ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ชื่อของ Tesla คือสัญลักษณ์ของความล้ำสมัยและผู้นำที่ไร้คู่แข่งในโลกของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่ภาพจำเหล่านั้นกำลังถูกสั่นคลอนอย่างหนักในช่วงปี 2025-2026 เมื่อยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ รายนี้ กำลังเผชิญกับสภาวะ “ยอดขายหดตัว” ครั้งสำคัญทั่วโลก โดยมี “มังกรจีน” เป็นตัวแปรหลักที่เข้ามาเปลี่ยนเกม

ยอดขายทั่วโลกที่เริ่มติดลบ ข้อมูลล่าสุดในช่วงต้นปี 2026 สะท้อนภาพที่น่ากังวล ยอดส่งมอบรถยนต์ของ Tesla ทั่วโลก เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่สอง

โดยบริษัท เทสลา (Tesla) ระบุว่า ยอดการส่งมอบรถยนต์ในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 358,023 คัน เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งทำได้ 336,681 คัน แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 370,000 คัน และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยที่ Tesla ประมาณการไว้ที่ 365,645 คัน ย้อนหลังไปปี 2568 ยอดการส่งมอบรถยนต์ของ Tesla ลดลงแตะระดับ 1.64 ล้านคัน จากระดับ 1.79 ล้านคันในปี 2567 โดยปัจจัยที่ทำให้ยอดขายรถยนต์ของเทสลาลดลงอย่างมากในปี 2568 มาจากการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นทั่วโลก รวมทั้งกระแสต่อต้านของผู้บริโภคที่มีต่อผู้บริหารอย่าง อีลอน มัสก์ ซีอีโอของTesla เพื่อตอบโต้ที่เขาเข้าไปมีบทบาททางการเมืองในรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์

ส่งผลให้ราคาหุ้น Tesla ร่วงลงไปแล้ว 20% ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แต่มันคือการที่ Tesla กำลังเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่งหน้าใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์จากจีนที่พัฒนาเทคโนโลยีได้เร็วขึ้น ในราคาที่จับต้องได้มากกว่า

สมรภูมิในยุโรปและจีน ที่ Tesla เริ่มคุมไม่อยู่ โดยยุโรปและจีนเป็นตลาดหลัก Tesla ต้องเจอกับพายุสองลูกใหญ่ นโยบายรัฐที่เปลี่ยนการยกเลิกเงินอุดหนุนในหลายประเทศยุโรปทำให้ราคารถ Tesla พุ่งสูงขึ้นในสายตาผู้บริโภค

นวัตกรรมจีนที่พุ่งทะยาน ในขณะที่ Tesla ยังคงวนเวียนอยู่กับ Model 3 และ Model Y รุ่นเดิม แบรนด์จีนอย่าง BYD หรือน้องใหม่อย่าง Xiaomi กลับส่งรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดแทบทุกเดือน พร้อมฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยกว่าและราคาที่ถูกกว่าเกือบครึ่ง ทำให้ Tesla ที่เคยเป็นของใหม่กลายเป็นของเดิมในสายตาผู้ซื้อ

ส่วนตลาดเมืองไทยเอง สาวก Tesla ก็เริ่มลังเลในช่วงปี 2024-2026 เริ่มเห็นภาพความเหนื่อยล้าที่ชัดเจนขึ้น แม้ในช่วงแรกจะสร้างปรากฏการณ์ยอดจองถล่มทลาย แต่ปัจจุบัน Tesla ในไทยต้องรับมือกับ “สงครามราคา” ที่ดุเดือดที่สุด ค่ายรถจีนเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย พร้อมอัดโปรโมชั่นและราคาที่ Tesla ยากจะสู้ไหว

ผู้บริโภคเองเริ่มกังวลเรื่องราคาขายต่อที่ตกลงอย่างน่าใจหายจากการลดราคามือหนึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์ลดลง

แต่ในงาน Motor Show 2026 บูธ Tesla ยังคงได้การตอบรับค่อนข้างดี ด้วยการปรับลดราคา Model 3 ซึ่งเป็นรถธงของ Tesla ลงอย่างต่อเนื่อง โดยรุ่นเริ่มต้นใหม่ “Standard RWD” ที่นำเข้าขากจีนและตัดออปชั่นบางส่วนออกทำราคาถูกฅสุดเริ่มต้นเพียง 1.149 ล้านบาท รวมถึง Model Y Premium ขับเคลื่อนล้อหลัง ที่เปิดราคาเริ่มต้น 1.719 ล้านบาท

เสียดายที่ Tesla กลับเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวเลขยอดจองต่อสาธารณะ หลังสิ้นสุดงานความเงียบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่นโยบายของบริษัทเท่านั้น แต่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นกลยุทธ์รักษาภาพลักษณ์ในวันที่ตัวเลขจริงอาจ “ไม่สวยงาม” ก็เป็นได้
ศึกรถEV ระหว่างจีนกับมะกัน คงต้องมองกันยาวๆ














