ตลาด SUV ระดับลักเซอรี่ในประเทศไทยที่มีมูลค่าความต้องการสูงถึง 30,000 คันต่อปี กำลังก้าวเข้าสู่จุดเดือดสูงสุด เมื่อเจ้าตลาดฝั่งยุโรปทั้งเมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู ออดี้ ฯลฯ กำลังถูกท้าทายอย่างหนักจาก 2 ขั้วอำนาจแห่งเอเชีย

ฝั่งหนึ่งคือค่ายจีนที่ขนทัพ EV และ EREV ไฮเทคออปชั่นล้นทะลัก ส่วนอีกฝั่งคือค่ายญี่ปุ่นที่เตรียมส่ง SUV เรือธงรุ่นใหญ่ทวงคืนความเชื่อมั่นด้วยระบบไฮบริดประกอบในไทย มีกำหนดเปิดตัวปลายปีนี้

สำหรับดาวเด่นค่ายจีนซึ่งมักใช้จุดขายเรื่องไฮเทค และราคาจับต้องได้ง่าย สเปกไม่ต้องพูดถึง มาระดับยานแม่เลยทีเดียว หวังกวาดส่วนแบ่งตลาดกลุ่มผู้ชอบความล้ำสมัย

ประเดิมกันที่ Zeekr 9X เอสยูวีขนาดใหญ่ระดับเรือธง ขับเคลื่อนด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มิติตัวถัง ยาว 5,239 มม. กว้าง 2,029 มม. สูง 1,819 มม. ระยะฐานล้อ 3,169 มม. เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัวให้พละกำลังสูงสุด 1,401 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม เพียง 3.1 วินาที แบตเตอรี่ CATL ความจุ 70 kWh (สถาปัตยกรรม 900V) รองรับกำลังชาร์จระดับ 6C (ชาร์จจาก 30% ถึง 80% ในเวลาเพียง 9 นาที) โหมดไฟฟ้าล้วน (EV) วิ่งได้ 380 กม. ระยะทางรวม (น้ำมัน+ไฟฟ้า) เกิน 1,000 กม. ตามมาตรฐาน CLTC

ช่วงล่างมาพร้อมระบบถุงลมแบบ Dual-Chamber พร้อมโช้คอัพ CDC ปรับความสูงใต้ท้องรถได้สูงสุด 28.8 เซนติเมตร ราคาเปิดตัวในประเทศจีนอยู่ที่ 465,900 – 599,900 หยวน คิดเป็นเงินบาทไทยประมาณ 2.17 – 2.70 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้า ซึ่งคาดว่าถ้าเข้ามาเปิดตัวในไทยราคาคงอยู่ระดับ 3 ล้านบาทอัพ
ถัดมาเป็น XPENG G9 รถ Full Size SUV ไฟฟ้า 100% ระดับพรีเมียม โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้า 800V ชาร์จไฟเร็ว ขนาดมิติตัวรถอยู่ที่ (กว้างxยาวxสูง) 4,891 × 1,937 × 1,680 มม. มาพร้อมขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่เลือกระดับความแรงได้

รุ่น RWD ขับเคลื่อนล้อหลัง มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 313 แรงม้า รุ่น Performance ขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลังรวมสูงสุด 543 แรงม้า แรงบิด 717 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.9 วินาที แบตเตอรี่มีให้เลือกทั้งขนาดประมาณ 79-98 kWh ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย วิ่งได้ระยะทางสูงสุดราว 570 – 702 กม. มาตรฐาน CLTP ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. จุดเด่นเทคโนโลยี คือ ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295P หน้าจอคู่ขนาด 14.96 นิ้ว และมาตรวัดขนาด 10.25 นิ้ว รองรับเครือข่าย 5G ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการอยู่ในช่วง 3.19 – 3.49 ล้านบาท

คันต่อมา AVATR 11 Royal Edition ลูกประสมสุดล้ำจาก Changan, Huawei และ CATL ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ โดยโดดเด่นด้วยดีไซน์ SUV Coupe ไซส์ยักษ์ท้ายลาด เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้ามีระบบนวดและระบายอากาศ รุ่นท็อปใช้หนังเกรดพรีเมียม Semi-Aniline และเบาะนั่งแบบ Zero-Gravity หน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว ประกบด้วยหน้าจอคนขับและผู้โดยสารขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมระบบเสียงลำโพง Meridian สูงสุด 25 ตำแหน่ง มาพร้อมเซนเซอร์และกล้องรอบคันสำหรับระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS ขณะที่ช่วงล่างปรับมาใช้ช่วงล่างแบบถุงลมแล้ว ซึ่งตัวเดิมไม่มีมาให้ โดยมีราคาจำหน่าย 2.899 ล้านบาท

Hongqi E-HS9 เป็นรถ Full Size SUV ไฟฟ้าระดับ Ultra-Luxury ขับเคลื่อน 4 ล้อ มอเตอร์คู่ พละกำลังสูงสุด 493 แรงม้า แบตเตอรี่ขนาด 120 kWh วิ่งได้ไกลสุด 760 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน CLTC) มิติตัวถังใหญ่รองรับ 6 ที่นั่ง ราคาจำหน่ายในไทยอยู่ที่ 2,99 ล้านบาท สำหรับลูกค้า 400 คันแรก

และล่าสุดเห็นเปิดตัวไปที่งานปักกิ่งมอเตอร์โชว์กับ IM LS8 ที่น่าจะเข้ามาเสริมทัพต่อจากรุ่นพี่อย่าง IM5 และ IM6 ไฮไลท์และสเปกเด่นมีให้เลือกทั้งแบบ EV และ EREV ขุมพลัง EREV วิ่งได้ไกลสุดกู่ 1,605 กม. ต่างจากรถ EV 100% ทั่วไป ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ให้ฟิลลิ่งการขับขี่แบบรถไฟฟ้าล้วน 100% มีเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 เทอร์โบ ทำหน้าที่เป็นปั่นกระแสไฟฟ้าลงแบตเตอรี่ ไม่ได้ส่งกำลังไปที่ล้อโดยตรง

ตัวรถเป็น Full Size SUV ที่ใหญ่บึกบึน ยาวเกิน 5 เมตร แต่โดดเด่นด้วยระบบ Lingxi Digital Chassis 3.0 ร่วมกับ ระบบเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ ภายในอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและความหรูหราขั้นสุด หน้าจอคู่ล้อมรอบขนาดใหญ่ โดยจอกลางมีความละเอียดสูงถึง 5K MiniLED ขนาด 27.1 นิ้ว ระบบประมวลผลอัจฉริยะชิป Qualcomm 8295P ร่วมกับชิป NVIDIA Thor

สำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติและเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา เครื่องเสียงระดับโลก Bang & Olufsen (B&O) รอบทิศทางสูงสุดถึง 25 ลำโพง เบาะนั่งแถวสองแบบ VIP มีฟังก์ชันนวด อุ่นเบาะ เป่าลม พร้อมตู้แช่เย็น/อุ่นร้อน ขนาด 12.3 ลิตร คาดการณ์ราคา และตารางจำหน่าย ในประเทศจีนเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 249,800 – 299,800 หยวน เข้ามาทำตลาดในไทย คาดว่าราคาจะขยับขึ้นไปอยู่ในช่วง 2.2 – 2.8 ล้านบาท
ส่วนขุนพลฝั่งญี่ปุ่น All-New Honda Avancier มีขุมพลังe:HEV (Hybrid) ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Turbo 193 แรงม้า และ 2.0 ลิตร Turbo 272 แรงม้า มาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะแบบจัดเต็ม มิติตัวถัง ความยาว 4,858 มม. กว้าง 1,942 มม. สูง 1,675 มม. ระยะฐานล้อ ยาว 2,820 มม.

กระจังหน้าดีไซน์พรีเมียม ไฟหน้าแบบ Full LED และไฟท้ายรูปตัว C มาพร้อมระบบ Honda SENSING ที่รวมระบบช่วยควบคุมรถกึ่งอัตโนมัติ กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ราคาคาดการณ์ 1.9-2.4 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดไทยปลายปีนี้และอาจมีรุ่น PHEV ตามมา โดยชูจุดเด่นเรื่องห้องโดยสารที่กว้างขวางระดับลีมูซีน โลโก้ H Mark ดีไซน์ใหม่ ระบบช่วงล่างไฟฟ้า Adaptive Damper และศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
และที่ไม่อยากให้พลาด คือการกลับมาของ King of Desert กำลังจะคืนบัลลังก์ All-New Mitsubishi Pajero 2026 Full Size SUV เต็มรูปแบบ มิติตัวถังยาวถึง 5,100 มม. กว้าง 1,930 มม. สูง 1,815 มม. ระยะฐานล้อ 3,130 มม. ใช้แพลตฟอร์ม Body-on-Frame ใช้ร่วมกับกระบะ Triton รุ่นใหม่ ให้ความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างที่ดีกว่าเดิม พร้อมขนาดที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ Pajero 2026 หลุดออกจาก Segment เดิมของตัวเองไปอยู่ในระดับ Premium Off-Road SUV แทน

หัวใจขับเคลื่อนหลักคือเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร Twin-Turbo (4N16 รุ่นล่าสุด) ให้แรงบิดสูงสุดถึง 470 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และข่าวที่น่าตื่นเต้นกว่าคือ มีรายงานว่า Mitsubishi กำลังพิจารณาอัปเกรดเป็นเกียร์ 8 สปีด และอาจมีรุ่น PHEV ที่ดึงมอเตอร์ และแบตเตอรี่จาก Outlander PHEV มาใช้ด้วย หากเกิดขึ้นจริงพละกำลังรวมอาจแตะ 400 แรงม้าเลยทีเดียว

เห็นสเปคและราคากันแล้ว ทีนี้มาดูจากการนำสมการทั้งราคา สเปค และความคุ้มค่า ฟันธงแยกตามกลุ่มผู้ซื้อได้ 3 สไตล์อย่างชัดเจน
คุ้มค่าและสมเหตุสมผลที่สุด ยกให้ AVATR 11 ที่เพิ่งปรับโฉมไปหมาดๆ ได้ช่วงล่างถุงลม ด้านสมรรถนะเทียบชั้นรถยุโรปราคา 3-4 ล้านบาทได้อย่างสบายๆ หรือจะ XPENG G9 ก็ดูถ้า เพราะถือเป็นตัวเลือกที่ฉลาดซื้อที่สุดสำหรับผู้ที่พร้อมใช้ EV 100%

ส่วนนวัตกรรมตอบโจทย์การเดินทางไกลที่สุด คงต้องยกให้ IM8 ได้ฟีลการขับขี่แบบรถไฟฟ้า นั่งเบาะ VIP หรูหราจัดเต็ม แต่ไม่อยากกังวลเรื่องการรอคิวชาร์จไฟ ระบบ EREV วิ่งไกล 1,600 กม. และระบบเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะของ IM8 คือคำตอบที่ปฏิวัติวงการ SUV ไซส์ยักษ์อย่างแท้จริง

ถ้าเลือกความหรูหราด้วยรูปร่างหน้าตาและเทคโนโลยี ก็ไม่ยากเพราะ Zeekr 9X ชัดเจนในจุดนี้ ส่วนรถที่มีประวัติศาสตร์อย่าง Hongqi ที่เปิดตัวมากับรุ่น E-HS9 ที่มาแบบเน้นสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกตื่นเต้น เร้าใจ แต่เสียดายที่ห้องโดยสารภายในแถว 2 และ 3 ยังนั่งไม่สบายเท่าไหร่

แต่หากเลือกความมั่นใจก็คงหนีไม่พ้นแบรนด์ญี่ปุ่น ที่หากเลือกสไตล์เดินทางในเมืองเป็นหลัก Honda Avancier น่าจะตอบโจทย์ แต่หากเลือกสไตล์สายลุย ก็คงเป็น All New Mitsubishi Pajero ถึงตรงนี้ก็เลือกเอาแล้วกันครับ ว่าชอบแบบไหน บอกเลยว่าปลายปี มีมาให้ครบทุกแบบ อยู่ที่ว่าคุณจะชอบรถแบบไหน ราคาไหน เท่านั้นเอง















