นาทีนี้ถ้าพูดถึงรถ SUV ไซส์พิมพ์นิยมพิกัดราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ต้องบอกกันตรงๆ ว่ามีตัวเลือกอยู่มากโขทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นตระกูลญี่ปุ่นหรือจีนทั้งแบบไฟฟ้าล้วน 100% หรือเครื่องยนต์ผสมกับมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริด รวมไปถึงรถทันกระแสยุคนี้กับ REEV (Range Extended Electric Vehicle) ดังนั้นผู้อ่านหลายท่านที่กำลังมีแผนจะเปลี่ยนรถคันใหม่อาจจะต้องศึกษารายละเอียดกันพอสมควร

วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบ โดยเฉพาะการเข้ามาของ Deepal S05 ทางเลือกใหม่ที่จะมาเขย่าขวัญทั้งเจ้าตลาดรถน้ำมันไฮบริด (xEV) และท้าชนรถไฟฟ้า (EV) รุ่นพี่ที่ครองเมืองอยู่ก่อนหน้า ภายใต้รูปทรงสุดล้ำสมัยและมีอะไรที่ซ่อนอยู่ สเปคจะดีจริงหรือเป็นแค่กระแสเท่านั้น … ลองไปดูกัน!!

เริ่มต้นไปดูที่รูปลักษณ์ภายนอกกันก่อนเลย สำหรับ Deepal S05 สิ่งที่กระแทกตาที่สุดไม่ใช่แค่ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ แต่มันคือภาษาการออกแบบที่ดูสะอาดตาแต่แฝงไปด้วยความไฮเทคแบบยานอวกาศ เส้นสายที่เรียบง่ายแต่ลื่นไหลช่วยให้รถดูมีระดับกว่าราคาค่าตัวไปมาก ด้านบนมาพร้อมหลังคา Panoramic Sunroof ขนาดใหญ่ 1.9 ตารางเมตร และดีไซน์ที่ดูทันสมัยกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน ส่วนท้ายมองผ่านๆ นึกว่า ปอร์เช่ มาค้นน์ ไฟท้ายเป็นแถวเรียงยาวดูสวยงาม

จุดที่ S05 เหนือกว่าคู่แข่งญี่ปุ่นในกลุ่ม xEV คือเรื่องของระยะฐานล้อ ในขณะที่เจ้าตลาดไฮบริดให้ระยะฐานล้อมาเพียง 2,600 – 2,640 มม. แต่ S05 ฟาดกลับด้วยตัวเลข ถึง 2,880 มม. ซึ่งตัวเลขนี้ไม่ได้มีไว้โชว์สวยๆ แต่หมายถึงพื้นที่วางขาด้านหลังที่กว้างขวางระดับรถยุโรปรุ่นใหญ่ สามารถนั่งเหยียดขาได้สบายโดยไม่รู้สึกอึดอัด ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่แฟนๆ xEV ญี่ปุ่นบ่นกันบ่อยๆ แม้แต่ในกลุ่ม EV ด้วยกันอย่าง BYD ATTO 3 หรือ AION V ก็ยังต้องยอมสยบให้ความยาวฐานล้อของ S05

ภายในห้องโดยสารระดับ First Class ในราคาที่จับต้องได้ง่ายมาก สิ่งที่พบได้ก่อนคือความใส่ใจที่คู่แข่งอาจหลงลืมให้มา Deepal เข้าใจหัวอกคนไทยที่ต้องเจอรถติดนานๆ จึงใส่ระบบ Easy Entry & Exit ที่เบาะจะถอยหลังให้อัตโนมัติเมื่อเปิดประตูรถ ช่วยให้การขึ้นลงสะดวกสบายเหมือนรถลีมูซีน พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะ (Memory Seat) ที่ไม่ได้มีแค่ฝั่งคนขับแต่ให้มาถึงฝั่งผู้โดยสาร

ซึ่งรถในกลุ่ม xEV คันอื่นๆ หรือแม้แต่รถไฟฟ้าอย่าง ATTO 3 ยังหาออปชั่นนี้ได้ยาก นอกจากนี้ S05 ยังใจป้ำด้วยการใส่ที่รองขาปรับไฟฟ้า 2 ทิศทาง สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า 2 ทิศทาง ซึ่งถ้าดูในตารางเปรียบเทียบกับกลุ่ม xEV จะเห็นชัดเลยว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ทำได้เพียงปรับมือ หรือไม่มีฟีเจอร์เหล่านี้เลย นอกจากนี้ตัวเบาะยังสามารถเป่าลมช่วยระบายอากาศช่วงหลังได้ดี ลดความอับชื้นในขณะเดินทาง นี่คือการยกระดับคำว่าความสะดวกสบายขึ้นไปอีกขั้น ทำให้การเดินทางไกลไม่ใช่นิยามของความเมื่อยล้าอีกต่อไป

ถัดมาในด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยของ S05 ไม่ใช่แค่มีถุงลมนิรภัย หรือเบรก ABS แต่เป็นความฉลาดอัจฉริยะของระบบ RSIO หรือการควบคุมรถเดินหน้า-ถอยหลังผ่านกุญแจรีโมท อันนี้คือไม้ตายที่เอาไว้สยบคู่แข่ง เพราะในลานจอดรถตามห้างที่แคบแสนแคบ เพียงแค่กดรีโมตสั่งให้รถเลื่อนถอยหลังหรือเดินหน้าออจากซอง โดยไม่ต้องเบียดตัวเข้าไปเปิดประตู ซึ่งฟีเจอร์นี้ ในกลุ่ม xEV ไม่มีใครให้มา และแม้แต่ในกลุ่ม EV อย่าง MG S5 ก็ยังตามหลังในจุดนี้

อีกทั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่สำคัญคือ RCTB ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง ที่ S05 จัดมาให้ครบชุด ในขณะที่คู่แข่งบางรุ่นในกลุ่มไฮบริดยังขาดระบบเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง ทำให้ S05 กลายเป็นรถที่ขับในเมืองได้ ง่ายและปลอดภัยที่สุดคันหนึ่ง และอีกจุดที่ทำให้ Deepal S05 โดดเด่นคือระบบ V2L ที่จ่ายไฟจากในรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ กรณีมีกิจกรรมแคมป์ปิ้ง สามารถจ่ายได้แรงถึง 6kW รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้หนักๆ พร้อมกันหลายเครื่อง ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Sealion 6 หรือ AION V ให้มาเพียง 2.2 – 3.3 kW เท่านั้น ซึ่งดูน้อย เหมือนจะไม่เพียงพอ เมื่อใช้งานจริง

ส่วนเรื่องการชาร์จ สำหรับสายรัก EV 100% S05 รองรับการชาร์จ DC ระดับแนวหน้า ถึง 151.5 kW ชาร์จแค่ 15 นาทีก็วิ่งต่อได้ยาวๆ ถึง 200 กว่ากิโลเมตร ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่า ATTO 3 และพอฟัดพอเหวี่ยงกับ AION V ที่เน้นเรื่องการชาร์จไวเป็นจุดขายหลัก

มาถึงฟิลลิ่งการขับขี่ Deepal S05 ให้กำลังสูงสุด 238 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.7.3 วินาที ใกล้เคียงกับ BYD Atto 3 ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.7.3 วินาที ขณะที่ Geely EX5 ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้าแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.6.9 วินาที ส่วน AION V โดยทั่วไปมอเตอร์ไฟฟ้าของ GAC Aion V เจนเนอเรชั่นใหม่มักมีพละกำลังอยู่ในช่วง 204 แรงม้า

สายชอบความนุ่มนวลและสุนทรีย์ Geely EX5 อาจจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวด้วยลำโพง 16 ตัวที่ให้เสียงใสกริ๊ง แต่ถ้าเน้นความครบเครื่อง ที่รวมเอาพื้นที่กว้างขวาง เทคโนโลยีที่ใช้ได้จริง และความหรูหราของห้องโดยสารเข้าไว้ด้วยกัน S05 ค่อนข้างได้เปรียบ และอีกประเด็นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือกลุ่มคนที่ยังลังเลระหว่าง EV กับไฮบริด กลัวเรื่องรอการชาร์จ และชอบความมั่นใจแบบเจ้าตลาด Honda HR-V และ Corolla Cross ยังคงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย แต่อาจจะต้องยอมแลกกับบางอย่าง




Deepal S05 มีให้เลือกทั้งแบบไฟฟ้า 100% มีรุ่นย่อย Lite, Plus และ Max โดยรุ่นท็อป ราคา 999,000 บาท ขณะที่รุ่น REEV ไฟฟ้าพร้อมเครื่องยนต์ปั่นไฟ ราคาอยู่ระหว่าง 949,000 – 999,000 บาท

ถ้าคุณพร้อมกระโดดเข้าสู่โลกใหม่ที่เท่ คุ่มค่า และสะดวกสบาย โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินหลายล้าน และได้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนชีวิตให้ง่ายขึ้น Deepal S05 น่าจะเป็นคำตอบที่น่าสนใจไม่น้อย













