ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี เปิดตัว “Revuelto SV[1]” สุดยอดยนตรกรรม V12 Super Veloce รุ่นล่าสุดของสายพันธุ์แห่งความเร็ว ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 55 ปีก่อนด้วยรุ่นแรกอย่าง Miura SV

รหัส “SV” สำหรับลัมโบร์กินี ย่อมาจาก Super Veloce ซึ่งหมายถึงรถยนต์สมรรถนะขั้นสูงสุด ซึ่งผสานพละกำลังที่เหนือชั้น นวัตกรรมโครงสร้างน้ำหนักเบา ระบบอากาศพลศาสตร์ที่ผ่านการปรับแต่งให้เหมาะสมที่สุด และการประกอบโครงแชสซีที่แม่นยำ เพื่อมอบสุดยอดสมรรถนะ การขับขี่ที่เร้าใจ และความหลงใหลที่ดื่มด่ำยิ่งกว่าเดิม ซึ่งจะสัมผัสได้ใน Lamborghini Revuelto SV รุ่นใหม่นี้

การเปิดตัว Revuelto SV ทำให้ลัมโบร์กินีก้าวสู่บทใหม่แห่งสายพันธุ์ Super Veloce ในตำนาน โดยรถยนต์ซีรีส์นี้จะผลิตจำกัดเพียง 1,963 คัน เพื่อเป็นการรำลึกถึงปีที่ก่อตั้งออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี และ Revuelto SV สงวนไว้สำหรับลูกค้าและนักสะสมที่หลงใหลและยึดมั่นต่อแบรนด์มากที่สุด พร้อมนำเสนอวิวัฒนาการด้านสมรรถนะยานยนต์ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยผสานประสิทธิภาพของขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด V12 เข้ากับดีเอ็นเอด้านความเร็วอันไร้ขีดจำกัด เพื่อมอบประสบการณ์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่เหนือล้ำและแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง

Revuelto SV[1] พัฒนาต่อยอดจากรุ่น Revuelto ซึ่งเป็นซูเปอร์คาร์เครื่องไฮบริด V12 รุ่นแรกของแบรนด์ที่ให้กำลังเครื่องกว่า 1,000 แรงม้า โดยรุ่น SV นี้ได้ปรับแต่งทุกรายละเอียดใหม่ให้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่ระบบอากาศพลศาสตร์ไปจนถึงระบบส่งกำลัง จนได้กำลังเครื่องสูงสุดถึง 1,065 แรงม้า (783 กิโลวัตต์) และแรงบิดรวมของระบบที่สูงสุดในคลาสที่ 1,425 นิวตันเมตร พร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.4 วินาที และ 0-200 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.7 วินาที ด้วยความเร็วสูงสุดมากกว่า 345 กม./ชม. ทำให้ Revuelto SV เป็นรถลัมโบร์กินีรุ่นผลิตจริงที่ทรงพลังและเร็วที่สุดเท่าที่เคยสร้างมาของโรงงานซัง’อกาตา โบโลนเญส
นับเป็นครั้งแรกที่ลัมโบร์กินีนำเสนอโหมดการขับขี่ “Pilota” บน Revuelto SV เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งที่เร้าใจและสามารถปรับแต่งได้มากขึ้น และเพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญานี้ ห้องโดยสารจึงถ่ายทอดแนวคิด “Feel Like a Pilot” ของลัมโบร์กินีในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด เพื่อสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับและตัวรถให้เป็นหนึ่งเดียว

ด้วยเวลาต่อรอบเพียง 1:41.6 นาที ที่สร้างสถิติโดยมาร์โก มาเปลลี นักขับจากโรงงานของลัมโบร์กินี ทำให้ Revuelto SV กลายเป็นรถยนต์รุ่นผลิตจริงที่เร็วที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ ณ สนามฮอกเคนไฮม์ โดยเป็นหนึ่งในสนามมาตรฐานสำหรับการทดสอบสมรรถนะที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของโลก สนามแข่งในเยอรมันแห่งนี้จึงเป็นเวทีที่สมบูรณ์แบบในการพิสูจน์ขีดความสามารถด้านพลศาสตร์อันโดดเด่นของ Revuelto SV
ดีไซน์ที่เฉียบคมขึ้น
Revuelto SV สะท้อนปรัชญาอันเป็นแก่นแท้ของลัมโบร์กินี ที่ดีไซน์และสมรรถนะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างอย่างลงตัว รถยนต์รุ่นนี้คือการนำเสนอภาพลักษณ์อันไร้ข้อจำกัดทั้งในด้านสมรรถนะ ดีไซน์ และวิศวกรรมโครงสร้างน้ำหนักเบา โดยผสานระบบอากาศพลศาสตร์อย่างชาญฉลาดเข้ากับสมรรถนะขั้นสูงสุด นับตั้งแต่เส้นสายเพรียวลมด้านข้างสไตล์ “Speedshape” ไปจนถึงดีไซน์ “Omega” แนวตั้งด้านหน้าที่ช่วยขยายความกว้างของตัวรถและมอบความโดดเด่นสะดุดตาได้ในทันที ส่งให้ด้านหน้าดูเปี่ยมพลังแบบไดนามิก เสริมด้วยดิฟฟิวเซอร์ที่ตกแต่งด้วยเส้นสีแดงและปีกหลังที่ทำหน้าที่ในการมอบสมดุลด้านอากาศพลศาสตร์อย่างลงตัว จึงมั่นใจได้ว่ารถยนต์จะมอบแรงกดสูงสุดเสมอ
ในขณะเดียวกัน งานสีแบบพิเศษยังเพิ่มทางเลือกในการปรับแต่งรถยนต์อย่างไร้ขีดจำกัด ผสานทุกมุมมองทั้งด้านหน้าและด้านข้างให้เป็นรูปลักษณ์อันโดดเด่นทั้งในแง่ของงานออกแบบและสมรรถนะรถยนต์ รถรุ่นนี้ผสานทั้งเทคโนโลยี ดีไซน์ และประสบการณ์ในสนามแข่งขันเข้ากันอย่างกลมกลืน ทั้งการใช้สีดำมาเป็นลูกเล่นในการตกแต่ง ปีกหลังแบบติดถาวรที่มีฟังก์ชันเฉพาะด้าน การเติมสีสันที่สะดุดตา และโลโก้ SV ที่ออกแบบใหม่บริเวณด้านข้างและด้านหลัง ล้วนเน้นย้ำความเอ็กซ์คลูซีฟของรถยนต์รุ่นนี้ เส้นสายด้านข้างถูกขับเน้นอย่างสมบูรณ์แบบด้วยล้อแบบน็อตล็อกกลางดีไซน์ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง พร้อมโครงสร้างทรงหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์บริเวณด้านใน โดยนอกจากสี Shiny Silver ลูกค้ายังสามารถเลือกแบบตัวอักษร Lamborghini ที่เป็นไอคอนิกบริเวณด้านหลังทั้งในเฉดสี Shiny Black, Matt Black หรือ Matt Bronze ได้

ห้องโดยสารแนวสปอร์ตที่โฉบเฉี่ยวขึ้นตามปรัชญา “Feel-like-pilot”
ห้องโดยสารของ Revuelto SV ใหม่สามารถถ่ายทอดปรัชญา “Feel-like-pilot” ในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด ไม่เพียงแต่แผงหน้าปัดที่เพรียวบางและการให้ความสำคัญกับผู้ขับมากที่สุดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพวงมาลัยสไตล์ลัมโบร์กินีเจเนอเรชันล่าสุด พร้อมรูปแบบการวางตำแหน่งปุ่มควบคุมที่ได้แรงบันดาลใจจากรถแข่ง

การใช้โครงสร้างห้องโดยสารน้ำหนักเบา แผงประตูคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาพิเศษ และเบาะนั่งแบบเดียวกับรถแข่งที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้ Revuelto SV สะท้อนถึงดีเอ็นเอของสนามแข่งขันได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับชุดตกแต่งแบบมาตรฐาน Revuelto SV จะมาพร้อมเบาะ Sport Seats โครงสร้างเปลือกคาร์บอนที่ผสานภาพลักษณ์เบาะรถแข่งเข้ากับความสะดวกในการใช้งานและความสามารถในการปรับระดับได้มากขึ้น พร้อมออปชันเบาะ Race Seats โครงสร้างโมโนค็อกคาร์บอนไฟเบอร์ ที่มอบประสบการณ์แบบมอเตอร์สปอร์ตอันไร้ขีดจำกัดได้มากกว่าเดิม ซึ่งนอกจากได้น้ำหนักเบาะที่เบาลงแล้ว ยังช่วยโอบรับสรีระด้านข้างได้มากที่สุดในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ การเลือกใช้วัสดุของรถรุ่นนี้ยังสร้างมาตรฐานใหม่ในอีกหลายด้าน ด้วยการใช้คาร์บอนไฟเบอร์มากกว่า Revuelto ทุกรุ่นที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากออปชันวัสดุหนัง Nero Ade ลูกค้ายังสามารถเลือกหนังประเภทอื่น ๆ พร้อมเฉดสีหนังที่สวยงามตัดกันได้มากถึง 12 เฉดสี เพื่อขับเน้นคาแรกเตอร์แนวสปอร์ตของห้องโดยสารให้สวยงามเด่นชัดยิ่งขึ้น โดยเลือกได้ทั้งในส่วนเบาะนั่ง คอนโซลกลาง พรมปูพื้น และแผงหน้าปัด

ห้องโดยสารสไตล์มินิมอลยังสามารถผสานเข้ากับลายกราฟิกและแอนิเมชันเฉพาะรุ่น Revuelto SV ที่ใช้ในการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งานได้อย่างกลมกลืน โดยทันทีที่ประตูเปิดออก แอนิเมชันสไตล์ Revuelto SV อันเร้าใจบนหน้าจอจะเปิดต้อนรับผู้โดยสารทันที พร้อมตื่นตาไปกับโทนสีและวัสดุพิเศษเฉพาะรุ่น เพื่อเติมเต็มบรรยากาศของห้องโดยสารที่เหนือระดับอย่างสมบูรณ์ Revuelto SV ยังมาพร้อมปุ่มเลือกโหมด Pilota สีแดงแบบใหม่บริเวณด้านขวาของพวงมาลัย ใช้เพื่อเปิดการตั้งค่าระบบควบคุมการยึดเกาะถนนที่แตกต่างกัน ส่วนก้านปรับโหมด ANIMA (Adaptive Network Intelligence Management) สำหรับควบคุมระบบพลศาสตร์การขับขี่ส่วนกลางที่แฟน ๆ ลัมโบร์กินีคุ้นเคย ก็มาในเฉดสีแดงเช่นกัน
เทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์รุ่นพัฒนาใหม่
เหล่าวิศวกรและนักออกแบบของบริษัทฯ ได้ปรับปรุงเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ของ Revuelto SV ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อการสร้างแรงกดที่มากขึ้น การควบคุมที่แม่นยำขึ้น และสมรรถนะด้านเวลาต่อรอบที่ดีขึ้นในการขับขี่บนสนามแข่ง

สปลิตเตอร์ด้านหน้าและใต้ท้องรถผ่านการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อมอบสมรรถนะขั้นสูงสุด ครีบมุมด้านบนกันชนหน้าช่วยปิดผนึกบริเวณซุ้มล้อได้ดีขึ้นและนำกระแสอากาศให้ไหลไปยังชุดระบายความร้อนด้านข้างได้โดยตรง ช่วยเสริมแรงของอากาศที่ไหลเข้าและทำให้การระบายความร้อนมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ทั้งยังเสริมสมรรถนะการขับขี่ให้เหมาะสมแม้ในสภาวะอันดุเดือด การปรับสมดุลอากาศพลศาสตร์ในส่วนหน้ายังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมรถบนสนามแข่งและลดเวลาต่อรอบอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่การระบายความร้อนของเบรกซึ่งปรับให้ดีขึ้นถึง 12% ก็ช่วยให้การเบรกมีประสิทธิภาพสูงสุดยู่เสมอ แม้ในการขับขี่ที่ทรหดขั้นสุด
ปีกหลังของ Revuelto SV ผสานเทคโนโลยีและประสิทธิภาพของสนามแข่งเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ดีไซน์ปีกคู่ที่ได้แรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตบริเวณปลายด้านข้าง ช่วยสร้างแรงกดและการระบายความร้อนในระดับสูงสุด ในขณะที่ความลาดต่ำของส่วนกลางช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ และในส่วนท้ายของ Revuelto SV ติดตั้งครีบ Gurney flap ที่ทำให้ระบบอากาศพลศาสตร์และการระบายความร้อนทำงานได้อย่างเหมาะสมที่สุด โดยช่วยเพิ่มแรงกดบนฝากระโปรงหลังและเพิ่มแรงดูดอากาศบริเวณช่องระบายของหม้อน้ำ จึงเพิ่มประสิทธิภาพด้านอุณหภูมิและทำให้เกิดการระบายความร้อนที่ต่อเนื่องแม้ในการแข่งขันที่ดุเดือด ช่องระบายความร้อนใหม่ของเบรกหลัง บวกกับการออกแบบพื้นใต้ท้องรถอันซับซ้อนของ Revuelto SV ก็มีส่วนทำให้จานเบรกสามารถระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย
ผลลัพธ์คือ Revuelto SV สามารถสร้างแรงกดรวมได้มากกว่ารุ่น Revuelto ถึง 80% และมากกว่ารุ่น Aventador SVJ ถึง 10% ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพอัตราส่วนแรงกดต่อแรงต้านอีก 60% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Revuelto การออกแบบนี้การีนตีประสิทธิภาพทั้งการเร่งความเร็วที่ดีขึ้น การยึดเกาะที่เพิ่มขึ้น และเสถียรภาพระดับสูงสุดเมื่อขับด้วยความเร็วสูง ตลอดจนสมดุลอันไร้คู่แข่งทั้งในสนามแข่งและการขับขี่บนถนนทั่วไป
ระบบขับเคลื่อนยานยนต์
สำหรับ Revuelto SV ลัมโบร์กินีได้สร้างสรรค์เครื่องจักรเพื่อการขับขี่ด้วยนิยามอันบริสุทธิ์ที่สุด ระบบขับเคลื่อนผสานองค์ประกอบต่างๆ ที่ให้กำลังจำเพาะสูง ทั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน V12 ขนาด 6.5 ลิตรแบบไร้ระบบอัดอากาศ ทำงานประสานกับมอเตอร์ Axial Flux ด้านหน้า 2 ตัวซึ่งมอบอัตราส่วนน้ำหนักต่อกำลังเครื่องที่ดีเยี่ยม พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Radial Flux ที่ติดตั้งเหนือเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีดซึ่งวางแบบแนวขวางด้านหลังเครื่องยนต์ V12 ของลัมโบร์กินี

สถาปัตยกรรมรถยนต์รูปแบบนี้ช่วยให้การกระจายแรงบิดเกิดขึ้นได้เร็วมากและเป็นการกระจายแรงบิดด้วยระบบไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์ มอบการยึดเกาะที่เหนียวแน่น ความแม่นยำในการเข้าโค้งที่เพิ่มขึ้น และความคล่องตัวที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาวะการขับขี่ ด้วยการกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าแบบแอกทีฟ ระบบจึงมีการตอบสนองขณะเข้าโค้งที่ดีขึ้น พร้อมเพิ่มการยึดเกาะสูงสุดขณะออกจากโค้ง และทำให้ Revuelto มอบสัมผัสของซูเปอร์สปอร์ตคาร์น้ำหนักเบาและมีความแม่นยำมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการขับบนท้องถนนและในสนามแข่ง
เครื่องยนต์ V12 ให้กำลัง 825 แรงม้าที่ 9,250 รอบ/นาที และทำรอบเครื่องยนต์สูงสุดถึง 9,500 รอบ/นาทีเมื่อทำงานเชิงเทคนิคผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 3 ตัวและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสมรรถนะสูงขนาด 7.3 kWh ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ซึ่งให้กำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ ช่วยเพิ่มกำลังรวมสูงสุดสู่ระดับ 1,065 แรงม้าอย่างน่าประทับใจ โดยมากกว่ารุ่น Revuelto ถึง 50 แรงม้า
Revuelto SV มอบอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักอันน่าทึ่งที่ 1.66 กก./แรงม้า ระบบแบตเตอรี่ที่พัฒนาขึ้นใหม่ยังช่วยรักษาระดับของสมรรถนะให้สม่ำเสมอกว่ารุ่น Revuelto ถึง 4 เท่า โดยให้กำลังเครื่องที่ต่อเนื่องและทำงานได้สม่ำเสมอแม้ขับขี่ในสนามแข่งอันดุเดือด สิ่งที่น่าประทับใจไม่แพ้กันคือแรงบิดรวมของระบบสูงสุดที่ 1,425 นิวตันเมตร ซึ่งสูงสุดในรถยนต์คลาสเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการตอบสนองและการเร่งความเร็วอันเหนือชั้นของรถยนต์รุ่นนี้

การผสานเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ V12 เข้ากับประสิทธิภาพในการทำรอบเครื่องยนต์ที่สูงมากและระบบไฮบริดอันล้ำสมัย ทำให้ Revuelto SV มีอัตราเร่งอันน่าตื่นเต้นจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.4 วินาที และจาก 0-200 กม./ชม. ในเวลาเพียง 6.7 วินาทีเท่านั้น ทั้งยังสามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 345 กม./ชม. โดยไอเสียร้อนจะถูกระบายออกผ่านระบบท่อไอเสียแนวสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ปรับจูนมาโดยเฉพาะให้เหมาะกับกำลังเครื่องของรถยนต์รุ่นนี้ นำเสนอปลายท่อไอเสียคู่ในโทนสีเทาด้าน พร้อมทั้งนำเสนอออปชันการตกแต่งปลายท่อไอเสียทั้งในเฉดสีดำด้านและสีบรอนซ์ด้านอันหรูหราให้เป็นพิเศษ
ระบบกันสะเทือนช่วงล่างใหม่ พร้อมแดมเปอร์ปรับได้ด้วยแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง
ช่วงล่างของ Revuelto SV จะเปลี่ยนทุกการขับขี่ให้เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ทั้งสำหรับผู้ขับและผู้โดยสาร โดยแดมเปอร์ปรับตั้งด้วยมือที่พัฒนาจากเทคโนโลยีรถแข่ง GT3 มอบสมดุลที่สมบูรณ์แบบ พร้อมประสิทธิภาพสูงสุดและความรู้สึกในการขับขี่อันบริสุทธิ์ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง โดยสามารถปรับแต่งได้อย่างแม่นยำตามสไตล์การขับขี่เฉพาะบุคคล
ระบบการซับแรงที่ถูกปรับแต่งอย่างเหมาะสมจะช่วยควบคุมทุกการเคลื่อนไหวของตัวถังรถได้อย่างแม่นยำ ผู้ขับจะสัมผัสได้ถึงทุกโค้งถนนอย่างตรงไปตรงมา ปลอดภัย และไร้ข้อจำกัด ผลลัพธ์คือ Revuelto SV มีความคล่องตัวเพิ่มขึ้น 17% และการยึดเกาะด้านข้างดีขึ้น 10% เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Revuelto
การออกแบบจลนศาสตร์ของช่วงล่างยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแดมเปอร์ให้ถึงขีดสุด เพื่อถ่ายทอดไดนามิกส์ของรถยนต์ให้กลายเป็นการตอบสนองที่ฉับไวและแม่นยำ มอบประสบการณ์การขับขี่อันบริสุทธิ์ที่ผู้ขับและเครื่องจักรหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งประโยชน์ที่ลูกค้าสัมผัสได้นี้เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนาในสนามแข่งอันโชกโชน พร้อมออปชันแนะนำการตั้งค่ามากมาย ไม่ว่าจะในสนามทางเรียบ สนามขรุขระ หรือสนามเปียก
ระบบเบรก CCM-R Plus ใหม่
จานเบรกคาร์บอนเซรามิก CCM-R Plus ใหม่ที่ใช้ใน Revuelto SV ถือเป็นมาตรฐานใหม่ในด้านสมรรถนะของเซกเมนต์ไฮเปอร์คาร์และรถแข่ง ด้วยพัฒนาการด้านประสิทธิภาพการเบรกครั้งสำคัญโดยเฉพาะในสถานการณ์ชะลอความเร็วสูง เช่น 200-0 กม./ชม. ที่ลดระยะการเบรกเหลือเพียง 110 เมตร ระบบเบรกนี้พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับสภาวะการขับขี่ที่ท้าทายขั้นสุด โดยเฉพาะการแข่งรถประลองความอึดและความทนทาน (Endurance racing) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีรถฟอร์มูลาวัน ผ่านการผสานโครงสร้างคาร์บอน 3 มิติอันล้ำสมัย การระบายอากาศที่พัฒนามาจากรถแข่ง และผ้าเบรกที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อสร้างสรรค์ระบบเบรกไฮเทคอย่างแท้จริง

ระบบเบรก CCM-R Plus ใหม่ใน Revuelto SV จึงสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในด้านสมรรถนะและการควบคุม โดยด้านหน้าขนาด 420 x 40 มม. และด้านหลัง 410 x 32 มม. ซึ่งเหนือกว่าจานเบรกสมรรถนะสูงแบบ CCB-Plus ที่มีอยู่เดิม มอบพลังการเบรกและสมรรถนะขั้นสูงสุดสำหรับการใช้งานทั้งบนถนนและในสนามแข่ง และเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Revuelto พบว่ารุ่น SV ให้ประสิทธิภาพการชะลอความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้น 11% การระบายความร้อนเพิ่มขึ้น 23% และอุณหภูมิจานเบรกลดลง 12%
จานเบรกคาร์บอนเซรามิกที่มีการออกแบบระบบระบายอากาศมาเป็นพิเศษ ช่วยควบคุมการระบายความร้อนได้อย่างเหมาะสมและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงอุณหภูมิ ในขณะที่จานเบรกแบบลอยตัวพร้อมระบบยึดที่แข็งแกร่งยังทำงานได้อย่างสม่ำเสมอแม้ขณะขับขี่ในสนามแข่งอันดุเดือด ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบเบรกที่ทนทานต่อภาระหนักได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมการตอบสนองที่แม่นยำและทำงานได้ดีสม่ำเสมอ ตอบโจทย์ยานยนต์สมรรถนะสูงที่ไร้ข้อจำกัดในทุกสนามแข่ง ด้วยระบบเบรก CCM-R Plus ผู้ขับจะได้สัมผัสถึงพลังการเบรกขั้นสูงสุด แม่นยำ ทำงานซ้ำได้อย่างคงที่ และไร้จำกัดใด ๆ จึงให้สมรรถนะการเบรกที่ดีเยี่ยมที่สุด โดยนอกจากสีมาตรฐาน Nero Opaco ลูกค้ายังสามารถเลือกสีคาลิเปอร์เบรกได้ถึง 12 สีที่แตกต่างกัน
ระบบควบคุมเบรกรูปแบบใหม่
ระบบ Integrated Brake Control ใหม่ ติดตั้งเซนเซอร์วัดความเฉื่อยเจเนอเรชันใหม่ที่จะคอยตรวจสอบการเคลื่อนที่ของรถยนต์อย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ เมื่อผสานข้อมูลนี้เข้ากับตรรกะการประเมินค่าเสมือนอัจฉริยะรูปแบบใหม่ ระบบจึงสามารถเข้าใจการเคลื่อนที่ของรถยนต์ในทุกสถานการณ์ได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น
สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ขับสามารถเบรกได้อย่างแม่นยำพร้อมการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น ช่วยป้องกันล้อล็อก และมอบประสิทธิภาพการเบรกที่ดีเยี่ยม ผลลัพธ์คือระยะการเบรกที่สั้นลง การควบคุมรถยนต์ที่ดีขึ้นเมื่อต้องเบรกและเข้าโค้งพร้อมกัน รวมถึงเสถียรภาพที่ดีขึ้นเมื่อต้องขับผ่านเนินหรือขอบสนาม
หัวใจของระบบควบคุมเบรกแบบบูรณาการของ Revuelto SV คือเซนเซอร์ 6D ที่ทำงานร่วมกับตรรกะการควบคุมพลศาสตร์ยานยนต์อันล้ำสมัย โดยเซนเซอร์ 6D ถูกติดตั้งในตำแหน่งยุทธศาสตร์ใกล้กับจุดศูนย์ถ่วงของรถยนต์ และเชื่อมต่อโดยตรงกับชุดควบคุม IPB (Integrated Power Brake) โดยทำหน้าที่วัดค่าความเร่งทั้งสามแกน (ด้านข้าง แนวยาว และแนวตั้ง) แบบเรียลไทม์ รวมถึงความเร็วเชิงมุมในทั้งสามแกน (pitch, roll และ yaw) ข้อมูลนี้ช่วยสามารถประเมินความเร็วของรถยนต์ มุมลื่นไถลด้านข้าง และค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานในชั่วขณะที่ยางสัมผัสกับพื้นผิวถนนได้อย่างแม่นยำที่สุด
เซนเซอร์ 6D เป็นส่วนหนึ่งของระบบ IVE (Integrated Vehicle Estimator) ซึ่งกระบวนการคำนวณใช้การคัดกรองแบบ Kalman (Kalman filtering) อัลกอริทึมรูปแบบนี้จะให้การคาดการณ์เชิงมิติสำหรับพลศาสตร์ของรถยนต์โดยเฉพาะ จึงช่วยให้ระบบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์การขับขี่ได้พร้อมกัน โดยระบบเหล่านี้ยังรวมถึง IBC (Integrated Brake Controller) ที่คอยควบคุมการลื่นไถลของล้อขณะเบรก ช่วยลดระยะการเบรกได้สูงสุดถึง 10% การเชื่อมต่อโดยตรงกับ IVE ยังช่วยให้ระบบ IPB เพิ่มประสิทธิภาพการเบรกในขณะเข้าโค้งและในสถานการณ์ทั่วไปที่เกิดขึ้นในสนามแข่ง เช่น การขับผ่านขอบสนาม ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานบนพื้นฐานของการประเมินค่าที่แม่นยำจากระบบ IVE ด้วยเซนเซอร์ 6D นั่นเอง
สัมผัส Pilota โหมดการขับขี่ใหม่
รถยนต์ตระกูล Lamborghini Revuelto สามารถเปลี่ยนคาแรกเตอร์ให้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงตามโหมดการขับขี่ที่เลือก ตั้งแต่ซูเปอร์สปอร์ตคาร์สำหรับการขับขี่ใช้งานประจำวัน ไปจนถึงเครื่องจักรอันดุดันในสนามแข่ง โดยในโหมด Strada ทุกการขับขี่จะกลายเป็นประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบาย ด้วยการตอบสนองคันเร่งที่นุ่มนวลและการควบคุมการยึดเกาะที่แม่นยำสำหรับการเดินทางระหว่างวัน ผู้ขับที่ต้องการความเร้าใจมากขึ้น สามารถสลับไปใช้โหมด Sport ที่เน้นการตอบสนองของเครื่องยนต์ V12 และพลศาสตร์ของรถยนต์ให้คมชัดมากขึ้นและเปลี่ยนทุกโค้งให้เป็นความสุขที่ไร้การปรุงแต่ง สำหรับในสนามแข่ง โหมด Corsa ก็พร้อมเสมอ ด้วยการควบคุมการยึดเกาะขั้นต่ำสุดและพละกำลังขั้นสูงสุด เหมาะสำหรับการท้าทายทุกโค้งอย่างดุดันและแม่นยำเหนือใคร

เมื่อเปิดใช้งานผ่านปุ่มหมุนเฉพาะบนพวงมาลัย โหมด Pilota จะปลดล็อกการตั้งค่าการขับขี่ที่ปรับแต่งเฉพาะรายบุคคลให้มากที่สุด รวมถึงการปรับแต่งระบบควบคุมการยึดเกาะได้ถึง 5 ระดับที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งถ่ายทอดโดยตรงมาจากประสบการณ์การแข่งขันในรุ่น GT3 ของลัมโบร์กินี
ระบบนี้สามารถปรับให้เข้ากับสภาพสนามและการสึกหรอของยางที่แตกต่างกันได้อย่างราบรื่น ในขณะที่ระบบควบคุมเสถียรภาพขั้นสูงจะช่วยเพิ่มความสมดุล ความแม่นยำ และสมรรถนะการขับขี่ โดยเฉพาะเมื่อขับผ่านขอบสนามและในช่วงเวลาของการขับเคี่ยวอันดุดัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือประสบการณ์การขับขี่อย่างแท้จริงในระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมา
การปรับแต่งที่เหนือระดับพร้อมสัมผัสฟีเจอร์ใหม่
แนวทางการใช้คาร์บอนไฟเบอร์เปลือยบน Revuelto SV ยังก้าวสู่ระดับใหม่ ด้วยออปชันชิ้นส่วนคาร์บอนเปลือยสำหรับการตกแต่งภายนอกที่มีให้เลือกมากถึง 25 ชิ้น ทางเลือกการตกแต่งยังครอบคลุมถึงองค์ประกอบอย่างกันชนหน้าและปีกหลังเพื่อเน้นย้ำถึงปรัชญาด้านเทคนิคและโครงสร้างน้ำหนักเบาของรถยนต์ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังติดตั้งแผงประตูคาร์บอนไฟเบอร์แบบแมตต์รุ่นใหม่ให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานซึ่งช่วยลดน้ำหนักโดยรวม พร้อมยกระดับสุนทรียภาพของห้องโดยสารภายในให้บริสุทธิ์และสะท้อนถึงสมรรถนะของรถยนต์ได้มากขึ้น แผงประตูคาร์บอนไฟเบอร์มาตรฐานใหม่ยังติดตั้งระบบเครื่องเสียงระดับไฮพรีเมียม Sonus faber ซึ่งเป็นออปชันเสริมได้อย่างกลมกลืน ผสานพลัง Natural Sound ที่สมจริงเข้ากับคาแรกเตอร์ยานยนต์น้ำหนักเบาและล้ำสมัยของ Revuelto SV ให้เป็นหนึ่งเดียว

สำหรับล้อ DROMOS แบบหล่อขึ้นรูปขนาด 20-21 นิ้วที่พัฒนาขึ้นใหม่ซึ่งใช้เทคโนโลยีล็อกกลาง (monolock) ซึ่งนำมาจากรถแข่ง มีออปชันให้เลือกถึง 5 เฉดสี และสามารถจับคู่กับตัวล็อกกลาง (centerlock) ที่มีให้เลือกถึง 12 สี ประสานกับคาลิเปอร์เบรก เพื่อสร้างสุนทรียภาพที่กลมกลืนและเสริมปรับแต่งเฉพาะบุคคลในระดับสูง

ภายในห้องโดยสาร Revuelto SV มาพร้อมการจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ แบบล้ำสมัย โดยใช้วัสดุ Corsa-Tex by Dinamica เป็นแกนกลาง โดยวันนี้ยังสามารถเลือกเฉดสี Nero Cosmus เพื่อตอกย้ำคาแรกเตอร์ที่มุ่งมั่นและได้แรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต พร้อมนำเสนอเบาะบักเก็ตแบบรถแข่งแนวใหม่ หุ้มด้วยวัสดุ Corsa-Tex และหนัง เพื่อสร้างสัมผัสการขับขี่ที่เร้าใจบนโครงสร้างน้ำหนักเบาและดีไซน์โฉบเฉี่ยวเฉกเช่นในสนามแข่ง
รถยนต์รุ่นผลิตจริงที่เร็วที่สุดของสนามฮอกเคนไฮม์
ในการสร้างมาตรฐานการทดสอบสมรรถนะที่แข็งแกร่งและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ลัมโบร์กินีจึงเลือกสนามฮอกเคนไฮม์ (Hockenheimring) สำหรับการบันทึกเวลาต่อรอบอย่างเป็นทางการของ Revuelto SV โดยสามารถทำเวลาต่อรอบที่ 1:41.6 นาทีโดยมาร์โก มาเปลลี นักขับจากโรงงานของลัมโบร์กินี ซึ่งทำให้ Revuelto SV กลายเป็นรถยนต์รุ่นผลิตจริงที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้บนสนามแข่งสัญชาติเยอรมันแห่งนี้
สนามฮอกเคนไฮม์เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะสนามที่เคยจัดการแข่งขันทั้ง Formula 1, DTM และ GT Championship ถือเป็นหนึ่งในสนามอ้างอิงมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในวงการยานยนต์สำหรับการทดสอบสมรรถนะ ด้วยการวางผังสนามอย่างสมดุลและมีความท้าทายในเชิงเทคนิค ซึ่งผสานทั้งช่วงทางตรงความเร็วสูง โซนเบรกหนัก และช่วงโค้งเชิงเทคนิค เปิดโอกาสให้สามารถประเมินขีดความสามารถทางพลศาสตร์ของรถยนต์ได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ ในฐานะหนึ่งในสนามยอดนิยมสำหรับแข่งขัน สนามฮอกเคนไฮม์จึงมีลักษณะที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นเวทีที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสและดื่มด่ำกับศักยภาพด้านสมรรถนะของ Revuelto SV อย่างเต็มที่
ความสำคัญและประวัติศาสตร์ของตระกูล SV
นับเป็นเวลากว่า 50 ปีที่รถตระกูล Super Veloce ของลัมโบร์กินี มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างอัตลักษณ์ของ แบรนด์ผู้ผลิตรถสปอร์ตแห่งเมืองซัง’อกาตา โบโลนเญส รถยนต์เหล่านี้ถือเป็นตัวแทนของยานยนต์อันทรงพลังและดุดันที่สุดเท่าที่เคยมี และยังสะท้อนปรัชญาด้านสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัดของลัมโบร์กินีอย่างชัดเจน โดยเริ่มตั้งแต่รุ่น Miura SV ในปี ค.ศ.1971 ผ่านมายังรุ่น Diablo SV และรุ่น Murciélago LP 670-4 SV ไปจนถึงรุ่น Aventador SV กับรุ่น Lamborghini Revuelto SV ใหม่ กล่าวคือ ลัมโบร์กินีสานต่อธรรมเนียมการพัฒนาในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร เพื่อถ่ายทอดการค้นหาขีดสุดแห่งสมรรถนะอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อมุ่งสู่สุดยอดประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
[1] Revuelto (WLTP): อัตราการใช้พลังงาน (แบบรวมถ่วงน้ำหนัก): 4.7 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/100 กม. และ 15 ลิตร/100 กม.; อัตราการปล่อยก๊าซ CO2 (แบบรวมถ่วงน้ำหนัก): 350 กรัม/กม.; ระดับ CO2 (แบบรวมถ่วงน้ำหนัก): G; ระดับ CO2 เมื่อแบตเตอรี่หมดประจุ: G; อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อแบตเตอรี่หมดประจุ (แบบรวม): 17.9 ลิตร/100 กม.














