สิ้นสุดการรอคอย เมื่อค่ายโตโยต้า เคาะราคา Land Cruiser FJ ออฟโรดเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.7 ลิตร มาในราคา 1.269 ล้านบาท (ราคาแนะนำ) โดย Land Cruiser FJ ถูกสร้างบนแพลตฟอร์ม IMV O ที่มีความแข็งแกร่งสูง นอกจากนี้โตโยต้ายังมีแผนผลิตรถรุ่นนี้ในไทยที่ โรงงานโตโยต้า บ้านโพธ์ จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยงบลงทุนกว่า 5,200 ล้านบาท โดยตั้งเป้าส่งออกไปยังกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

CARZANOVA ไปหาคำตอบมาไขข้อข้องใจสำหรับแฟนพันธ์แท้ ที่มีคำถามคาใจกับรถยนต์รุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น อนาคตจะมีเครื่องยนต์ดีเซล และพลังงานทางเลือกอื่นๆ มาเสริมทัพไหม หรือ Land Cruiser FJ ตัวนี้จะกินตลาดกันเองกับกลุ่มลูกค้า Fortuner รถอเนกประสงค์ที่ขายดิบขายดีรึป่าว รวมถึงความท้าทายจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ผันผวน ทั้งนี้ Land Cruiser FJ มีกำหนดการส่งมอบและจัดกิจกรรมมากมายที่โชว์รูมทั่วประเทศในช่วง เดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป


แนวคิดการออกแบบและจุดเด่น

แนวคิดการออกแบบและจุดเด่นของ Land Cruiser FJ เน้นความเรียบง่าย และคงไว้ซึ่งความเป็นตัวตนพื้นฐานของรถยนต์ตระกูล Land Cruiser ที่ให้ความสนุกในการขับขี่ออฟโรด ออกแบบให้ความสำคัญกับตำแหน่งผู้ขับขี่เป็นอันดับแรก ส่วนพื้นที่เบาะแถวอื่นถูกมองว่าเป็นพื้นที่สำหรับวางสิ่งของเป็นหลักในเบื้องต้น แม้กระทั้งมือจับบนหลังคาสำหรับที่นั่งตอนหลังก็ไม่มี ก็ด้วยเหตุผลนี้ด้วยนั่นเอง โดยตัวรถถูกออกแบบให้มีระยะฐานล้อสั้นลง โดยใช้พื้นฐานของ Hilux Champ รุ่น Super Short Wheelbase เพื่อให้มีความคล่องตัวสูง มีความแม่นยำในการขับขี่ และสามารถไปในที่ต่างๆ ได้ตามต้องการ

จุดเด่นที่สำคัญ รถคันนี้ใช้แพลตฟอร์ม IMV O ที่ผ่านการพิสูจน์มาอย่างยาวนานในด้านความทนทานและความเชื่อถือได้ในหลายภูมิภาคทั่วโลก ถ้านึกไม่ออกเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้กับโตโยต้า แชมป์ เลือกใช้เครื่องยนต์ 2.7L (2TR) ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่มีประวัติการใช้งานมานานกว่า 20 ปี มีประสิทธิภาพสูงและบำรุงรักษาง่าย ยังมีชุดแต่งให้ลูกค้านำไปตกแต่งต่อได้ตามสไตล์ของตัวเอง ทั้งสวยงาม, Off-road และกลุ่มทั่วไป


วางตำแหน่งทางการตลาดชัดเจน
Land Cruiser FJ ถูกวางตัวให้เป็นรถสำหรับกลุ่มแอดแวนเจอร์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งมีความแตกต่างจาก Fortuner ที่เน้นความเป็นรถครอบครัว 7 ที่นั่งอย่างชัดเจน ตัวรถถูกออกแบบมาให้รองรับน้ำมัน E20 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันให้กับผู้ใช้งาน เราพยายามเอา DNA ของ Land Cruiser ในเรื่องความทนทานมาผสานกับแพลตฟอร์มที่ไว้ใจได้ เพื่อสร้างรถที่ขับสนุก คล่องตัว และเปิดกว้างสำหรับการตกแต่งตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้



ทำไมถึงเลือก IMV O และเครื่องยนต์ 2.7 ลิตร
เหตุผลที่โตโยต้าลือกใช้แพลตฟอร์ม IMV และเครื่องยนต์ 2TR 2.7 ลิตร สำหรับ Land Cruiser FJ เพราะความน่าเชื่อถือและความทนทาน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของตระกูล Land Cruiser โดยแพลตฟอร์ม IMV O ได้รับการพิสูจน์มาอย่างยาวนานจากการใช้งานจริงในหลายภูมิภาคทั่วโลกและในหลากหลายธุรกิจ แพลตฟอร์มนี้ได้รับคะแนนประเมินด้านความน่าเชื่อถือและความคงทนจาก Toyota Motor Corporation ในระดับที่สูงมาก การใช้แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้สามารถออกแบบรถที่มีระยะฐานล้อที่สั้นลง ทำให้มีความคล่องตัวสูง ขับขี่ได้อย่างแม่นยำและไปในที่ต่างๆ ได้ตามต้องการ

แม้ Land Cruiser รุ่นอื่นๆ จะใช้แพลตฟอร์มที่ต่างกัน เช่น Series 70, 250 หรือ 300 แต่แพลตฟอร์ม IMV O ก็สามารถตอบสนองต่อมาตรฐานความทนทานและความน่าไว้ใจในระดับเดียวกันได้ ส่วนเครื่องยนต์ 2TR 2.7 ลิตร เป็นเครื่องยนต์ที่มีประวัติการใช้งานยาวนานกว่า 20 ปี มีประสิทธิภาพในการทำงานที่เสถียรและไว้ใจได้ มั่นใจในความทนทานของเครื่องยนต์ตัวนี้มาก จนใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนารถรุ่นนี้ขึ้นมา รองรับน้ำมัน E20 แม้จะมีอัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ประมาณ 9.4 กม/ลิตร (ตาม Eco Sticker) แต่ก็ถือว่าเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการเป็นรถสายลุยที่เน้นการใช้งานตาม DNA ของ Land Cruiser

มีแผนการพัฒนาเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังอื่นๆ ในอนาคตอย่างไร
แผนการพัฒนาเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังในอนาคต ตามนโยบาย Multi-pathway ถือเป็นนโยบายที่ชัดเจนในการนำเสนอทางเลือกพลังงานที่หลากหลายให้กับลูกค้า โดยไม่ได้จำกัดเพียงเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า หรือ BEV เช่น bZ4X, รถยนต์ไฮบริด (HEV) และการสนับสนุนพลังงานทางเลือกอย่าง E20 ในรถยนต์เกือบทุกรุ่น

สำหรับ Land Cruiser FJ แม้ปัจจุบันจะเริ่มด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร ระหัส 2TR มาตราฐาน EU6 ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 245 นิวตัน-เมตร เพื่อเน้นความเรียบง่ายและทนทาน แต่ทางโตโยต้ากำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาระบบส่งกำลังอื่นๆ และพร้อมที่จะตอบสนองหากในอนาคตตลาดหรือกลุ่มลูกค้ามีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ส่วนความเป็นไปได้ของเครื่องยนต์ดีเซล เช่น 2.4 ลิตร หรือ 2.8 ลิตร ก็ไม่ได้ปิดกั้น และจะพิจารณานำเสนอเครื่องยนต์รุ่นอื่นๆ ตามลำดับความต้องการของตลาดในอนาคต

โตโยต้าให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางด้านพลังงานและพฤติกรรมของลูกค้าที่อาจหันไปใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นจากปัญหาราคาเชื้อเพลิง โดยจะใช้เวลาในการติดตามแนวโน้มนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมสิ่งที่ลูกค้าต้องการให้พร้อมที่สุด ในอนาคตยังมีอีกมาก และขอให้ผู้บริโภครอพบกับความสนุกในอนาคตได้
รายละเอียดชุดแต่ง 3 พิเศษ
ชุดแต่งสำหรับ Land Cruiser FJ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การปรับแต่งตามสไตล์ของผู้ใช้งาน โดยแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก และมีการจัดเป็น 3 เซ็ตพิเศษ ประเภทสวยงาม เน้นการตกแต่งภายนอกเพื่อความเท่และสไตล์ที่โดดเด่น ประเภทสายลุย (Off-road ) เน้นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่แบบสมบุกสมบัน และประเภท General หรือที่คนใช้รถออฟโรดต้องมี เป็นกลุ่มอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับรถที่นำไปตกแต่งต่อ

เรายังมี 3 เซ็ตชุดแต่งแนะนำ เพื่อให้ลูกค้าโดยเฉพาะมือใหม่ในวงการแต่งรถ เลือกได้ง่ายขึ้น เซ็ตที่ 1 Unbound Explorer เป็นชุดแต่งสำหรับ “สายลุย” โดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแต่งรถเพื่อนำไปขับเข้าป่าหรือใช้งานแบบออฟโรด เซ็ตที่ 2 Yuiki เป็นชุดแต่งแบบ “ผสมผสาน” ที่รวมเอาทั้งความสวยงามและอุปกรณ์ที่จำเป็นเข้าด้วยกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานทั้งในเมืองและมีการออกไปข้างนอกบ้าง เซ็ตที่ 3 ชุดแต่งจากพาร์ทเนอร์ ARB เป็นชุดแต่งที่โตโยต้าร่วมมือกับ ARB โดยเน้นความเป็น Multipurpose รถอเนกประสงค์ เช่น แร็คหลังคาสำหรับวางอุปกรณ์ต่างๆ

นอกจากนี้ ในอนาคตโตโยต้ายังมีการศึกษาข้อมูลจากการทำวิจัยตลาด เพื่อพิจารณาการนำอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ มาจำหน่ายเพิ่มเติม เช่น ชุดไฟหน้าทรงกลม หากมีความต้องการจากลูกค้ามากพอ

จองและส่งมอบรถเริ่มได้เมื่อไหร่
ในงาน Motor Show ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม เป็นต้นไป พร้อมเปิดรับจองอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ พิเศษสุดในงานมอเตอร์โชว์ เปิดตัวแคมเปญพิเศษตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า LAND CRUISER FJ สายลุย โตโยต้าจับมือ Krungsri Auto และแบรนด์รถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียม Triumph ในการนำร่องแพ็กเกจการเงินรูปแบบใหม่ ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ได้พร้อมกัน ด้วยแพ็กเกจผ่อนชำระรวมทั้งสองคัน เริ่มต้นเพียง 21,743 บาทต่อเดือน และมากไปกว่านั้นยังได้รับ Krungsri Gift Card มูลค่า 5,000 บาท / Triumph Accessory Voucher มูลค่า 5,000 บาท และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาทจากโตโยต้า ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม จนถึง 5 เมษายน 2569

ผลกระทบสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง
สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรายวัน ทำให้โตโยต้าประเมินสถานการณ์และกำหนดตัวเลขเป้าหมายที่แน่นอนได้ยากลำบาก ตะวันออกกลางเป็นหนึ่งในภูมิภาคหลักที่โตโยต้ามีแผนจะส่งออก Land Cruiser FJ ไปจำหน่าย จากทั้งหมดกว่า 60 ประเทศ การเปิดตัวในภูมิภาคนี้จึงต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละประเทศ ซึ่งโตโยต้าจำเป็นต้องนำเข้าวัตถุดิบสำคัญอย่างอะลูมิเนียมจากตะวันออกกลาง ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการผลิตหากสถานการณ์คลี่คลายได้ภายใน 1 เดือน โตโยต้าอาจสามารถกระตุ้นกำลังการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่ตกค้างอยู่ได้ แต่ในปัจจุบันยังไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้ชัดเจน ส่วนผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ผันผวน ยอมรับว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจทำให้ลูกค้าหันไปให้ความสนใจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น เนื่องจากความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงานและราคาเชื้อเพลิง

ปัจจุบันโตโยต้ายังคงเป้ายอดขายรวมของปีนี้ไว้ที่ 630,000 คัน แต่ยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและยังไม่ได้มีการปรับเป้าหมายใหม่เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ยังมีความไม่แน่นอนสูง

ตั้งเป้ายอดขายสำหรับตลาดประเทศไทยอย่างไร

โตโยต้าได้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 5,000 คันในปีแรก แม้จะเป็นเป้าหมายที่ไม่สูงนัก แต่เราเชื่อมั่นว่ารถยนต์รุ่นนี้จะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และช่วยสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจของเราในอนาคต การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่สู่ตลาดเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโตโยต้า และความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

















