที่กระทบต่อระบบหายใจ โรงฉีดขึ้นรูป ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกทีทำงานรวดเร็วกว่าเครื่องฉีดปกติทั่วไป ควบคุมสีโดยช่างผู้ชำนาญ จนมาถึงโรงประกอบรถยนต์ ประกอบชิ้นส่วนทุกอย่างเข้าด้วยกัน ตั้งแต่แอร์ เบาะ เข็มขัด กันชน ไฟหน้า เครื่องยนต์ จนถึงเบรก ล้อและช่วงล่าง

หลังจากนั้นรถทุกคันต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้าย ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจทุกระบบอย่างพิถีพิถัน รวมถึงทดสอบขับจริงในสนามทดสอบ ก่อนส่งมอบให้ลูกค้า

ปัจจุบันโรงงานบ้านโพธิ์ยังเปิดสายการผลิตใหม่สำหรับ Hilux Travo-e รถกระบะไฟฟ้าที่ผลิตทั้งเพื่อตลาดในประเทศและส่งออก สะท้อนให้เห็นว่าโตโยต้าไม่ได้แค่ตามกระแส EV แต่พร้อมผลิตจริง ส่งจริงจากโรงงานในไทย

มาถึงกระบวนการปลายน้ำ ซื้อแล้วไม่ทิ้งกันแน่นอน คุณค่าที่คุ้มกว่าราคาที่จ่าย มาตรฐานการผลิตที่เข้มข้นไม่ได้หยุดอยู่ที่ประตูโรงงาน โตโยต้าสร้างระบบนิเวศ ที่ดูแลลูกค้าต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน ภายใต้แนวคิด Toyota Trusted Services

ตอนซื้อ มีการรับประกันรถที่ผ่านมาตรฐาน TPS ทุกขั้นตอน มั่นใจได้ก่อนออกจากโชว์รูม ระหว่างใช้งานมีบริการหลังการขายและอะไหล่แท้ที่ครอบคลุม รองรับการใช้งานระยะยาว และที่คนใช้รถเป็นห่วงมากที่สุดคือ ราคาขายต่อ ชื่อเสียง HILUX และ FORTUNER ในตลาดมือสองรักษามูลค่าได้ดีที่สุดในระดับเดียวกัน

HILUX ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าชาวไทยและทั่วโลก สะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตระดับสากลของโตโยต้า มูลค่าของรถโตโยต้าในตลาดมือสองนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์จากสายการผลิตที่ไม่ยอมปล่อยผ่านข้อบกพร่องแม้แต่ชิ้นเดียว และระบบบริการที่ทำให้รถยังอยู่ในสภาพดีหลังใช้งานมาหลายปี

โรงงานบ้านโพธิ์ ยังได้รับยกย่องว่าเป็นโรงงานแห่งอนาคตที่ผลิตรถ แต่ไม่ทำร้ายโลก ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ ด้วยมาตรฐานที่ทำให้ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 5 โรงงานยั่งยืนที่ดีที่สุดจากโตโยต้าทั่วโลก ใช้เทคโนโลยีสีเขียว ในทุกกระบวนการ มีระบบบำบัดน้ำหมุนเวียน ลดการพึ่งพาน้ำประปา หลังคาโปร่งแสงและ Karakuri System ที่ช่วยการใช้ลดพลังงานได้มาก มีศูนย์เรียนรู้ “ชีวพนาเวศ” ต้นแบบอนุรักษ์ระดับประเทศ ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ “ชีวพนาเวศ” ที่ตั้งขึ้นในปี 2559 ได้รับการรับรองเป็น 1 ใน 5 พื้นที่ต้นแบบ OECMs ซึ่งเป็นการบริหารจ้ดการพื้นที่ อนุรักษ์นอกเขตคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพของประเทศไทย สอดรับเป้าหมายโลกที่จะเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ให้ครอบคลุม 30% ภายในปี 2030 เพราะโตโยต้าเชื่อว่า อุตสาหกรรมที่ดีต้องอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไม่ใช่การแทนที่

โรงงานแห่งนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ซื้อรถยนต์โตโยต้าไม่ได้จ่ายเพียงแค่ตัวรถ แต่ยังจ่ายเพื่อสิ่งแวลดล้อมที่สามารถส่งต่อไม่ว่าจะเป็น HILUX, FORTUNER, LAND CRUISER FJ, Hilux Travo-e ทั้งหมดล้วนทำคลอดจากโรงงานบ้านโพธ์

































