นึกไม่ถึงเหมือนกันว่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของคนกรุงเทพฯ จะกินสัดส่วนสูงถึง 16% ของรายได้ต่อเดือน และราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นไม่หยุด ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อย่าง เสนาดีเวลลอปเมนท์ ซึ่งมี ดร.ยุ้ย ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด เลือกที่จะไม่นิ่งดูดาย

หากแต่กำลังพลิกโฉมตัวเองครั้งใหญ่สู่การเป็น Green Lifestyle Platform ด้วยการผนึก3 ธุรกิจหลัก ทั้งบ้าน โซลาร์ และรถยนต์ไฟฟ้า เข้าไว้ในระบบเดียวกัน ผ่านโมเดลสินเชื่อที่คิดมาเพื่อคนเมืองโดยเฉพาะ
ตอบโจทย์ปัญหาค่าใช้จ่ายเดินทางของคนกรุงเทพ
ดร.ยุ้ย ฉายภาพปัญหาให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ชีวิตคนกรุงเทพในวันนี้ ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป

วันนี้พลังงานไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นต้นทุนหลักของการใช้ชีวิต ทั้งค่าไฟที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่าน้ำมันที่ผันผวน ขณะที่หลายคนยังรู้สึกว่า รถEVเข้าถึงยาก และโซลาร์เป็นเรื่องยุ่งยาก จริงๆ แล้วปัญหาไม่ใช่แค่เรื่องรถหรือพลังงาน แต่คือระบบชีวิตที่ยังไม่เชื่อมต่อกัน ตัวเลขที่น่าสนใจคือ ค่าเดินทางในกรุงเทพฯ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 16% ของรายได้ต่อเดือนของคนทำงานในเมือง นั่นหมายความว่า หากสามารถแก้ปัญหาค่าเดินทางได้ ก็เท่ากับเพิ่มอำนาจซื้อและคุณภาพชีวิตให้คนกลุ่มนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ เสนาจึงมองว่านี่คือโอกาส ไม่ใช่แค่ปัญหา
ปั้นแพลตฟอร์มใหม่เน้นสีเขียว เชื่อม บ้าน-โซลาร์-EV-การเงิน ในระบบเดียว
คำตอบที่เสนาเลือกคือการก้าวสู่ New S-Curve ด้วยโมเดล Green Lifestyle Platform ผ่าน SENA Green Auto ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน Ecosystem ขององค์กร โดยเชื่อม 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ บ้าน (Home) โซลาร์ (Solar) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

แนวคิดหลักคือ ทำให้บ้านสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ในบ้าน และต่อยอดไปสู่การชาร์จรถ EV ได้จริง ลูกค้าสามารถซื้อรถ ติดตั้งโซลาร์ และวางแผนการเงินได้ในที่เดียว พร้อมใช้พลังงานแสงอาทิตย์ชาร์จรถ EV ได้เอง ช่วยลดค่าไฟและค่าเชื้อเพลิงในระยะยาว ทำให้ต้นทุนพลังงานในชีวิตประจำวันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
“ถ้าเรามีรถ EV แล้วบ้านเรามีโซลาร์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เอง 100% จะเปลี่ยนวิถีชีวิตไปเลย เพราะนั่นจะเหมือนคุณมี ปั๊มน้ำมันส่วนตัว อยู่ที่บ้านคุณจะลืมเรื่องราคาน้ำมันที่หน้าปั๊มไปได้เลย เพราะต้นทุนการเดินทางของคุณจะถูกควบคุมได้ด้วยตัวเอง”

เสนาพัฒนา Ecosystem ในรูปแบบ The One Platform สำหรับลูกบ้านเสนา ที่สามารถเชื่อม บ้าน รถ EV โซลาร์ และโซลูชันทางการเงินเข้าไว้ในระบบเดียว โดยมีเงินสดใจดีเป็นกลไกด้านการเงิน และ SenX เป็น App จิ๊กซอว์สำคัญในการเชื่อมบริการ การอยู่อาศัย และการบริหารพลังงานเข้าด้วยกัน ทำให้ลูกบ้านสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายรายเดือนและบริหารต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
“เราเชื่อว่าโปรดักต์ที่ดี ต้องมาคู่กับการเข้าถึงโปรดักต์นั้นๆ ได้จริง ไม่ใช่แค่สร้างของดีมาตั้งโชว์ แต่คนกู้ซื้อไม่ได้”
นอกจากนี้ ยังขยายสู่ The Open Platform สำหรับลูกค้าทั่วไปที่ไม่ได้เป็นลูกบ้านเสนา โดยมีเงินสดใจดีเป็นตัวช่วยหลักในการออกแบบทางเลือกทางการเงินที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเริ่มต้น Green Lifestyle ได้ง่ายขึ้น สินเชื่อใจดีจับมือ 3 ธุรกิจ กู้ได้ทีเดียว จบในระบบเดียว

หัวใจสำคัญของ SENA Green Auto คือโมเดลการเงินที่จบในที่เดียว ด้วย EV Total Solution ที่ลูกค้าสามารถซื้อรถ ติดตั้ง Solar และวางแผนการเงินได้พร้อมกัน รวมถึงรองรับโซลูชันทางการเงินที่หลากหลาย เช่น Trade-in รถเดิม หรือใช้ Home Financing เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ทำให้การเริ่มต้นใช้ EV เป็นเรื่องง่ายขึ้น
เงินสดใจดี ผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank ของกลุ่มเสนา ทำหน้าที่เป็นกลไกทางการเงินหลัก โดยสามารถรวมสินเชื่อทั้ง 3 ส่วน ทั้งบ้าน โซลาร์ และรถ EV เข้าเป็นสินเชื่อก้อนเดียว ลูกค้าจึงไม่ต้องวุ่นวายกับหลายสัญญา หลายสถาบันการเงิน แต่บริหารจัดการได้จากที่เดียว นับเป็นจุดแข็งที่แตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน
SENA Green Auto สร้างความแตกต่างผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Easy จบทุกเรื่องในที่เดียว ทั้งรถ Solar และการเงิน, Trusted มาตรฐาน SENA พร้อมบริการหลังการขายครบวงจร และ Smart Finance โซลูชันการเงินที่ช่วยให้เข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น

สำหรับด้านที่อยู่อาศัย เสนายังพัฒนาโครงการ Affordable พร้อมโซลูชัน LivNex และ RentNex และเตรียมเปิดตัวโซลูชันรถแลกบ้านในช่วงไตรมาส 2 ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำรถยนต์มาเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัย ปรับโครงสร้างภาระทางการเงินให้เหมาะสมกับชีวิตมากขึ้น
แผนขยายพอร์ตรถ EV ผันตัวเป็นดีลเลอร์ 3 แบรนด์ เล็งเพิ่ม X-Peng เร็วๆ นี้
หนึ่งในก้าวที่กล้าหาญที่สุดของเสนาในรอบนี้ คือการผันตัวเองเป็นดีลเลอร์รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเสนามองว่านี่คือองค์ประกอบที่จำเป็นในการทำให้ Ecosystem ให้ครบสมบูรณ์

ปัจจุบัน SENA Green Auto เป็น EV Platform แบบ Multi-brand ที่ไม่ยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง คัดสรรรุ่นที่ตอบโจทย์แต่ละกลุ่มลูกค้าอย่างเหมาะสม โดยมี 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ OMODA & JAECOO, LEAPMOTOR และ DEEPAL พร้อมศูนย์บริการและบริการหลังการขายครบวงจร รวมถึงการให้บริการ EV Charger ทั้งในบ้านและพื้นที่สาธารณะ ผ่านศูนย์บริการมาตรฐานบนถนนอ่อนนุช-สุขุมวิท 75

และในเร็วๆ นี้ เสนาเตรียมเพิ่มแบรนด์ X-Peng เข้ามาเป็นแบรนด์ที่ 4 ในพอร์ต จะเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ ที่ลำลูกกาคลอง12 ตรงข้ามโครงการเรนวู๊ดปาร์ก สนามกอล์ฟโรบินวู๊ด เพื่อขยายตัวเลือกให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่มองหา EV พรีเมียมจากจีนมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าเสนามุ่งมั่นสร้าง EV Ecosystem ที่ครบวงจรและไม่หยุดนิ่ง ปีที่แล้วเราขายรถEV ไปราวๆ 500 คัน ปีนี้ด้วยวิกฟตพลังงานน้ำมันน่าจะทำให้ขยายตัวได้ถึง 1,000 คัน


Solar Energy ธุรกิจที่แข็งแกร่ง พร้อมรับวิกฤตพลังงานระยะยาว
อีกเสาหลักที่ค้ำยัน Ecosystem ของเสนาคือธุรกิจพลังงานโซลาร์ SENA Solar Energy ซึ่งมีประสบการณ์ในวงการ Solar + Battery + EV-Ready มากกว่า 15 ปี ให้บริการทั้ง B2B และ B2C ติดตั้งแล้วกว่า 1,500 หลังคาเรือน ช่วยให้ผู้ใช้งานผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมรองรับความผันผวนของต้นทุนพลังงานในอนาคต

บริษัทให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบ (O&M) พร้อมการรับประกันคุณภาพ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด 200,000 บาท โดยพลังงานจาก Solar ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับทั้งการอยู่อาศัยและการเดินทางได้อย่างเป็นระบบ
ดร.ยุ้ย มองว่าวิกฤตพลังงานไม่ใช่เพียงสถานการณ์ระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อค่าครองชีพในระยะยาว พลังงานไม่ใช่แค่ต้นทุน แต่คือตัวกำหนดคุณภาพชีวิตในอนาคต ด้วยประสบการณ์ด้านพลังงานกว่า 15 ปี และการพัฒนา Ecosystem ที่เชื่อม บ้าน พลังงาน และการเดินทาง เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เสนาจึงก้าวสู่การเป็น Green Lifestyle Platform อย่างเต็มตัว Lifelong Trusted Partner วิสัยทัศน์สู่ Lifestyle Infrastructure Developer
สิ่งที่เสนาทำอยู่นี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มสินค้าในพอร์ตโฟลิโอ แต่คือการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ที่มุ่งสู่การเป็นผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของการใช้ชีวิต (Lifestyle Infrastructure Developer) ที่ช่วยให้ผู้บริโภคควบคุมค่าใช้จ่าย และใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนได้จริงในระยะยาว
ในโลกที่ค่าพลังงานและค่าเดินทางกำลังกัดกินรายได้ของคนเมือง เสนาวางตัวเองเป็นพันธมิตรที่จะอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่บ้านที่อยู่ รถที่ขับ ไปจนถึงพลังงานที่ใช้ ทั้งหมดนี้ภายในระบบ Ecosystem เดียวของเสนา ตามวิสัยทัศน์ Lifelong Trusted Partner ที่ตั้งใจไว้
New S-Curve ของเสนาจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนทิศทางธุรกิจ แต่คือการประกาศว่าองค์กรนี้พร้อมรับผิดชอบต่อคุณภาพชีวิตของลูกค้าในระยะยาว ในแบบที่ครบ จบ และเชื่อมถึงกันทุกมิติ














