การเผยโฉม All-New Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันที่ 5 ครั้งนี้ถือเป็นการประกาศศักดาครั้งสำคัญหลังจากปล่อยให้แฟนคลับทั่วโลกเฝ้ารอนานถึง 20 ปี การทิ้งช่วงจากการพัฒนาโมเดลหลักนี้นับเป็นความท้าทายที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ใช้เป็นโอกาสในการ “Re-engineering” เพื่อฟื้นคืนชีพ Pajero ในฐานะ Flagship Model ที่จะกำหนดทิศทางใหม่ของแบรนด์ภายใต้วิสัยทัศน์ทศวรรษ 2030

หัวใจสำคัญที่เป็นรากฐานของ Pajero คือประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ “ดาการ์ แแรลลี่” ด้วยสถิติแชมป์ 13 สมัย และความสำเร็จระดับตำนานที่ชนะติดต่อกันถึง 7 ปีซ้อน DNA แห่งความทนทานนี้ถูกถ่ายทอดสู่แนวคิดการออกแบบใหม่ ที่เน้นเน้นความเชื่อมั่น เพื่อตอกย้ำสมรรถนะออฟโรดและความน่าเชื่อถือที่เป็นเลิศในทุกสถานการณ์ เพิ่มความสบาย ยกระดับห้องโดยสารและการควบคุมให้ง่ายดาย มอบประสบการณ์ความนุ่มนวลแบบรถยนต์นั่ง และสง่างามด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ของคุณภาพระดับไฮเอนด์เพื่อก้าวขึ้นสู่ SUV ระดับบนอย่างเต็มตัวการ

สำหรับงานวิศวกรรมและสมรรถนะ New Pajero ผสานโครงสร้างแกร่งเข้ากับเทคโนโลยีควบคุมอัจฉริยะ โครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame หรือ Ladder Frame ให้มีค่าการสั่นและเสียงที่ดีขึ้น รวมถึงสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลแม่นยำเทียบเท่า SUV หรู

ไฮไลต์สำคัญคือการใช้ฝากระโปรงหน้าอลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนักส่วนหน้า ช่วยปรับปรุงสมดุลการกระจายน้ำหนักและเพิ่มความคล่องตัวในการบังคับควบคุม ใช้เครื่องยนต์เป็นดีเซล 2.4 ลิตร Clean Diesel เทอร์โบแปรผันควบคุมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ปรับปรุงใหม่ให้น้ำหนักเบาและเปลี่ยนเกียร์สมูทขึ้น ระบบขับเคลื่อน 4WD พร้อม 7 โหมดขับขี่

มีระบบควบคุมการขับขี่อัจฉริยะ หัวใจของสมรรถนะคือระบบ S-AWC (Super-All Wheel Control) ที่ทำงานร่วมกับ AYC (Active Yaw Control) ควบคุมการกระจายแรงบิดระหว่างล้อซ้าย-ขวาผ่านระบบเบรก ช่วยให้การเข้าโค้งมีเสถียรภาพและแม่นยำสูง ลดอาการหน้าในดื้อโค้ง ระบบช่วงล่างพรีเมียมด้านหน้า Double Wishbone พร้อมคอยล์สปริงที่ปรับจูนจุดยึดใหม่ หลังเป็น Five-Link คานแข็ง พร้อมคอยล์สปริง ซึ่งเป็นการเลือกใช้โครงสร้างที่ทนทานต่อการลุยหนักแบบออฟโรด แต่ปรับจูนจุดยึด 5 ตำแหน่งเพื่อให้ได้หน้าสัมผัสยางที่สมบูรณ์และมอบความนุ่มนวลในระดับ SUV จริงๆ

มิตซูบิชิ เลือกเปิดตัวแบบ World Premier ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โชว์ศักยภาพการขึ้นเนินชันเพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าแห่งออฟโรด แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการทดสอบขับในสนาม Proving Ground ของมิตซูบิชิภายใต้มาตรการ Strict Secrecy
สื่อมวลชนจากทั่วโลกได้ร่วมพิสูจน์สมรรถนะบนสนามที่มีเอียงด้วยความเร็วสูงถึง 125-126 กม./ชม. เพื่อทดสอบเสถียรภาพและการทรงตัว รวมถึงการขับผ่านพื้นผิวขรุขระหลากหลายรูปแบบเพื่อพิสูจน์การซับแรงสั่นสะเทือน ผลลัพธ์แสดงให้เห็นถึงการยกระดับความนุ่มนวลที่เหนือกว่ามาตรฐานรถกระบะดัดแปลงทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ

ทีนี้มาดูฟีดแบ็กจากทั่วโลก สื่อหลายสำนักลงความเห็นว่า นี่คือการก้าวข้ามขีดจำกัด SUV มาตรฐานใหม่ Pajero 2026 แม้ในไทยจะถูกนิยามว่าเป็น PPV ซึ่งในโลกยานยนต์สากล ไม่มีคำว่า PPV ถือเป็นพิกัดที่เกิดขึ้นและใช้แค่ในประเทศไทยเพียงแห่งเดียวในโลกเพื่อผลประโยชน์ทางโครงสร้างภาษีของรถกระบะดัดแปลง
สำหรับประเด็นวิเคราะห์จากการใช้งานจริง ส่วนใหญ่จะยกนิ้วให้จุดแข็งที่สร้างความแตกต่าง การติดตั้งกระจก Acoustic Glass ถึง 5 บาน บังลมหน้า ประตุคู่หน้าและประตูคู่หลัง ส่งผลให้ห้องโดยสารเงียบกว่าคู่แข่งอย่าง Ford Everest V6 โดยพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ระดับ Masterpiece ระบบบังคับเลี้ยวถูกจูนมาให้มีความแม่นยำ ตึงมือ และให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติใกล้เคียงรถยนต์นั่ง ซึ่งในมุมมองผู้ทดสอบถือว่าทำได้ดีกว่า Everest ในแง่ของความมั่นใจ

คุณภาพห้องโดยสาร เบาะนั่งแถวที่สองแบบยกระดับสูงขึ้น มอบทัศนวิสัยที่โปร่งสบาย ผสานกับระบบเสียง Yamaha Ultimate 12 ลำโพง ที่ให้มิติเสียงดีที่สุดในตลาดรถอเนกประสงค์ และมีข้อจำกัด Headroom พื้นที่เหนือศีรษะ โดยเฉพาะในรุ่นท็อปที่มีหลังคากระจกเพราะมีกลไกที่กินพื้นที่ลงมาเกินไป นอกนั้นส่วนใหญ่ให้ผ่าน
อัตราเร่งในโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ การออกตัวยังมีความรู้สึกหนืด ไม่ปรู๊ดปร๊าดเท่าเครื่องยนต์ความจุสูงของคู่แข่ง เสียงเครื่องยนต์ เมื่อลากรอบสูงไปถึงช่วง 3,000-4,000 รอบ จะเริ่มมีเสียงคำรามของเครื่องยนต์ให้ได้ยินบ้าง

สำหรับบ้านเรา มิตซูบิชิเลือกโรงงานแหลมฉะบัง จ.ชลบุรี เป็นฐานการผลิตเพียงแห่งเดียวในโลกเพื่อส่งออกไปยังกว่า 100 ประเทศ ซึ่งเป็นการยืนยันความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิตฝีมือคนไทย โดยไทยได้รับสิทธิ์จำหน่ายเป็นที่แรกในโลก กำหนดในช่วงเดือนตุลาคมนี้ถือเป็นนัยสำคัญทางการลงทุนและอนาคต ซึ่งคาดว่าจะมีการลงทุน 16,000 ล้านบาท ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลไทย และมิตซูบิชิเตรียมต่อยอดเทคโนโลยีขุมพลังใหม่ รวมถึงขุมพลัง Plug-in Hybrid ที่จะเปิดตัวตามมาด้วยทั้งรุ่น Compact และ Mini Pajero ในอนาคตเพื่อครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์

ส่วนราคาคาดการณ์ ดูจากราคาจำหน่ายในออสเตรเลีย ที่อยู่ราวๆ 1.1-1.9 ล้านบาท คาดว่ารุ่นท็อปในประเทศไทยอาจมีราคาเฉียด 2 ล้านบาทซึ่งถือเป็นราคาที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีและวัสดุระดับ Global Model
ถ้าจะให้ฟันธง All-New Mitsubishi Pajero 2026 คือการกลับมาทวงบัลลังก์ของราชาที่ก้าวข้ามผ่านคำว่ารถกระบะดัดแปลงไปสู่ SUV ระดับหรูอย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยการผสานความแกร่งระดับแชมป์ดาการ์เข้ากับความนุ่มนวลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ และนี่คือรถยนต์ที่เป็นความภูมิใจของฐานผลิตในไทยที่พร้อมจะสั่นสะเทือนตลาด SUV ทั่วโลกอย่างแท้จริง














