ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตการณ์พลังงาน และส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ดังนั้นการเลือกซื้อรถยนต์สักคัน โดยเฉพาะรถยนต์ปิกอัพ ไม่เพียงแค่เห็นรูปลักษณ์สวยงามโดดเด่น ยังต้องมองให้ครบเครื่องทั้งความทนทาน ความประหยัด และความคุ้มค่าในระยะยาวด้วย

วันก่อนทีมงานได้มีโอกาสไปทดสอบ อีซูซุ V-Cross เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร Ddi MAXFORCE ที่สนาม Isuzu 4×4 Experience จ.ปทุมธานี เพื่อยืนยันว่าเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร มีความแข็งแกร่งเพียงพอต่อการใช้งานหนัก ลุยได้ทุกสภาพถนน และพิสูจน์ให้เห็นว่าเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่เน้นเรื่องความประหยัด สามารถมาพร้อมกับสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมทั้งในการใช้งานแบบ Off-road และ On-road

สิ่งแรกที่หลายคนอยากรู้คือ พละกำลังเครื่องยนต์และแรงบิด V-Cross 2.2 ลิตร Ddi MAXFORCE ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร จะเพียงพอไหม เพราะเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กลง แต่พอลองขับด้วยแรงบิดที่ดี ทำให้การไต่ทางชันทำได้ดีเกินคาด โดยเฉพาะแรงบิดช่วงต้นที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้การผ่านอุปสรรคในสนามที่เป็นเนินดิน หลุมบ่อ และทางกรวดทำได้ง่ายขึ้น

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ นอกจากปุ่ม 4L ที่นักเลง Off-road รู้จักแล้วยังมีปุ่ม Rough Terrain Mode ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของเครื่องยนต์บล็อกใหม่ว่ามีสมรรถนะเพียงพอสำหรับการใช้งานแบบ Off-road อย่างแท้จริง จุดเด่นที่สุดของระบบนี้คือ ใช้งานง่าย ผู้ขับขี่สามารถเปิดระบบได้เพียงแค่กดปุ่มเดียว ก็พร้อมลุยได้ทันที เมื่อเปิดโหมดนี้แล้วไม่จำเป็นต้องไปปิดหรือเลือกเปลี่ยนโหมดอื่นๆ เพิ่มเติม เพราะระบบจะปรับการทำงานของตัวรถให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางโดยอัตโนมัติ ระบบถูกออกแบบมาให้สามารถ ลุยได้ในทุกสภาพพื้นผิวและทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นทางดินธรรมชาติที่มีหลุม บ่อ ทราย กรวด

ระบบนี้จะช่วยจัดการเรื่องแรงบิดของล้อในกรณีที่ล้อใดล้อหนึ่งลอยพ้นพื้นแล้วหมุนฟรี เพื่อให้รถยังคงรักษาแรงขับเคลื่อนและผ่านอุปสรรคไปได้อย่างง่ายดายทั้งการลุยน้ำลึก หรือ ไต่ทางชันที่มุมไต่ทำได้มากถึง 45 องศา ส่วนพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ได้รับการอัปเกรดใหม่ช่วยให้การควบคุมรถในทางออฟโรดเบาแรง และมีความแม่นยำสูงขึ้น ลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่เมื่อต้องเลี้ยวหลบหลีกอุปสรรคในสนาม

ส่วนระบบ HDC (Hill Descent Control) ที่มีมาให้ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ทำหน้าที่ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันให้คงที่และปลอดภัย โดยเฉพาะในสถานีที่มีความสูงชันมากๆ เรียกว่าทุกสถานีทดสอบในสไตล์ออฟโรด เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร พร้อมตัวช่วยที่ตั้งมาในรถ สามารถลบคำสบประมาทสามารถผ่านทุกสถานีไปได้แบบชิลๆ

มาต่อกันที่การขับขึ่แบบ On-road หรือการใช้งานบนทางเรียบเน้นเดินทางไกล เครื่องยนต์ 2.2 ลิตรใหม่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีเกียร์และอัตราเร่ง โดยเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดใหม่ ได้รับคำชื่นชมเรื่องความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์และการส่งกำลังที่ต่อเนื่องกว่ารุ่นเดิม ขับขี่ได้สมูทและประหยัดน้ำมันได้ดีขึ้นเมื่อใช้ความเร็วเดินทางแบบคงที่

อัตราเร่งจากการทดสอบ 0-100 กม./ชม. ดีขึ้นตอบสนองต่อการเร่งแซงได้ทันใจยิ่งขึ้น การเก็บเสียงและความเรียบในห้องโดยสาร เครื่องยนต์บล็อกใหม่เดินเรียบขึ้น โดยเฉพาะในช่วงความเร็วสูงๆ มีความเงียบและสุนทรียภาพในการขับขี่ครบถ้วน เรียกได้ว่า V-CROSS 2.2 ลิตรตอบทุกโจทย์การใช้งานจริงๆ ขับสนุก คล่องตัว ประหยัดน้ำมัน รองรับทั้งงานหนักและไลฟ์สไตล์ผจญภัย ต่อยอด DNA ความแกร่งทนทานของอีซูซุกว่ํา 50 ปี

สำหรับรุ่น V-CROSS ยังมีกระจังหน้า Multi-layer ไฟหน้า–ท้าย LED ล้ออัลลอย 18 นิ้ว และสีใหม่ Inishmore Gray Opaque ห้องโดยสารยกระดับ ความสบายแบบ FIRST CLASS ด้วยเบาะ COOLMAX สีดํา ยังหรูหราด้วยจออินโฟเทนเมนต์รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto ลําโพงแบบ Dynamic Surround Sound 8 ทิศทางรอบคัน

นอกจากนี้เพื่อเพิ่มความพิเศษ อีซูซุได้ร่วมมือกับ WILD ผู้ผลิตชิ้นส่วนช่ือดังของไทยในกําร ออกแบบอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษรอบคันโดยเฉพาะสําหรับ ISUZU V-CROSS 4X4 เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE สําหรับลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จําหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ

ส่วนเรื่องราคาตัวรถ V-Cross เกรด Z (รุ่นเริ่มต้น 4×4) สนนราคาค่าตัว 1.066 ล้านบาท และ MU-X “THE NEXT PEAK” 4WD เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ในรุ่นย่อย RS และ Ultimate ในราคาเริ่มต้น 1.654 ล้านบาท ทางอีซูซุได้เพื่อความคุ้มค่าสูงสุดสำหรับสายแต่ง โดยจองรถตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2569 จะได้รับชุดแต่งพิเศษจาก Ironman 4×4 Thailand ฟรี (ไม่รวมล้อ) ซึ่งเป็นชุดแต่งที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ช่วยเสริมทั้งรูปลักษณ์และสมรรถนะการลุยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น … เรียกว่าเท่ตั้งแต่ออกตัวจากโชว์รูมกันเลยทีเดียว














