ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บิ๊กโตโยต้า รายงานยอดขายสะสมตลาดรถยนต์ทั่วประเทศครึ่งปีแรกปี 2567 มียอดขาย 346,966 คันเพิ่มขึ้น 14.63% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน รถเก๋งและกลุ่มรถ SUV ทำได้ 240,426 คัน เพิ่มขึ้น 24.13% จากปีที่ผ่านมา ส่วนรถปิกอัพยอดขาย 70,141 คัน ลดลง 4.73% จากปีที่แล้ว ส่วนรถ PPV ยอดขาย 20,893 คัน เพิ่มขึ้น 0.86%

สัญญาณแบบนี้เตือนให้ทุกฝ่ายต้องตื่นตัวและเร่งหาทางแก้ไข เพราะโปรดักต์แชมเปี้ยนเส้นเลือดใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กำลังเผชิญกับภาวะทรุดตัว น้ำหล่อเลี้ยงซัพพลายเชนจำนวนมหาศาลกำลังเหือดหาย แม้ในภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ดูเหมือนจะสดใสขึ้นก็ตาม

จากข้อมูลสถิติยอดขายสะสม 6 เดือนแรก (มกราคม – มิถุนายน 2569) สะท้อนภาพความเหนื่อยล้าของตลาดรถปิกอัพ แถมยังมามีอาการหนักในเดือนมิถุนายนที่ทำได้แค่ 10,805 คัน ลดลง 3.17% นอกจากนี้ในกลุ่ม PPV ก็ยังส่ออาการทรุดตาม แม้ยอดสะสมครึ่งปีจะยังบวกเล็กน้อย แต่เฉพาะเดือนมิถุนายนกลับดิ่งฮวบลงถึง 26.02% เหลือเพียง 2,983 คันเท่านั้น

ความน่ากังวลของตัวเลขที่เราเห็นนี้คือ ในขณะที่รถปิกอัพติดลบ ตลาดรถยนต์นั่งและ SUV กลับทะยานขึ้นถึง 24.13% แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้บริโภคหรือสภาวะเศรษฐกิจที่กดทับกลุ่มผู้ใช้รถกระบะโดยตรง

ถามว่าตลาดปิกอัพจะไปต่อไหวหรือไม่? คำตอบคือ ยังไหวแต่คงเหนื่อย โดยคาดการณ์ว่าในเดือนกรกฎาคมจะยังคงชะลอตัวลงอีกเล็กน้อยจากปัจจัยฤดูกาล และความกังวลเรื่องสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทำให้คนระมัดระวังในการใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม แสงสว่างปลายอุโมงค์ยังพอมีให้เห็นในครึ่งปีหลัง ซึ่งคาดว่าตลาดจะปรับตัวดีขึ้นจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ สิ่งที่ต้องเร่งช่วยเพื่อพยุงให้ตลาดรถปิกอัพที่เป็นหัวใจของการขนส่ง และภาคเกษตรกรรมเดินหน้าต่อได้ รัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญ เช่น การอัดฉีดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อดึงความเชื่อมั่นในการบริโภคกลับมาและเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน

รวมถึงการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวอย่างเข้มข้น เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและเพิ่มความต้องการใช้รถยนต์ในภาคบริการ

ส่วนผู้ประกอบการก็ต้องเลิกใช้วิธีเดิมๆ และหันมาปรับกลยุทธ์ตามโมเดลความสำเร็จ เช่น กรณีโตโยต้าที่สามารถทำยอดขาย 6 เดือนแรกในกลุ่ม Pure Pick Up ด้วยยอดขาย 37,244 คัน เติบโต 6.00% โตสวนตลาดปิกอัพและครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 52% ด้วยการเปิดตัวรุ่นใหม่ที่โดนใจ เรามาโฟกัสกันที่หัวตลาดปิกอัพ ซึ่งหนีไม่พ้นปิกอัพสายพันธุ์ญี่ปุ่น ที่ถึงตอนนี้ต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สร้างความคึกคัก และมีนวัตกรรมใหม่ ใส่ฟีเจอร์ออปชั่นที่มาแบบไม่กั๊ก หรือถ้ากั๊ก ก็กั๊กนิดๆ หน่อยๆ พอ

ดูอย่างค่าย Toyota ที่เปิดตัว Hilux Travo ด้วยการปรับสมรรถนะให้เข้าใกล้รถเอสยูวี และใส่ออปชั่นมาพอตัว ผิดกับอีกค่าย ที่เปิดตัวมาก่อนหน้า แต่กลับไม่กล้าใส่ออปชั่นมา กลัวกำไรจะน้อยลง คุมต้นทุน ไม่คายกำไรเก่าที่เคยหวดมาในยุคที่กระบะเฟื่องฟู จนทำให้ตัวเลขตกลงอย่างเห็นได้ชัด และแน่นอนมันก็ต้องส่งผลถึงอีกแบรนด์ที่จ้างผลิต ทางผู้ผลิตก็คงไม่ยอมใส่ออปชั่นให้เหนือตัวเองแน่ๆ

ส่วนทางค่ายอเมริกัน และจีน ช่วงนี้ก็เหนื่อยเพราะอัดออปชั่นใส่ฟีเจอร์มาเต็มแต่แรก ทางเดียวที่จะรอดคือต้องลดราคา แต่ต้นทุนการผลิตรถปิกอัพมันค่อนข้างสูง จะลดราคาอย่างเดียวก็คงยาก เพราะฉะนั้นก็ต้องหั่นออปชั่นออก และเปิดตัวรุ่นเริ่มต้นเข้ามาช่วยนั่นเอง

กลับมาดูภาพรวมตลาดปิกอัพไทยปี 2569 น่าจะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ครั้งสำคัญ ใครที่ปรับตัวช้าและรอพึ่งพาแค่ลมบนจากเศรษฐกิจภาพรวมเพียงอย่างเดียว อาจต้องเผชิญกับภาวะถดถอยที่รุนแรงกว่าที่เป็นอยู่















