แม้ว่าโตโยต้าจะยังคงเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านรถยนต์ของญี่ปุ่นก็กำลังเผชิญกับแรงกดดันจาก Tesla และผู้ผลิตรถยนต์จากจีนอย่าง BYD ที่กำลังบีบให้ภาคอุตสาหกรรมต้องปรับตัว มิฉะนั้นอาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

“ดูเหมือนว่าบริษัทกำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่” นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของ “อากิโอะ โตโยดะ” ประธานคนปัจจุบันและอดีตซีอีโอของโตโยต้า ที่ให้ไว้กับสถานีโทรทัศน์ NHK ของญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆ นี้
โตโยต้าเปิดเบื้องหลังของวิกฤตและการปรับตัว อันเกิดจากคำสารภาพของวิศวกรบางส่วนที่ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า โตโยต้ากำลังแพ้จีน ในด้านความเร็วของการพัฒนาและวิธีการผลิต

ดังนั้น Corolla ที่เป็นสัญลักษณ์และเดิมพันด้วยยอดขายสะสมกว่า 57 ล้านคันตลอด 60 ปี Corolla ไม่ใช่แค่รถยนต์รุ่นหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของบริษัท การที่โตโยต้าเลือกใช้ชื่อ Corolla ในการรุกตลาด EV เต็มตัวจึงเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญเพื่อรักษาบัลลังก์จากคู่แข่งอย่าง Tesla และ BYD
โตโยต้าใช้กลยุทธ์ Multi-Pathways ในขณะที่ BYD เน้นเฉพาะรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) แต่โตโยต้ายังยืนหยัดในแนวทาง ความหลากหลายโดยเชื่อว่าแหล่งพลังงานอาจต่างกัน แต่ตัวรถต้อง “ดูดีและน่าขับ” สำหรับทุกคน

โตโยต้าใช้ความร่วมมือเพื่อความอยู่รอดในสมรภูมิที่ดุเดือดอย่างประเทศจีน โตโยต้าเลือกที่จะไม่สู้เพียงลำพัง แต่มีการร่วมมือกับพันธมิตรจีน รวมถึงการใช้แบตเตอรี่หรือระบบบางอย่างของ BYD ในรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นของตนเองด้วย
อากิโอะ โตโยดะ ยังได้สรุปให้เห็นว่า Toyota Corolla เจเนอเรชันใหม่ จะต้องเป็นการสร้างรถยนต์ที่ดูดีและทุกคนอยากขับ ไม่ว่าแหล่งพลังงานจะเป็นอะไรก็ตาม
นวัตกรรมแพลตฟอร์มใหม่ เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกออกแบบมาให้ “ยืดหยุ่นสูงสุด” สามารถรองรับระบบขับเคลื่อนได้ทุกรูปแบบในโครงสร้างเดียว เน้นรูปทรงที่เพรียวบาง ด้านหน้ามีความสปอร์ตมากขึ้น คล้ายรถต้นแบบ Corolla Concept และพยายามเพิ่มประสิทธิภาพ R&D เพื่อย่นระยะเวลาการผลิตให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก
สำหรับรายละเอียด Corolla แยกตามประเภทเชื้อเพลิงและระบบขับเคลื่อน เริ่มจาก ICE เครื่องยนต์สันดาปภายใน ยังคงมีจำหน่ายสำหรับตลาดที่โครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้ายังไม่พร้อม โดยใช้แพลตฟอร์มและดีไซน์ใหม่ร่วมกับรุ่นไฟฟ้า

HEV หรือไฮบริดแบบดั้งเดิม ยังคงเป็นหัวใจหลักที่สร้างกำไรและยอดขายทั่วโลกโดยเฉพาะในอเมริกาและเอเชีย เน้นความประหยัดและความน่าเชื่อถือ
PHEV หรือปลั๊ก-อิน ไฮบริด รองรับการเสียบปลั๊กชาร์จไฟ เน้นระยะทางการวิ่งด้วยไฟฟ้าที่ไกลขึ้น เป็นเซ็กเมนต์ที่กำลังเติบโตสูง
ขณะที่ BEV หรือรถยนต์ไฟฟ้า 100% จะถือเป็นรุ่นไฮไลต์ที่ใช้แพลตฟอร์มใหม่ ดีไซน์กระจังหน้าแบบปิด มีจุดชาร์จไฟชัดเจน พัฒนาเพื่อแข่งกับ Tesla Model 3 และ BYD โดยเฉพาะ
บอสใหญ่โตโยต้ายังระบุว่า สถานะการแข่งขันในตลาดโลก เป้าหมายสำคัญคือป้องกันการถูก BYD แซงหน้าขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก ซึ่งโตโยต้าจะใช้จุดแข็งในการต่อสู้คือ ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วโลกและความทนทานของตัวรถ โดยมี ตลาดอาเซียนและไทย, ออสเตรเลียและยุโรปเป็นสนามรบหลัก
เขาย้ำว่า Corolla BEV รุ่นใหม่ล่าสุดจากโตโยต้าจะกลายเป็นจุดเด่นสำคัญท่ามกลาง “วิกฤตการณ์” ที่กำลังปรับเปลี่ยนไป














