เมโทร กรุ๊ป ผนึก ไชน่า เอฟเอดับเบิลยู กรุ๊ป เปิดตัวรถผู้นำจีนแบรนด์หรู “หงษ์ฉี” Hongqi ในไทย ย้ำถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มั่นใจศักยภาพตลาดรถยนต์ไทย พร้อมเปิดแผนดำเนินงานระยะสั้นประกอบด้วยการนำเข้ารถยนต์พลังงานใหม่ 3 รุ่น รวมถึงรุ่นยอดนิยมอย่าง E-HS9 เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวไทย

สำหรับแผนผลิตภัณฑ์และการขยายตัวในอนาคต หงษ์ฉีมีแผนการรุกตลาดที่ชัดเจนโดยปีนี้เตรียมส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่ 3 รุ่น ซึ่งรวมถึงรุ่น E-HS9 และจะมีการนำซีรีส์ “Golden Flower” เข้ามาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย โดยในอีก 3 ปีข้างหน้าผลิตภัณฑ์ของหงษ์ฉีจะครอบคลุมในหลากหลายเซ็กเมนต์ ทั้งรถเก๋งและ SUV เพื่อตอบโจทย์ความหรูหราที่หลากหลายและมีมูลค่าสูงสำหรับคนไทย

แนวทางการทำตลาดของแบรนด์หงษ์ฉีในประเทศไทยภายใต้การบริหารของ เมโทร กรุ๊ป (Metro Group) เริ่มตั้งแต่การสร้างแบรนด์ หงษ์ฉีวางตำแหน่งตนเองเป็นแบรนด์รถยนต์ระดับ Legend และเป็นความภาคภูมิใจของประเทศจีน ใช้แนวคิดหลักคือ “Driven by Heritage Leading Tomorrow” เพื่อสื่อให้ครอบคลุมทั้งประวัติศาสตร์อันยาวนานและการก้าวไปสู่อนาคต

สื่อถึงการเป็นแบรนด์ที่มีรากฐานที่มั่นคง มีการสืบทอดความภาคภูมิใจและองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น โดยหงษ์ฉีได้รับการยอมรับว่าเป็นระดับ Legend และเป็นความภาคภูมิใจของประเทศจีนอีกทั้งบริษัทแม่ FAW ยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกและเป็นต้นกำเนิดของอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศจีน
นอกจากการสร้างภาพลักษณ์ความคลาสสิกและพรีเมียมแล้ว เมโทร กรุ๊ป ยังเน้นการสร้าง Community ของกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์และความชอบคล้ายกัน เช่น การจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตแจ๊ส การล่องเรือ หรือการรับประทานอาหารค่ำแบบพิเศษ เพื่อให้แบรนด์เป็นสื่อกลางในการรวมตัวของกลุ่มลูกค้า

สำหรับการขยายโครงข่ายผู้จำหน่ายและบริการ ทางกลุ่มได้วางเป้าหมายการขยายสาขาวางแผนเปิดโชว์รูมประมาณ 10 แห่ง ภายใน 3 ปี โดยจะเน้นคุณภาพบริการมากกว่าจำนวน ส่วนทำเลที่ตั้งจะมี กรุงเทพฯ ประมาณ 5 แห่ง โดยมีแฟลกชิปโชว์รูมคือ หงษ์ฉี แมนชั่น (Hongqi Mansion) บนถนนพระราม 2 และหงษ์ฉี Pop-up store ที่ One Bangkok

ขณะที่ต่างจังหวัดจะกระจายให้ครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ เช่น ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่นและโคราช. ภาคใต้ จ.ภูเก็ต หรือหาดใหญ่และ ภาคตะวันออก ที่ จ.ชลบุรี
ยังได้เตรียมความพร้อมด้านอะไหล่โดยเปรียบเทียบราคากับรถยุโรปพรีเมียมเพื่อให้เข้าถึงได้ง่าย มีช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมและได้รับใบรับรองจากโรงงานหงษ์ฉีที่เมืองฉางชุน ประเทศจีน รวมถึงมีบริการ Mobile Service และ Roadside Assistance 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี

สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายยังมุ่งเน้นกลุ่มผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และกลุ่ม Family Man ที่ต้องการรถยนต์ที่รองรับการใช้งานของครอบครัวได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย โดยจะใช้สื่อผสมผสานทั้งออนไลน์ เฟสบุ๊ก , IG, Line, Website และออฟไลน์ เช่น บิลบอร์ด 16 จุดทั่วกรุงเทพฯ
ทางกลุ่มยังได้ตั้งเป้ายอดขายสำหรับรุ่น E-HS9 ไม่ต่ำกว่า 400 คัน ภายใน 6 เดือนแรก และหงษ์ฉีมีแผนจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เพิ่มอีก 2 รุ่นภายในปีนี้ เพื่อให้ครอบคลุมหลายเซกเมนต์มากขึ้น

สำหรับหงษ์ฉี E-HS9 เปิดจำหน่ายในราคาพิเศษ 2,999,000 บาท จากปกติที่ราคาในจีนประมาณ 3.3 ล้านบาท หรือในสิงคโปร์ที่สูงถึง 12 ล้านบาท พร้อมมอบสิทธิพิเศษจำกัดเฉพาะลูกค้า 400 คันแรกเท่านั้น
โดยจะได้รับ ฟรี Wall Charger พร้อมติดตั้ง ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. และประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กม. นอกจากนี้ยังมีบริการผู้ช่วยส่วนตัวในการจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม หรือร้านอาหาร เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้า

หงษ์ฉีวางตำแหน่งเป็นคู่เทียบกับรถยุโรประดับพรีเมียม ทั้งในด้านราคา คุณภาพ และการบริการหลังการขาย โดยชูจุดเด่นความเป็นต้นกำเนิดของอุตสาหกรรมรถยนต์จีน โดยมีการใช้สโลแกนเชิงเปรียบเทียบ I am your father เพื่อสื่อถึงความเป็นแบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคารถที่นำเข้าจากจีนซึ่งมีขนาด Full-size SUV แต่ทำราคาได้น่าสนใจเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกัน
ด้านสเปคและสี HONGQI E-HS9 ที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย เมโทร กรุ๊ป (Metro Group) มีเฉดสีตัวถังภายนอก 3 เฉดสี ได้แก่ สีน้ำเงิน Pacific Blue,สีขาว White Jade, สีดำ Imperial Black ส่วนห้องโดยสารภายในมี 3 สไตล์ สีน้ำตาล Saddle Brown, สีดำ Graphite Black และสีทูโทน Mysterious Gray / Crystal White

ขณะที่ขุมพลังเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ พละกำลังสูงสุด 493 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 606 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 5.5 วินาที แบตเตอรี่ Ternary Lithium ความจุ 120 kWh วิ่งได้ไกลถึง 760 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ ตามมาตรฐาน CLTC รองรับการชาร์จไว (DC) 140 กิโลวัตต์ ซึ่งหลายคนบ่นว่าชาร์จช้าไปหน่อย และมีโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับเลือกได้ถึง 7 โหมด
ส่วนรีวิวรอติดตามได้เร็วๆ นี้ …














