การปรับโฉมครั้งล่าสุดของ Civic e:HEV รุ่นปี 2026 ค่ายฮอนด้าทำการบ้านมาอย่างหนักเพื่อแก้โจทย์ที่ค้างคาใจกลุ่มลูกค้ามอเตอร์สปอร์ตมานาน นั่นคือความน่าเบื่อของบุคลิกเครื่องยนต์ไฮบริดแบบเดิมๆ ที่มักจะส่งเสียงครางยาวๆ ลากรอบแช่เวลาเติมคันเร่ง แต่ไม่ได้แรงหรือที่บรรดาสาวกสายซิ่งเรียกกันว่า อาการรอบกวาดแต่ความเร็วมาตามแบบยางยืด ซึ่งขาดอรรถรสในการขับขี่ไปอย่างน่าเสียดาย

แต่การกลับมาครั้งนี้ในรหัส RS ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนกระจังหน้าหรือล้อลายใหม่ แต่เป็นการดึง DNA ความสปอร์ตกลับมาด้วยระบบ S+ Shift ที่จะเปลี่ยนความรู้สึกของซีดานรักษ์โลกให้กลายเป็นสปอร์ตซีดานที่ขับสนุกจนลืมไปเลยว่านี่คือ รถยนต์ลูกผสม โดยเป็นการทำลายกำแพงความน่าเบื่อของรถไฮบริดไปแบบสิ้นเชิง

ระบบ S+ Shift ใน Civic ใหม่นี้ คือการทำ Software Mapping ชั้นครูเพื่อจำลองการทำงานของระบบเกียร์ โดยที่พื้นฐานทางกลไกของระบบ e:HEV ยังคงเดิม แต่สิ่งที่ผู้ขับขี่จะได้รับคืออารมณ์ที่เปลี่ยนไปผ่าน 3 องค์ประกอบหลัก คือ
1.ฮอนด้าใช้ซอฟต์แวร์จำลองจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ 8 สปีด ให้มีความรู้สึกถึงรอยต่อของจังหวะเกียร์เป็นขั้นๆ ตัดปัญหาเสียงเครื่องยนต์ครางนิ่งลากยาวให้หายไป

2.เมื่อเข้าโหมดซิ่ง ระบบจะสังเคราะห์เสียงเครื่องยนต์ผ่านลำโพงในห้องโดยสาร โดยเสียงจะคำรามขึ้น-ลงตามจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ ให้ฟิลลิ่งดุดันแบบรถสปอร์ตเครื่องน้ำมันล้วน

และ 3. เมื่อกดปุ่ม S+ นี้ ระบบจะสั่งการให้รอบเครื่องยนต์ดีดขึ้นมารอที่ Power Band ทันที ทำให้การตอบสนองคันเร่งกระฉับกระเฉงแบบทันทีทันใด ไม่ต้องรอรอบเครื่องยนต์

นอกจากนี้ Paddle Shift หลังพวงมาลัยยังถูกโปรแกรมมาให้ตอบสนองได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกเชนจ์เกียร์ เพื่อเรียกกำลังในการเร่งแซงหรือหน่วงความเร็ว เอ็นจิ้นเบรกได้ตามสั่ง

มีตารางเปรียบเทียบราคา และเม็ดเงินที่จ่ายเพิ่มหลักหมื่นว่าคุ้มค่าแค่ไหน?
| รุ่นย่อย | ราคาเดิม (บาท) | ราคาใหม่ (บาท) | ส่วนต่าง | สิ่งที่ได้รับเพิ่ม |
| e:HEV EL | 949,000 | 949,000 | ไม่มี | ราคาเท่าเดิม ได้รถขับดีมาตรฐาน Civic |
| e:HEV EL+ | 1,099,000 | 1,109,000 | +10,000 | เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบ BSI + CTM |
| e:HEV RS | 1,239,000 | 1,259,000 | +20,000 | S+ Shift Full System + BSI + CTM (คุ้มสุด) |

Civic e:HEV คือความนุ่มนวลและเงียบกริบ แม้จะมี S+ Shift มาเติมความเร้าใจ แต่มันคือความสปอร์ตที่ผ่านการกรองมาแล้วไม่ได้กระชากหน้าหงายเหมือนรถดีเซลซิ่งหรือรถเกียร์ธรรมดาดิบๆ

แต่หากคุณคือผู้ใช้รถที่เน้นขับจากจุด A ไป B เน้นความเงียบและประหยัดเป็นอันดับต้นๆ ระบบ S+ Shift อาจจะกลายเป็นส่วนเกินที่คุณแทบไม่ได้สัมผัส

แม้ Civic e:HEV รุ่นเดิมจะแรงมาก ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7 วินาทีกว่า แต่ฟิลลิ่งการขับขี่กลับราบเรียบ นิ่งๆ และมีเสียงเครื่องยนต์ครางตื้อยาวๆ เหมือนรถบ้านจ่ายตลาดทั่วไป ซึ่งไม่เร้าใจและขาดอารมณ์ร่วมแบบที่เครื่องยนต์ Civic Turbo ยุคก่อนเคยทำไว้ Pain point นั้นจะหมดไปด้วยปุ่มS+

มีคำถามมากมายว่าการเปิดโหมด S+ แล้วกินน้ำมันเพิ่มไหม? ต้องบอกว่าระบบนี้ทำมาเพื่อตอบโจทย์คนที่รักความสนุกสไตล์สปอร์ต แต่ยังคงอยากได้ความประหยัดน้ำมันในแบบของเครื่องยนต์ไฮบริด e:HEV ซึ่งตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองหรือผลทดสอบว่าการเปิดโหมด S+ ก็คือจะส่งผลให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้นจากโหมดปกติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ถ้าจะให้ฟันธงเพื่อสาวกซีวิคตัวจริง ระบบ S+ Shift คือเวอร์ชันที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ Civic เคยมีมา มันคือการอุดรอยรั่วเรื่องอารมณ์การขับขี่ที่เคยขาดหายไป พร้อมกับการอัปเกรดระบบความปลอดภัยระดับสากลที่แฟนๆ เรียกร้องมานานสำหรับ คนที่รักใน DNA และสายซิ่งของ Civic

การจ่ายเพิ่มเพียง 20,000 บาท เพื่อแลกกับระบบ S+ Shift และความปลอดภัยเต็มระบบคือการลงทุนที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ และน่าจะทำให้รู้สึกภูมิใจและสนุกไปทุกครั้งที่จับพวงมาลัย


อีกหนึ่งในประเด็นที่สายแต่งกรี๊ดที่สุดคือการจากไปของระบบ Honda LaneWatch หรือกล้องข้างซ้าย และถูกแทนที่ด้วยระบบ BSI (Blind Spot Information) ที่เป็นเรดาร์เตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้างทั้งสองฝั่ง BSI ทำงานได้เสถียรกว่ากล้องมาก โดยเฉพาะเวลาฝนตกหนักหรือช่วงกลางคืนที่กล้อง LaneWatch มักจะพร่ามัว ที่สำคัญคือมันเตือนทั้งสองฝั่งไม่ใช่แค่ฝั่งซ้ายฝั่งเดียว อีกทั้งยังมามาพร้อมระบบ CTM (Cross Traffic Monitor) ที่ใช้เรดาร์สแกนท้ายรถเวลาถอยออกจากซอง ระบบนี้ช่วยลดอุบัติเหตุได้จริงและเห็นผลชัดเจนในชีวิตประจำวันนั่นเอง

















