เปิดอกคุยกับ “คริส เวล” ประธานวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ถอดบทเรียนวิกฤต EX30 และทิศทางอนาคตแบรนด์ความปลอดภัยในไทย

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย “คริส เวลล์” ประธานบริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ผู้คร่ำหวอดในวงการและร่วมงานกับวอลโว่มายาวนาน เปิดโอกาสให้สัมภาษณ์พิเศษเพื่อชี้แจงทุกประเด็นร้อนอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่ความคืบหน้าของโครงการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ Volvo EX30 การเคลียร์ข้อจำกัดกับหน่วยงานรัฐ มาตรการช่วยเหลือผู้แทนจำหน่าย ตลอดจนแผนการกอบกู้ความเชื่อมั่นของแบรนด์คืนสู่หัวใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน
เปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่แล้วกว่า 92%
สำหรับโครงการปรับปรุงคุณภาพและเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ให้กับรถยนต์ Volvo EX30 ในประเทศไทยนั้น ขณะนี้เราดำเนินการใกล้จะเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดแล้ว โดยเรามีจำนวนรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบในไทยทั้งสิ้น 1,668 คัน ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่เสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 92% ของรถยนต์ทั้งหมด และเรามั่นใจอย่างยิ่งว่าจะสามารถปิดโครงการและดำเนินการเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้กับรถที่เหลือเกือบทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้อย่างแน่นอน

เดิมทีแผนงานอาจจะมีการขยับเวลาออกไปเล็กน้อย เนื่องจากแบตเตอรี่ล็อตสุดท้ายเพิ่งได้รับการเคลียร์พิธีการศุลกากรออกมารับการเปลี่ยนเมื่อไม่นานมานี้ แต่ด้วยความทุ่มเทของทีมงานทั้งฝั่งวอลโว่และดีลเลอร์ เราสามารถบีบกระบวนการทั้งหมดให้เสร็จสิ้นได้ในเวลาเพียง 3 เดือน ซึ่งในความเป็นจริงหากปล่อยไปตามกระบวนการปกติทั่วไปที่ไม่ได้มีการเร่งรัดอย่างกระตือรือร้น อาจต้องใช้เวลายาวนานถึง 8-9 เดือนเลยทีเดียว

ปัจจุบันยังมีรถยนต์อีกจำนวนไม่เยอะประมาณ 5% ที่ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไปเป็นรายกรณี เช่น ลูกค้าบางท่านติดภารกิจส่วนตัวหรือเดินทางไปต่างประเทศทำให้ต้องนัดหมายหลังจากวันที่ 31 สิงหาคม ลูกค้าบางท่านรถยนต์ประสบอุบัติเหตุหนักจนเสียหายทั้งคัน และมีลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ตัดสินใจไม่ประสงค์จะเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ แต่เลือกแนวทางที่จะให้หน่วยงานราชการอย่างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ช่วยเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยแทน ซึ่งเราเคารพการตัดสินใจของลูกค้าทุกท่าน

สำหรับกลุ่มที่ยังไม่สะดวกเข้ามาเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ ทางบริษัทไม่มีนโยบายบังคับลูกค้า แต่ทีมบริการลูกค้าและ Call Center ของเราจะยังคงติดต่อสื่อสารกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอเพื่ออัปเดตสถานการณ์ พร้อมกันนี้เรายังคงขอความร่วมมือและเน้นย้ำเรื่อง Safety Notice ที่เราประกาศมาตั้งแต่เดือนมกราคมอย่างต่อเนื่อง ว่าตราบใดที่ยังไม่ได้เปลี่ยนแบตเตอรี่ ขอความกรุณาควบคุมการชาร์จไฟไว้ไม่ให้เกิน 70% เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้งาน
โดยเรามีทีมงานที่คอยตรวจสอบข้อมูลสถานะของรถที่ส่งขึ้นระบบคลาวด์ในแต่ละวัน หากรายงานรายสัปดาห์ชี้ว่ามีรถคันใดชาร์จเกิน 70% ทีมงานจะโทรติดต่อลูกค้าทันทีเพื่อขอความร่วมมือและอัปเดตการนัดหมายเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งทางเราเตรียมแบตเตอรี่สำรองและทีมช่างเทคนิคสแตนด์บายรอไว้ตลอดเวลา หากวันใดที่ลูกค้าเปลี่ยนใจและสะดวกนำรถเข้ามาเปลี่ยน เราก็พร้อมดำเนินการให้ทันที
แบตเตอรี่โมดูลใหม่ที่นำมาเปลี่ยนนั้น เป็นโมดูลที่ผลิตภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดของโรงงานผู้ผลิต โดยเขาได้ตรวจพบข้อบกพร่องในกระบวนการผลิตเดิมตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนแล้ว และได้ออกแบบระบบป้องกันใหม่ทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก นอกจากนี้แบตเตอรี่รุ่นปรับปรุงใหม่นี้ยังได้รับการส่งไปทดสอบและผ่านการรับรองมาตรฐานสากล UN ECE R100 Revision 3 ในหัวข้อระบบไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว จึงมั่นใจได้ 100% ว่าปลอดภัยแน่นอน

โดยหลังจากการเปลี่ยนเสร็จสิ้น ลูกค้าจะสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% และเดินทางได้อย่างปลอดภัยสูงสุด สำหรับโมดูลแบตเตอรี่เก่าที่ถูกถอดออกทั้งหมด วอลโว่มีนโยบายรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด เราจะทำการส่งแบตเตอรี่เก่าทั้งหมดไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลยังต่างประเทศ เพื่อสกัดเอาลิเธียม และสาร NMC ที่มีมูลค่ากลับมาใช้งานใหม่ เนื่องจากในประเทศไทยยังไม่มีเทคโนโลยีและโรงงานที่สามารถรีไซเคิลแบตเตอรี่ชนิดนี้ได้ เรายืนยันว่าจะไม่มีการทิ้งแบตเตอรี่เหล่านี้อย่างไร้ความรับผิดชอบ และเราได้ปฏิเสธกลุ่มคนที่มาติดต่อขอซื้อแบตเตอรี่เก่าเหล่านี้ไปทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้ชิ้นส่วนที่มีตำหนิหลุดรอดออกไปสู่สังคม
เร่งถอดบทเรียนพร้อมทำตลาดยกระดับแบรนด์ที่เสียหาย
ผมทำงานกับวอลโว่ คาร์ มาทั่วโลก ผมไม่เคยเจอวิกฤตการณ์ในลักษณะนี้มาก่อนเลย แน่นอนว่าชื่อเสียงและแบรนด์ของเราในประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักและไม่ใช่ผลกระทบที่ดีเลย แต่นี่คือความเป็นจริงที่เราต้องยอมรับ และหน้าที่ของเราคือการอุทิศเวลาทั้งหมดต่อจากนี้เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของผู้บริโภคกลับคืนมา
เราจะไม่ยอมแพ้และเราจะไม่หนีไปไหน วิธีการยกระดับแบรนด์ที่ดีที่สุดไม่ใช่การออกมาพูดแก้ตัวที่สวยหรู แต่คือการแสดงความรับผิดชอบผ่านการกระทำและความโปร่งใสในกระบวนการ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจที่จะเดินหน้าต่อไปคือผลลัพธ์ที่สะท้อนจากลูกค้าที่เข้ารับบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ไปแล้วกว่า 1,500 คัน ซึ่งมากกว่า 90% ต่างแสดงความพึงพอใจ แฮปปี้กับขั้นตอนการจัดการ การดูแลช่วยเหลือเรื่องรถทดแทนระหว่างซ่อม และยังได้กล่าวขอบคุณพร้อมให้กำลังใจทีมงานวอลโว่อย่างล้นหลาม

สำหรับกรณีเหตุอัคคีภัยที่เกิดขึ้นในรถยนต์รุ่นอื่นๆ ของวอลโว่นั้น เราให้ความสำคัญระดับสูงสุดและได้ส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบทันทีในทุกๆ เคส ซึ่งเรามีข้อเท็จจริงทางเทคนิคที่สามารถระบุเพื่อความโปร่งใส เช่น กรณี Volvo XC60 Plug-in Hybrid รุ่นปี 2018 เกิดเหตุ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 รถมีระยะทางใช้งาน 176,450 กิโลเมตร ผลการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและพยานหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า ไม่ได้มีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่แรงดันสูงแต่อย่างใด เนื่องจากชุดแบตเตอรี่ยังคงอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีเขม่าควันหรือร่องรอยการไหม้จากภายในตัวมันเอง แต่ต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณห้องเครื่องยนต์ด้านหน้า

กรณี Volvo XC40 Pure Electric รุ่นปี 2024 เกิดเหตุ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ใช้งาน 66,046 กิโลเมตร เนื่องจากตัวรถได้รับความเสียหายจากการเผาไหม้อย่างรุนแรงและซับซ้อนมาก จึงทำให้ไม่สามารถพิสูจน์สาเหตุจากซากรถได้โดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูล Cloud Data ย้อนหลังของรถคันดังกล่าว ไม่พบสัญญาณเตือนหรือความผิดปกติใดๆ ในเชิงระบบ และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้
หรือกรณี Volvo S60 Plug-in Hybrid รุ่นปี 2020 เกิดเหตุ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569 มีระยะทางการใช้งาน 105,211 กิโลเมตร เคสนี้รถได้รับความเสียหายไม่มากนักและเราได้พยานหลักฐานที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ขณะนี้เราได้ทำการถอดชุดแบตเตอรี่ออกมาโดยยังไม่ได้แตะต้องรื้อถอน เพื่อรอทีมตรวจสอบคุณภาพพิเศษจากสำนักงานใหญ่ประเทศสวีเดนเดินทางมาร่วมแกะและชันสูตรหาสาเหตุเชิงลึกในประเทศไทยร่วมกันเร็วๆ นี้

ผมอยากย้ำให้ชัดเจนว่า ไม่ว่าตัวรถจะเกิดเหตุจากอะไร และแม้บางคันจะมีอายุการใช้งานที่หมดระยะเวลารับประกันของตัวรถไปแล้วอย่างกรณี XC60 ปี 2018 ที่ใช้งานไปกว่า 170,000 กิโลเมตร วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยืนยันว่าเราจะไม่เดินหนีจากลูกค้า เราได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือและเจรจาร่วมกับลูกค้าทันทีเพื่อหาข้อสรุปเยียวยาแบบ Case by Case บนพื้นฐานความพึงพอใจร่วมกันและเป็นธรรมที่สุด ซึ่งทุกเคสที่ผ่านมาได้รับการจัดการตกลงร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยและลูกค้าพึงพอใจอย่างดี
ปลดล็อกเงื่อนไขจากหน่วยงานรัฐ
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ให้ความเคารพและประสานงานกับหน่วยงานราชการทั้ง สคบ. และกรมการขนส่งทางบก อย่างใกล้ชิดและโปร่งใส 100% มาโดยตลอดครับ นับตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา เราได้แสดงความรับผิดชอบโดยการประกาศหยุดจำหน่ายและระงับกิจกรรมทางการตลาดของรถยนต์รุ่น EX30 ชั่วคราวตามความสมัครใจ และเป็นไปตามแนวทางขอความร่วมมือจาก สคบ.

ในส่วนของคดีความหรือข้อชี้แจงต่างๆ เกี่ยวกับข้อร้องเรียนของลูกค้าและการสื่อสารโฆษณา เราได้ทำหนังสือตอบข้อซักถาม ชี้แจงข้อเท็จจริง และส่งเอกสารประกอบการประชุมเพื่อขจัดข้อโต้แย้งต่างๆ ให้กับทาง สคบ. เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากชี้แจงไประยะหนึ่งแล้วก็ยังไม่มีคำถามหรือประเด็นใดๆ เพิ่มเติมจากทางภาครัฐกลับมา
ขั้นตอนปัจจุบันคือ เมื่อเราดำเนินการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ให้กับกลุ่มลูกค้าเดิมเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ พร้อมกับได้รับผลการทดสอบแบตเตอรี่และมาตรฐานทางเทคนิคครบถ้วนแล้ว เราจะทำการยื่นเอกสารรายงานสรุปผลโครงการปรับปรุงคุณภาพต่อทั้ง สคบ. และกรมการขนส่งทางบก อย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันว่าปัญหาทั้งหมดได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และเราคาดหวังว่าจะได้รับการอนุมัติให้ปลดล็อกการจดทะเบียน และเปิดโอกาสให้รถยนต์รุ่น EX30 กลับมาทำตลาดจำหน่ายตามปกติได้อีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้
ปัดฝุ่นลุยทำตลาด EX30 ต่อ และแผนธุรกิจระยะยาว
เรายืนยันว่า EX30 ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมและปลอดภัยตามมาตรฐานของวอลโว่ในระดับโลก รถรุ่นนี้ยังคงเป็นโมเดลที่ขายดีที่สุดรุ่นหนึ่งและไม่มีปัญหาใดๆ สำหรับแผนการจัดการสต็อกรถยนต์ในประเทศไทยนั้น เรามีข้อเท็จจริงที่อยากให้ลูกค้ามั่นใจ รถยนต์ EX30 ล็อตใหม่ทั้งหมดที่นำเข้ามาจอดอยู่ในสต็อกตั้งแต่ช่วงต้นปี เป็นรถยนต์ที่ใช้ระบบแบตเตอรี่รุ่นใหม่ทั้งหมด ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโมดูลแบตเตอรี่เดิมอยู่แล้ว

สำหรับรถยนต์เดิมที่ค้างสต็อกอยู่กับดีลเลอร์ ซึ่งอาจมีแบตเตอรี่ล็อตเดิม หลังจากที่เราเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ให้ลูกค้าทั่วไปจนครบแล้ว เราจะทยอยเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ให้กับรถสต็อกของดีลเลอร์เหล่านี้ทั้งหมด
ที่สำคัญคือ เราตั้งใจว่าจะไม่นำรถที่ดีลเลอร์เคยเก็บค้างสต็อกเหล่านั้นมาขายเป็นรถใหม่ให้กับลูกค้าทั่วไป เพื่อความสบายใจสูงสุด แต่เราจะนำรถยนต์กลุ่มนี้เปลี่ยนสถานะไปวิ่งใช้งานเป็นรถผู้บริหารของบริษัทแทน แล้วค่อยพิจารณาดำเนินการขายเป็นรถมือสองที่ผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นทางการในอนาคต

มีหลายคนถามว่าวอลโว่ต้องปรับแผนธุรกิจระยะยาวในประเทศไทยหรือไม่ ยืนยันว่าแผนงานยังเหมือนเดิม ทางสำนักงานใหญ่ของ วอลโว่ คาร์ ที่สวีเดน ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดประเทศไทย และให้การสนับสนุนทีมงานวอลโว่ประเทศไทยอย่างเต็มที่ 100% เนื่องจากประเทศไทยยังคงถูกมองว่าเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอัตราการเติบโตสูงและมีศักยภาพที่แข็งแกร่ง

ดังนั้นแผนงานในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ในปีหน้าจะยังคงดำเนินไปตามกรอบเวลาเดิมไม่เลื่อนออกไป และในปลายปีนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จะเข้าร่วมจัดแสดงยนตรกรรมในงานใหญ่อย่าง Motor Expo ตามแผนงานเดิมอย่างแน่นอน ซึ่งผู้บริโภคจะได้เห็นกิจกรรมการฟื้นฟูแบรนด์ที่น่าตื่นเต้นของเราเกิดขึ้นนับจากนี้เป็นต้นไป
ยอมรับผลประกอบการหดตัวและเร่งช่วยเหลือดีลเลอร์
ยอดขายและธุรกิจของเราในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาได้รับผลกระทบทางลบอย่างมากจากการหยุดขาย EX30 หากถามว่ายอดขายรวมถึงสิ้นปีจะเปลี่ยนไปขนาดไหน ในเวลานี้ยังไม่สามารถระบุตัวเลขที่แน่นอนได้ แม้แต่ทางสวีเดนก็ทราบเรื่องนี้ดี และนี่เป็นปีแรกที่สำนักงานใหญ่ไม่ได้กดดันหรือระบุเป้าหมายยอดขายที่แน่นอนกับเรา เพราะทุกคนเข้าใจตรงกันว่า เป้าหมายที่สำคัญที่สุดและต้องทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดในเวลานี้ ดูแลลูกค้าเดิมและแก้ไขปัญหา recall นี้ให้จบสิ้นอย่างปลอดภัย ไม่ใช่การมุ่งหน้าทำยอดขายใหม่

ส่วนดีลเลอร์ซึ่งถือเป็นพาร์ทเนอร์และลมหายใจของวอลโว่ หากไม่มีความร่วมมือและการร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่อย่างเหนียวแน่นจากผู้จำหน่ายทุกราย เราไม่มีทางจัดการงานระดับยักษ์นี้ให้ลุล่วงไปได้ถึง 92% ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือนแน่นอน ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่ผ่านมา เราจึงได้ออกมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือผู้แทนจำหน่ายเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย Fixed Costs อย่างเป็นรูปธรรม
มีมาตรการช่วยเหลือภาระดอกเบี้ยสต็อกรถยนต์ (Floorplan Support) วอลโว่ได้เข้าไปช่วยอุดหนุนและจ่ายชดเชยค่าดอกเบี้ย operating ของสต็อกรถยนต์คงค้างที่ทางผู้จำหน่ายต้องแบกรับกับธนาคารในแต่ละเดือน เพื่อบรรเทาสภาพคล่องทางการเงิน
การยืดระยะเวลาชำระเงินพาร์ทเนอร์ เราได้ประสานงานและพูดคุยกับธนาคารพันธมิตร เพื่อช่วยดีลเลอร์ในการขยายระยะเวลาชำระหนี้ หรือ Credit terms และเงื่อนไขทางการเงินอื่นๆ เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้
มีการยกเลิกเป้าหมายการขายและการบริการหลังการขายทั้งหมด เพื่อปลดเปลื้องแรงกดดันจากดีลเลอร์ ส่งผลให้ดีลเลอร์ได้รับเงินซึ่งเป็นผลตอบแทนจากการดำเนินงานและกำไรจากการขายเต็มเม็ดเต็มหน่วยโดยไม่ต้องพะวงกับการวิ่งไล่ตามยอดเป้าหมายที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
ในกระบวนการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ทั้งหมด เราได้แบ่งสัดส่วนการปฏิบัติงานออกเป็น 2 ส่วน คือ 50% ดำเนินการที่คลังสินค้าส่วนกลางของวอลโว่ และอีก 50% กระจายงานไปให้ศูนย์บริการของดีลเลอร์เป็นผู้ทำ เพื่อเป็นการสร้างรายได้หมุนเวียนกลับคืนสู่ดีลเลอร์ผ่านค่าแรงในการเปลี่ยนถ่ายแบตเตอรี่ครั้งนี้ด้วย
ด้วยมาตรการสนับสนุนเหล่านี้ ทำให้เราไม่มีดีลเลอร์รายใดที่ถอดใจหรือต้องการปิดกิจการ และพาร์ทเนอร์ทุกรายยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสู้ไปกับแบรนด์วอลโว่ในระยะยาวต่อไป
ยอมรับความจริงและไม่โต้ตอบบนโซเชียลมีเดีย
ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า ประเทศไทยเป็นสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยโซเชียลออนไลน์รวดเร็วและรุนแรงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ข้อมูลเชิงลบและคอมเมนต์เกรี้ยวกราดส่วนใหญ่บนคีย์บอร์ดมักถูกขับเคลื่อนโดยบุคคลที่ไม่ได้เป็นเจ้าของรถวอลโว่ หรือกระทั่งบางรายเป็นบุคลากรของแบรนด์คู่แข่งเสียด้วยซ้ำ

จุดยืนที่สำคัญที่สุดคือ เราเลือกที่จะไม่กระโดดเข้าไปร่วมวงโต้เถียงหรือสาดโคลนกลับในโซเชียลมีเดีย เพราะเราเชื่อว่าการเขียนคอมเมนต์ตอบโต้ไปมาไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา และมีแต่จะสร้างกระแสเชิงลบเพิ่มเติม ทางเดียวที่เราเลือกทำคือการก้มหน้าทำงานอย่างมีวินัย สะกดกั้นอารมณ์ และมุ่งสร้างผลลัพธ์ผ่านการเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ความจริงและความปลอดภัยพิสูจน์ตัวมันเองเมื่อปัญหาถูกเคลียร์จนหมดสิ้น
ส่วนในกรณีเฉพาะหน้าที่ลูกค้า EX30 ได้รับผลกระทบจากการถูกห้ามจอดรถตามตึกหรืออาคารต่างๆ นั้น เรามีนโยบายช่วยเหลือเชิงรุก เช่น การออกหนังสือรับรองความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ สำหรับรถยนต์ EX30 ทุกคันที่เข้ารับการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ใหม่เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว เราจะทำการติดสติกเกอร์ยืนยันการตรวจสอบความปลอดภัยที่ตัวรถ มอบหนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการและออก Certificate เพื่อให้ลูกค้านำไปแสดงหลักฐานอ้างอิงยืนยันความปลอดภัยต่อพนักงานอาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างโปร่งใส
หากลูกค้าท่านใดประสบปัญหาอาคารไม่ยินยอมให้จอดรถ ทีมงานฝ่ายบริการลูกค้าของวอลโว่มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะทำหน้าที่โทรศัพท์หรือเดินทางเข้าไปเจรจา ชี้แจงข้อมูลด้านเทคนิค และอธิบายข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับนิติบุคคลของอาคารนั้นๆ โดยตรง ซึ่งสถิติที่ผ่านมาหลังจากเราเข้าไปอธิบาย อาคารส่วนใหญ่ก็เข้าใจและอนุญาตให้ลูกค้ากลับเข้าจอดได้ตามปกติ
นี่คือสิ่งที่เราลงมือทำล่วงหน้าอย่างโปร่งใสเมื่อเดือนที่ผ่านมา เราได้ทำการเชิญตัวแทนระดับบริหารของทั้งบริษัทประกันภัยและธนาคารพันธมิตรทุกราย เข้ามาเยี่ยมชมกระบวนการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่และการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มข้นที่คลังสินค้าของเรา เพื่อให้พวกเขาได้ประจักษ์ด้วยสายตาตัวเองถึงมาตรฐานความปลอดภัยและวิชาการในการทำงาน
ผลลัพธ์ที่ได้คือ บริษัทประกันภัยพันธมิตรหลักของเรายังคงยืนยันรับทำประกันภัยและต่ออายุประกันภัยรถยนต์ให้กับลูกค้าวอลโว่ในปีที่ 2, 3, 4 และ 5 ต่อไปตามปกติ โดยไม่มีการปรับเพิ่มอัตราเบี้ยประกันภัยเนื่องจากเคสนี้แต่อย่างใด
พร้อมทั้งยังคงรักษาฐานมูลค่าทุนประกันภัยไว้ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรมเพื่อคุ้มครองมูลค่าสินทรัพย์ให้กับลูกค้า เช่นเดียวกับธนาคารพันธมิตรที่ยังคงให้การสนับสนุนปล่อยสินเชื่อและจัดไฟแนนซ์ให้กับทั้งรถใหม่และรถมือสองของวอลโว่อย่างต่อเนื่อง ทำให้โครงสร้างราคาและมูลค่าของรถยนต์วอลโว่ในตลาดมือสองยังมีเสถียรภาพและไม่พังทลายลงตามกระแสข่าวลือ
นอกจากนี้ เรายังมีแผนระยะยาวในการทำระบบรับรองคุณภาพรถยนต์มือสองอย่างเป็นทางการภายใต้โปรแกรม “Volvo Selekt Approved Used Car” ที่มีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพทางเทคนิคอย่างละเอียดหลายร้อยรายการ เพื่อรองรับและควบคุมราคาซื้อขายแลกเปลี่ยน (Trade-in) รถยนต์วอลโว่ในอนาคตให้เป็นธรรมและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า
สุดท้ายนี้ เพื่อเป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน ทางวอลโว่อยากสื่อสารความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพฤติกรรมการชาร์จแบตเตอรี่ชนิด NMC เพราะจากการศึกษาพฤติกรรมการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า พบว่าทัศนคติเดิมๆ ที่เคยใช้กับรถยนต์สันดาปมักนำมาใช้กับรถไฟฟ้าอย่างไม่ถูกต้อง การศึกษาทางวิชาการและการทดสอบทางเคมีเชิงลึกโดยศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยในประเทศแคนาดา ได้วิเคราะห์พฤติกรรมการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ชนิด NMC ไว้อย่างน่าสนใจว่า
การชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% จนเต็ม 100% เป็นประจำทุกวัน จะส่งผลให้เกิดความเค้นทางเคมีอย่างรุนแรงภายในเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งส่งผลเร่งให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่สั้นลง แนวทางการใช้งานประจำวันที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและระบบวิจัยพัฒนา (R&D) ของวอลโว่แนะนำคือ
รักษาระดับประจุไฟฟ้าให้อยู่ในช่วง 40% – 60% หรือไม่เกิน 40% – 70% สำหรับการใช้งานทั่วไปรายวัน ซึ่งเป็นช่วงแรงดันที่แบตเตอรี่จะเสถียรและทนทานที่สุด มีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด
สำหรับการใช้งานประจำวันทั่วไป แนะนำให้ตั้งค่าการจำกัดระดับชาร์จสูงสุดไว้ที่ไม่เกิน 80% ถึง 90% เท่านั้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุดและถนอมแบตเตอรี่
ยืนยันว่าลูกค้ายังคงสามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ได้ตามความต้องการในการเดินทางไกล แต่สิ่งสำคัญคือหลังจากชาร์จเต็ม 100% แล้ว ควรนำรถออกไปขับใช้งานทันที เพื่อให้ประจุไฟฟ้าตกลงมาต่ำกว่าระดับ 90% โดยเร็วที่สุด ไม่ควรชาร์จเต็ม 100% แล้วจอดรถทิ้งค้างไว้ในโรงรถโดยไม่ใช้งานเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวจะทำให้โครงสร้างเคมีภายในแบตเตอรี่เกิดการสะสมความร้อนและความเครียดจนเกิดความเสื่อมสภาพ














