ค่ายฮอนด้า เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 2 รุ่นพร้อมกันในประเทศอินเดีย ได้แก่ New Honda City ซีดานพรีเมียมโฉมใหม่ และ Honda ZR-V SUV ไฮบริดรุ่นแรกที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมเทคโนโลยี e:HEV Strong Hybrid และระบบความปลอดภัย Honda Sensing ADAS Level 2 ครบครัน


Honda City รุ่นใหม่ ถูกปรับโฉมครั้งใหญ่ ด้วยรูปลักษณ์ และดีไซน์ที่โดดเด่น เริ่มตั้งแต่กระจังหน้าใหม่ยาวสุดในเซ็กเมนต์ ไฟหน้า Full LED แบบโปรเจกเตอร์เป็นมาตรฐานทุกรุ่น พร้อมล้ออัลลอยลาย Aeroblade

ห้องโดยสารกว้าง หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10.1 นิ้ว แบบลอยตัว (Floating design) เบาะหน้ามีระบบระบายอากาศ (Ventilated Seats) และเครื่องเสียงชุดใหญ่ลำโพง Bose 12 จุด

สมรรถนะและพละกำลัง เครื่องยนต์ 1.5L i-VTEC ผสมมอเตอร์ไฟฟ้า ให้แรงบิดรวมเป็น 253 Nm. ประหยัดน้ำมัน 27.26 กม./ลิตร ระบบ e:HEV Strong Hybrid สลับ 3 โหมดอัตโนมัติ EV / Hybrid / Engine Mode ชาร์จแบตในตัว ไม่ต้องเสียบปลั๊ก แรงบิดไฟฟ้าทันใจแบบ Zero มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถส่งแรงบิดสูงสุดได้ทันทีที่กดคันเร่งโดยไม่มีอาการรอรอบ ส่วนในไทยเครื่องยนต์ 1.0 เทอร์โบ ยังคงทำตลาดอยู่ไม่หายไปไหน อย่างที่หลายคนคาดคิด ด้านระบบส่งกำลังจับคู่กับเกียร์ CVT ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน ประหยัดน้ำมันดีที่สุดในเซ็กเมนต์

เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่นๆ อาทิ Wireless Cast 10.1 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย มีแถบไฟ Illumination light bar มีระบบนำทางติดมาในหน้าจอ พร้อม Honda Connect และเทคโนโลยี Telematics


โดดเด่นด้วยระบบความปลอดภัย HONDA SENSING (ADAS LEVEL 2) โครงสร้างตัวถัง ACE Body Structure ใช้เหล็กแรงสูงพิเศษ แข็งแรงทนทาน มีระบบเบรกอัตโนมัติ ปรับไฟสูงอัตโนมัติ ช่วยขับทางหลวงได้สะดวกสบายมากขึ้น มีกล้อง 360 องศา Multi-view camera พร้อมระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่ไว

สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย Honda City จะเน้นกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ มืออาชีพวัยทำงาน ที่ต้องการประหยัดน้ำมัน ใส่ใจความปลอดภัย ราคาเริ่มต้นในอินเดีย ประมาณ 1,199,900 รูปี เทียบเป็นเงินไทยก็ประมาณ 4 แสนกว่าบาท ส่วนราคาที่เปิดตัวในไทย คาดว่าน่าจะต่ำกว่าราคา City เดิมที่ขายอยู่ก่อนหน้านี้เล็กน้อย
อีกรุ่นที่น่าสนใจคือ Honda ZR-V รุ่นใหม่ Premium Sports Hybrid SUV นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ดีไซน์สปอร์ตหรูหรา ไฟหน้า LED ทรงเรียวพร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential และกระจังหน้าดีไซน์โดดเด่น

ห้องโดยสารระดับ Premium ไม่ต่างจาก Cockpit นักบิน มาพร้อมจอ 10 นิ้ว ดิจิทัล เกียร์ Electronic Gear Selector หรือ Electronic Shifter / E-Shifter) ใช้สัญญาณไฟฟ้าแทนการเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิลกลไกแบบดั้งเดิม ควบคุมสั่งการผ่านกล่องสมองกล (ECU) ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างแม่นยำ มาพร้อมเครื่องเสียงชุดใหญ่ ลำโพง Bose 12 จุด ใช้เทคโนโลยี Centerpoint ได้เสียงรอบทิศทางในทุกการเดินทาง และที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ 1,313 ลิตร มี Power Tailgate + Kick Sensor เปิด-ปิดฝาท้ายด้วยเท้า สะดวกสบายเวลายกของเต็ม 2 มือ

วัสดุพรีเมียมภายในเป็นหนังสีดำสลับวัสดุแบบ Soft-touch ผิว Pearl finish ให้สัมผัสหรูและมีมูลค่า เบาะปรับไฟฟ้าพร้อม Memory Function หลายตำแหน่ง

ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ 2.0L DI ผสมกับมอเตอร์ไฟฟ้า e:HEV ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 315 Nm อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลา 7.8 วินาที โดดเด่นเรื่องประหยัดน้ำมัน ในสเปกระบุไว้สูงถึง 22.8 กม./ลิตร

Two Motor e-CVT ระบบมอเตอร์คู่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ 2.0L โดยตรง ส่งแรงบิดต่อเนื่องและทรงพลัง ไม่มีการรอรอบ มี 3 โหมดการขับขี่ Sport Mode, Pure EV Mode (ไฟฟ้าล้วน) และ Seamless Mode Switching (สลับอัตโนมัติ)

ความปลอดภัย HONDA SENSING (ADAS LEVEL 2) ครบทุกรุ่น ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง รวมถุงลมกันกระแทกหัวเข่า ครอบคลุมสูงสุดในทุกการเดินทาง มีเทคโนโลยีกล้อง 360 องศา และ MOD ระบบกล้องรอบทิศทาง ตรวจจับวัตถุเคลื่อนที่ขณะถอยหลัง เบรกอัตโนมัติ ปรับไฟสูงอัตโนมัติ โครงสร้างตัวถัง ACE Body Structure ใช้เหล็กแรงสูงพิเศษ

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เน้นผู้ชื่นชอบ Premium SUV ชอบสมรรถนะสูง รักษ์โลก ประหยัดน้ำมัน ไม่ว่าครอบครัวขนาดกลางหรือเริ่มต้นทำงาน ราคาและการจำหน่าย (อินเดีย) ยังไม่ประกาศราคาจำหน่าย แต่เปิด Pre-launch booking แล้ว คาดว่าส่งมอบครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคมนี้

สำหรับตลาดเมืองไทย ยังไม่มีแพลนนำเข้า ZR-V ซึ่งคาดว่าราคาน่าจะแข่งขันในตลาดไม่ได้ … นั่นเอง














