กลายเป็นประเด็นที่คนรักรถ EV กลับมาจับตามองอีกครั้ง เมื่อมีกระแสข่าวหนาหูว่า Leapmotor ภายใต้การบริหารของกลุ่มพระนครยนตรการ (PNA) เตรียมส่งอาวุธใหม่ลงเขย่าตลาดประเทศไทยในช่วงไตรมาสที่ 3 ถึงไตรมาสที่ 4 ของปี 2026 นี้ เพื่อมาเสริมทัพรุ่นพี่อย่าง C10 และ B10 ที่สถานการณ์ยอดขายในปัจจุบันอาจจะยังไม่เปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร

โดยข่าวล่าสุดระบุว่า รุ่นใหม่ที่จะเอาเข้ามาเสริมตลาดคือ Leapmotor รุ่น A10 ซึ่งไซซ์เล็กลงไปอีก เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้น และกลุ่มลูกค้าไซซ์เล็กถือเป็นกลุ่มที่ใหญ่สุดของบรรดาลูกค้า SUV แต่ก็มีบางกระแสยืนยันว่า PNA อาจะใช้ชื่อรุ่นใหม่เป็น B03X ส่วนจะใช่หรือไม่ใช่อดใจรอคำตอบอีกนิด แต่ในช่วงนี้ทีมงาน CARZANOVA ขออนุญาติถอดรหัส B03X ไปพรางๆ ก่อน

จุดที่น่าสนใจที่สุดของรถรุ่นใหม่นี้คือการใช้รหัส “B03X” ซึ่งในตลาดโลกอาจใช้ชื่อทางการว่า Leapmotor A10 ความพิเศษอยู่ที่การใช้ B-Platform ซึ่งเป็นโครงสร้างทางวิศวกรรมที่พัฒนาร่วมกับยักษ์ใหญ่ฝั่งยุโรปอย่าง Stellantis เจ้าของแบรนด์ Maserati, Jeep หรือ Peugeot ฯลฯ

การหยิบเอา Platform ระดับโลกมาใส่ในรถกลุ่ม Compact SUV นี้ คือความพยายามของ Leapmotor ที่จะบอกลูกค้าว่า รถเล็กของฉัน ไม่ใช่การลดต้นทุน แต่มันคือการยกระดับมาตรฐานงานวิศวกรรม ทั้งเรื่องความแข็งแกร่งของโครงสร้างและการจูนช่วงล่างที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมแบบยุโรป เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดเดียวกันอย่างชัดเจน

ในเวอร์ชันจีน B03X หรือ A10 มาพร้อมกับตัวถังขนาดกะทัดรัด ความยาวแค่ 4.2 เมตร แต่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี แบตเตอรี่มีให้เลือกตั้งแต่ 39.8 kWh ถึง 53 kWh ระยะทางวิ่งทำได้สูงสุดประมาณ 40 – 500 กม. ตามมาตรฐาน CLTC ราคาขายในจีน เริ่มต้นที่ประมาณ 65,800 หยวน คำนวณเป็นเงินไทย ไม่รวมภาษีและค่าขนส่งจะอยู่ที่ประมาณ 3 แสนนิดๆ หากรวมภาษีและค่าการตลาดในไทย คาดว่าจะเปิดตัวในระดับ 5-6 แสนบาทเท่านั้นเพื่อท้าชนกับเจ้าตลาดโดยตรง
หลายคนบอกว่าถ้า Leapmotor ลงมาจับตลาดแมสแบบนี้ยอดขายน่าจะไหลลื่นมากขึ้น แต่ก็มีนักการตลาดจำนวนไม่น้อยทีเดียวทีมองเรื่องนี้เป็นจุดอ่อน กลายเป็นวิสัยทัศน์ที่สับสน และไม่แน่อาจจะกลายเป็นกำแพงแห่งความเชื่อมั่น

ปัญหาใหญ่ของ Leapmotor ในไทยหลายสื่อหลายสำนักเคยวิเคราะห์ว่าไม่ได้อยู่ที่ตัวรถ เพราะหลายคนยอมรับว่ารถ OK แต่จุดอ่อนที่แท้จริงคือยุทธศาสตร์การตลาดของ PNA ที่ดูเหมือนจะสับสนและเปลี่ยนทิศทางไปมาจนลูกค้าตามไม่ทัน เราเห็นจุดเริ่มต้นการเปิดตัวรุ่นพี่ใหญ่อย่าง C10 ด้วยภาพลักษณ์พรีเมียม ตั้งราคากระโดดไปหลักล้านกว่าๆ หวังจับลูกค้ากลุ่มบน แต่ด้วยชื่อชั้นแบรนด์ใหม่และทางเลือกที่หลากหลาย ทำให้ราคาพรีเมียมกลายเป็นกำแพงที่ลูกค้าเข้าถึงยาก

เมื่อ C10 ขายยากยุทธศาสตร์พรีเมียมก็เริ่มสั่นคลอน ผู้บริหารตัดสินใจลดราคาและลดสเปก หยิบ C10 รุ่นโลว์สเปกตั้งราคาเหลือไม่ถึงล้านบาท เพื่อจูงใจตลาดแมส การทำแบบนี้ทำลายความรู้สึกพรีเมียมที่สร้างไว้ตอนแรกทันที หลังจากนั้นก็พยายามเอา B10 SUV ไซซ์กลางเข้ามาเสริมทัพในราคาที่ถูกลงอีก เพื่อพยายามหาจุดที่ขายได้ แต่ก็ยังพบกับโจทย์ยากเรื่องศูนย์บริการและการตลาดที่ไม่รุกหนักเท่าคู่แข่ง

ความหวังล่าสุดสำหรับ A10 SUV ไซซ์เล็กหรือรุ่นที่จะขายในไทย B03X เพื่อชนกับแบรนด์จีนราคาประหยัดรุ่นอื่นๆ ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ แบรนด์พรีเมียม ที่ตั้งใจไว้ตอนแรกเลือนรางกลายเป็นพรีเมียมแมสที่ดูย้อนแย้งในตัวเอง ความไม่ชัดเจนของแบรนด์ ประกอบกับโชว์รูมและศูนย์บริการที่ยังวิ่งตามคู่แข่งไม่ทัน แม้ PNA จะการันตีระบบจัดส่งอะไหล่ภายใน 3 วัน และมีแผนใช้โรงงานบางชันประกอบรถในประเทศ แต่ในสายตาผู้บริโภค ความอุ่นใจยังเป็นรองแบรนด์ที่มีคลังอะไหล่ขนาดใหญ่และพิสูจน์ตัวเองมานานกว่า

ยุทธศาสตร์ที่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์เฉพาะหน้าของ PNA อาจทำให้ลูกค้ากังวลเรื่องทิศทางในระยะยาว เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีวิชั่นการตลาดที่นิ่งและต่อเนื่องกว่า ผู้เชื่ยวชาญด้านรถยนต์หลายคนยังสรุปว่าการส่ง A10 หรือ B03X เข้ามาชนในตลาดแมส มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าทำราคาได้ดีและลบภาพจำเรื่องความสับสนของแบรนด์ได้ นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ
แต่ถ้ายังหาตัวตนเรื่องพรีเมียมแบรนด์ไม่เจอและบริการหลังการขายยังไม่กว้างขวางพอ ความเด่นของตัวรถเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอที่จะจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจ














