หลังมีข่าวใหญ่ในวงการรถยนต์บ้านเราว่า บริษัทแม่ Leapmotor พร้อมเข้ามาทำตลาดเองในไทย โดยจะขยับฐานะของดีสทริบิวเตอร์อย่าง PNA หรือพระนครยนตรการ ให้กลายเป็นเพียงเมกะดีลเลอร์เพียงไม่กี่วันเท่านั้น

Nikkei Asia ก็นำเสนอข่าวใหญ่ที่กระตุกประสาทค่ายรถยนต์ดั้งเดิมทั่วโลก ด้วยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2569 (เมษายน–มิถุนายน) ที่ผ่านมาว่า สตาร์ทอัพ EV สัญชาติจีน อย่าง Leapmotor สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการกวาดยอดขายทั่วโลกไปได้ทะลุ 240,000 คัน เติบโตพุ่งทะยานกว่า 84% แซงหน้าค่ายรถญี่ปุ่นระดับตำนานอย่าง Subaru ที่ทำยอดขายได้ประมาณ 230,000 คัน และ Mitsubishi Motors ที่มียอดขายราวๆ 170,000 คัน สำเร็จเป็นครั้งแรก

การที่แบรนด์เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นานสามารถล้มยักษ์ใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายสิบปีได้ ไม่ใช่เรื่องโชคช่วย แต่เกิดจากกลยุทธ์การตลาดอันแหลมคม ที่มีแบ็คระดับพรีเมียมอย่าง Stellantis กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่เจ้าของ Peugeot, Citroën, Jeep, Fiat คอยหนุนหลัง

สูตรความสำเร็จของมังกรจีนผสมมันสมองระดับโลก เริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นด้วยการวิจัยและพัฒนาเองภายในบริษัทเองสูงถึง 65% ทั้งระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ C2C ที่สำคัญคือการชูนวัตกรรม EREV รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กทำหน้าที่ปั่นไฟ เพื่อตอบโจทย์คนอยากใช้ EV แต่ยังกังวลเรื่องการชาร์จ

ตามมาด้วยการวางระดับราคาที่คุ้มค่าด้วยการใส่อุปกรณ์และเทคโนโลยีระดับพรีเมียม เช่น สถาปัตยกรรม 800V, ชิปประมวลผลสูง แต่ตั้งราคาในระดับแมสจับต้องได้ ทำให้คู่แข่งในระดับราคาเดียวกันหนาวๆ ร้อนๆ

การเพิ่มช่องทางขายแบบไร้ขีดจำกัด ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นทีเด็ด ด้วยการจับมือกับ Stellantis ทำให้ Leapmotor ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ในต่างประเทศ แต่สามารถเสียบปลั๊กใช้เครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการของ Stellantis กว่า 800 แห่งทั่วโลก ส่งรถออกสู่ตลาดยุโรป ลาตินอเมริกา และเอเชียได้อย่างรวดเร็ว

นี่ยังไม่รวมถึง การสื่อสารและสร้างความมั่นใจในภาพลักษณ์ที่มีพันธมิตรระดับโลก ช่วยสลัดภาพจำเดิมๆ เรื่อง ความไม่น่าเชื่อถือของแบรนด์ใหม่ พร้อมดันแคมเปญการรับประกันและบริการหลังการขายที่เป็นมาตรฐานเดียวกับค่ายรถยุโรป

หันกลับมาดูบ้านเราที่ล่าสุดมีข่าวดีว่า Leapmotor พร้อมการสนับสนุนจาก Stellantis กำลังจะลงทำตลาดในประเทศไทยด้วยตัวเองอย่างเป็นทางการ

การเปลี่ยนผ่านจากการใช้ตัวแทนจำหน่ายในประเทศ มาเป็นบริษัทแม่ลงสนามเองจะแก้จุดอ่อนเรื่องอะไหล่ การอัปเดตซอฟต์แวร์ และศูนย์บริการได้อย่างตรงจุดมากน้อยเพีงใด หลังจากปล่อยให้ PNA ดำเนินการมาเป็นเวลา 2 ปีเต็ม

ที่สำคัญ คือการคุมโครงสร้างราคาและโปรโมชันที่พร้อมจะลงมาชนในสงครามราคาได้อย่างเต็มตัว หลายคนเชื่อว่าการมาของ Leapmotor ครั้งนี้ จะไม่ได้มีแค่รถ EV Pure เท่านั้น แต่ยังมีเทคโนโลยี EREV ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% แต่มีเครื่องยนต์ที่เติมน้ำมันปั่นไฟได้ ขับยาวๆ ทะลุ 1,000 กิโลเมตร ซึ่งจะกลายเป็น “Game Changer” ลูกใหม่ในไทยอย่างแน่นอน














