การบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยของกลุ่ม FAW หรือ First Automobile Works ยักษ์ใหญ่จากจีนภายใต้แบรนด์ Hongqi (หงฉี) กำลังกลายเป็นที่จับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลยุทธ์การขยับตัวในช่วงครึ่งปีหลังที่ไม่ได้เน้นเพียงแค่ความหรูหราในระดับยอดพีระมิดเท่านั้น แต่ยังเตรียมส่งรถEV รุ่น “EQM5” พรีเมียมซีดานขนาดใหญ่เข้ามาสั่นคลอนตลาดที่กำลังดุเดือดในปัจจุบันอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ Carzanova เคยรายงานว่าราวๆ กลางปี 2569 การเข้ามาบุกตลาดเมืองไทยสำหรับเเบรนด์ Hongqi จะเริ่มจริงจังและชัดเจนขึ้น พร้อม “ฮัลโหล ไทยแลนด์” ด้วยรถยนต์ EV รุ่นแรกซึ่งเป็น SUV สุดหรู ระดับ Luxury Segment ของแบรนด์กันเลยทีเดียว นั่นก็คือ Hongqi E-HS9 รูปทรงใกล้เคียงกับ Rolls-Royce CULLINAN หรือ Bentayga จากแบรนด์ Bentley



แต่สำหรับแผนรุกครั้งใหญ่ในประเทศไทย คือการบุตลาดรถยนต์ EV ในกลุ่ม“D-Segment” โดยจะส่งรุ่น EQM5 ท้าชนในราคาที่จับต้องได้กับคู่แข่งทุกแบรนด์

ผู้บริหาร Hongqi ระบุชัดเจนว่า EQM5 คือหมากตัวสำคัญที่ถูกวางตำแหน่งไว้อย่างน่าสนใจ ตัวถังยาวกว่า 5 เมตร (5,040 มม.) และฐานล้อกว้างถึง 2,990 มม. ซึ่งให้ Legroom กว้างขวางในระดับรถผู้บริหาร แต่ทางแบรนด์กลับมีกลยุทธ์การทำราคาที่ดุดัน โดยพยายามคุมราคาให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 1 ล้านบาท เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

สมรรถนะล้ำ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้พละกำลังสูงสุดตั้งแต่ 134 ถึง 190 แรงม้า พร้อมแรงบิด 320 นิวตันเมตร รองรับการชาร์จเร็วจาก 20% ถึง 80% ภายใน 30 นาที มีแบตเตอรี่ให้เลือกตั้งแต่ขนาด 54 kWh ในรุ่นมาตรฐาน วิ่งไกล 431 กม. NEDC ไปจนถึงรุ่น Long Range ขนาด 82 kWh ที่วิ่งได้ไกลถึง 605-620 กม. (NEDC/CLTC)

ความน่าสนใจของแผนการตลาดครั้งนี้คือการตัดสินใจที่จะไม่ใช้แบรนด์ Hongqi ในการทำตลาดรุ่น EQM5 เพราะแบรนด์ Hongqi ทางทีมงานอยากให้คงความพรีเมียมสูงสุดในระดับเดียวกับรถยุโรปหรู Rolls-Royce และ Bentley ส่วนจะใช้แบรนด์อะไรขออุบไว้ก่อน

การใช้ชื่ออื่นจะช่วยให้แบรนด์สามารถรุกตลาด กลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์และฟลีต เช่น รถประจำตำแหน่ง, รถเช่า, ลิมูซีน สนามบิน หรือแม้แต่แท็กซี่พรีเมียมได้อย่างเต็มที่โดยไม่กระทบต่อภาพลักษณ์

ดังนั้นการส่ง EQM5 เข้าสู่สมรภูมิซีดานรถEV โดยตรง ทีมผู้บริหารมั่นใจหากทำราคาเปิดตัวได้ตามเป้าหมายที่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทจริง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเจ้าตลาดอย่าง BYD Seal และ Deepal L07 อย่างหลีกเลียงไม่ได้ และ EQM5 จะกลายเป็นตัวเลือกที่ทรงพลังสำหรับผู้ที่มองหารถซีดานไฟฟ้าที่ให้ทั้งความหรูหรา พื้นที่ใช้สอย และความคุ้มค่าด้านราคา

นอกจากนี้ ยังมีแผนการผลิตในประเทศไทย เพื่อก้าวต่อไปที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายการผลิตที่ 5 ปี หลังจากเปิดตัว ส่วนการประเมินยอดขายมั่นใจว่าจะแตะระดับ 3,000 คันต่อปีเลยทีเดียว สำหรับโมเดลการประกอบ มีความเป็นไปได้สูงที่จะใช้โมเดลการจ้างประกอบในประเทศ ซึ่งทางทีมงานเล็ง “บางชัน เยนเนอเรล เอเซมบลี” ไว้เป็นเบื้องต้น

และเพื่อให้การรุกตลาดไปอย่างเป็นระบบ Hongqi จะมีการจัดตั้ง Hongqi Thailand พร้อมทั้งแต่งตั้ง ดิสทริบิวเตอร์ โดยขณะนี้ได้มีการเปิดเผยแล้วว่า ตระกูลบุญวิสุทธิ์ หรือ กลุ่มเมโทร เพิ่งได้รับความไว้วางใจและมีแผนจะขยายเครือข่ายดีลเลอร์ในเร็วๆ นี้ไม่น้อยกว่า 12 รายทั่วประเทศ
โดยเน้นยุทธศาสตร์ในหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยจะเลือกใช้ดีลเลอร์ที่มีประสบการณ์ขายรถยนต์ยุโรปเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับบริการในระดับพรีเมียมตามมาตรฐานของแบรนด์

ดังนั้นการเข้าตลาดประเทศไทยของ “Hongqi” ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การซื้อมาขายไปเท่านั้น แต่เป็นการวางกลยุทธ์ที่ลึกซึ้ง ทั้งการแยกแบรนด์เพื่อรักษาคุณค่าความเป็นมืออาชีพในกลุ่มฟลีต และแผนการตั้งฐานผลิตในอนาคต หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ตลาด EV ไทยในช่วงครึ่งปีหลังนี้จะร้อนแรงกว่าที่เคยเป็นมาอย่างแน่นอน














