นายภัทรวิพล สุรวรรณธนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟตอน ซีพี มอเตอร์ จำกัด เปิดเผยถึงความสำเร็จและก้าวย่างสำคัญของ CP Foton ในการรุกตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ในไทย โดยระบุว่าภาพรวมการเติบโตในปีที่ 6 ของการดำเนินงานในไทยว่ามียอดขายสะสมรวมถึง 3,000 คัน เฉพาะในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 นี้มียอดขายส่งมอบแล้วเกือบ 300 คันแต่มีใบสั่งซื้อในมือมากกว่า 500 คัน ทำให้คาดการณ์ว่าปีนี้จะเติบโตกว่าปีที่แล้วเป็นเท่าตัวโดยตั้งเป้ารวมที่ 2,000 คัน

เป้าหมายในอนาคต ปัจจุบัน CP Foton อยู่อันดับ 4 ของตลาดโดยตั้งเป้าขึ้นสู่ท็อป 3 ภายใน 3 ปี และก้าวสู่อันดับ 1-2 ภายใน 5 ปี หากทำยอดขายได้ถึง 5,000 คัน ไม่นับรวมรถกระบะ ซึ่งมีโอกาสขึ้นเป็นอันดับ 2 ได้แน่นอน ทั้งนี้ตลาดรถบรรทุกมีขนาดรวมประมาณ 20,000 คันเศษต่อปี

สำหรับการบุกตลาดรถตู้ทึบไฟฟ้า e VIEW CONNECT น่าจะเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตในปีนี้ ซึ่งจะมีทั้ง รุ่น i7, i8 และ i9 เพื่อมาแทนที่รถกระบะมาตรฐานในตลาดโลจิสติกส์ เริ่มจาก e VIEW CONNECT i8 ซึ่งมีจุดเด่นคือ สมรรถนะเหนือกว่า มีมอเตอร์กำลังสูงถึง 170 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลัง สามารถขึ้นทางชันได้ดีกว่าคู่แข่งที่มีเพียง 100 แรงม้า ซึ่งบรรทุกได้ถึง 1.45-1.5 ตัน มากกว่ารถกระบะทั่วไปที่ทำได้แค่ 1 ตันโดยไม่ต้องดัดแปลงช่วงล่าง และมีพื้นที่บรรทุกกว้างขวางตั้งแต่ 6.8 ถึง 8.6 คิวบิกเมตร สามารถทำระยะทางวิ่งต่อการชาร์จได้ถึง 371 กม. ตามมาตรฐาน NEDC

อีกหนึ่งจุดเด่นคือความคล่องตัว เนื่องจากตัวรถมีความสูงไม่ถึง 2 เมตรในรุ่น i7, i8 ทำให้เข้าอาคารหรือที่จอดรถเพดานต่ำได้ และมีวงเลี้ยวแคบกว่ารถกระบะ ความสะดวกในการขนถ่าย โดยมีประตูสไลด์ 2 บานและประตูท้ายแบบตู้กับข้าว รวมเป็น 3 ทางเข้า พื้นรถสูงเพียง 50 ซม. ช่วยให้ยกของสะดวกและรวดเร็ว

หากมองความคุ้มค่าทางธุรกิจ รถตู้ทึบไฟฟ้า e VIEW CONNECT ประหยัดค่าพลังงานด้วยมีต้นทุนเพียง 0.50 บาทต่อกิโลเมตร ในขณะที่รถน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 5 บาท ซึ่งประหยัดกว่าถึง 10 เท่า ส่งผลให้การคืนทุนเร็วขึ้นด้วยน้ำหนักบรรทุกที่มากกว่าและค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า หากวิ่งวันละ 2 รอบ สามารถคืนทุนได้ภายในเวลาเพียง 1 ปี แถมมีค่าบำรุงรักษาต่ำในระยะ 200,000 กม. ค่าบำรุงรักษาไม่ถึง 10,000 บาท ขณะที่รถกระบะที่ใช้น้ำมันจะมีสูงถึง 13,000 บาท

CP FOTON ให้ความสำคัญกับเครือข่ายและบริการหลังการขาย ล่าสุดได้ขยายดีลเลอร์ทำให้ปัจจุบันมีมากถึง 37 แห่งและตั้งเป้าเพิ่มเป็น 45-50 แห่งทั่วประเทศ ภายในสิ้นปีนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ โดยร่วมมือกับ Spark สร้างสถานีชาร์จสำหรับรถใหญ่โดยเฉพาะ ซึ่งจะไม่มีหลังคาเพื่อไม่ให้ติดขัดเวลาเข้าชาร์จ และมีตู้ชาร์จแรงสูง 360-600 kW ทั้งนี้ทาง CP FOTON ให้การรับประกันที่มั่นใจ รับประกันตัวรถ 5 ปี และรับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 400,000 กิโลเมตร พร้อมปรับปรุงคลังอะไหล่ให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่

ในด้านการผลิตและการส่งออก ปัจจุบันฐานผลิตในไทยประกอบรถเครื่องยนต์สันดาปทั้งหมดในไทย และมีแผนจะเริ่มประกอบรถไฟฟ้าในอนาคต โดยมีกำลังการผลิต 3,000 คันต่อปี ส่งออกไปยังอินโดนีเซียและกำลังวิเคราะห์ตลาดเพื่อส่งออกไปเวียดนามและมาเลเซีย

CP FOTON กำลังใช้ความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีรถไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูงกว่าและการบริการที่ครอบคลุม เพื่อเข้ามากินส่วนแบ่งตลาดรถกระบะขนส่งเดิม และก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ในไทย เรามุ่งเน้นรถพลังงานไฟฟ้าโดยใช้ความได้เปรียบจากการเป็นบริษัทแรกๆ ที่นำรถพาณิชย์ไฟฟ้าเข้ามาในไทย และการมีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุม ตั้งแต่รถกระบะ รถตู้ ไปจนถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อตอบโจทย์ในช่วงที่ราคาน้ำมันดีเซลสูง พร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นและโครงสร้างพื้นฐานไปพร้อมๆ กัน














