ในขณะที่ยอดขายรถยนต์ไทยโดยรวมปี 2567 หดตัวหนักจากพิษหนี้ครัวเรือนและสินเชื่อที่เข้มงวด แต่กลุ่มรถปิกอัพดัดแปลง PPV หรือรถกลุ่ม SUV ที่ใช้แชสซีกระบะเป็นฐาน กลับยังคงสถานะรถที่คนไทยอยากได้ อย่างไม่สั่นคลอน ด้วยอรรถประโยชน์ที่ตอบโจทย์ได้ครบในคันเดียว

Toyota Fortuner ยังคงครองบัลลังก์แชมป์ PPV ไทยต่อเนื่อง ตามด้วย Isuzu Mu-7 ที่ต้องพยายามรักษาฐานลูกค้าสายประหยัดไว้ให้เหนียวแน่น และ Ford Everest ที่ตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยดีไซน์หน้าตาทันสมัย และเทคโนโลยีเต็มคัน ส่วน Mitsubishi Pajero Sport ที่วางตัวเองอยู่ในช่องกลางที่ไม่แพงเกินไป แต่ก็มีภาพลักษณ์ออฟโรดที่ชัดเจนกว่าคู่แข่งหลายช่วงตัว

หลายคนยอมรับว่า กลุ่มรถ PPV คือสินค้าที่ขายได้ทั้งในเมืองและชนบท ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ทั้งพ่อบ้านที่ชื่นชอบการลุยป่าฝ่าดงโคลน และครอบครัวชั้นกลางที่อยากได้รถสูงนั่งสบาย 7 ที่นั่ง ในช่วงราคาล้านต้นๆ ถึง 2 ล้านบาทต้นๆ และนี่คือเหตุผลที่ตลาดนี้ไม่เคยตาย

อรรถประโยชน์ของรถกลุ่มนี้ชัดเจนมาก แชสซีกระบะแบบบอดี้ออนเฟรมให้ความแข็งแกร่งทนทาน ลุยได้ทั้งทางฝุ่น ทางน้ำท่วม หรือถนนลูกรัง พร้อมช่วงล่างที่รับน้ำหนักได้ดี นั่งได้ถึง 7 คนและลากจูงได้ 2.5–3.5 ตัน ความคุ้มค่าของรถ PPV จึงอยู่ในระดับที่หารถอื่นทดแทนได้ยาก
สำหรับในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ให้จับตา ค่ายมิตซูบิชิ พร้อมทำคลอด All-New Pajero 2026 ที่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ Pajero Sport รุ่นใหม่หรือการอัปเดต Pajero Sport ที่ขายอยู่ในปัจจุบัน แต่คือการคืนชีพแบรนด์ Pajero ที่หยุดผลิตไปตั้งแต่ปี 2564 ในฐานะรถ Full-Size SUV เต็มรูปแบบ

ตัวรถใหญ่กว่า Pajero Sport เดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยมิติตัวถังคาดว่าจะยาวถึง 5,100 มม. กว้าง 1,930 มม. สูง 1,815 มม. ระยะฐานล้อ 3,130 มม. ขนาดที่เข้าใกล้ Toyota Land Cruiser แล้ว
ด้านแพลตฟอร์ม Body-on-Frame ใช้ร่วมกับกระบะ Triton รุ่นใหม่ ให้ความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างที่ดีกว่าเดิม พร้อมขนาดที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ Pajero 2026 หลุดออกจาก Segment เดิมของตัวเองไปอยู่ในระดับ Premium Off-Road SUV แทน

หัวใจขับเคลื่อนหลักคือเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร Twin-Turbo (4N16 รุ่นล่าสุด) ให้แรงบิดสูงสุดถึง 470 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และข่าวที่น่าตื่นเต้นกว่าคือ มีรายงานว่า Mitsubishi กำลังพิจารณาอัปเกรดเป็นเกียร์ 8 สปีด และอาจมีรุ่น PHEV ที่ดึงมอเตอร์ และแบตเตอรี่จาก Outlander PHEV มาใช้ด้วย หากเกิดขึ้นจริงพละกำลังรวมอาจแตะ 400 แรงม้าเลยทีเดียว
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II พร้อม e-Diff Lock ยืนยันว่า Pajero รุ่นใหม่ไม่ได้มาเล่นๆ กับออฟโรด แต่มาเพื่อครองพื้นที่อย่างจริงจัง
การกลับมาของ Pajero ไม่ใช่การเดินเข้าสู่ตลาดแบบว่างเปล่า แต่ทุกค่ายต่างเตรียมอาวุธไว้ต้อนรับ Toyota Land Cruiser Prado คู่แข่งหลัก Ford Everest ที่มีดีไซน์โดดเด่น หรือแม้กระทั้งพรีเมี่ยมจีน GWM Tank 500 หรือจะเป็น Nissan Patrol Y63 ขาใหญ่

Toyota Land Cruiser Prado ยังคงเป็นจุดอ้างอิงของตลาดนี้ แต่ราคาที่พุ่งสูงกว่า 3 ล้านบาท เปิดช่องว่างให้ Pajero เข้ามาเล่นในโซน 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดที่ Prado เข้าไม่ถึง Ford Everest เปิดตัวไปนาน แต่มีการปรับโมเดลไลน์อัพใหม่ เน้นดีไซน์แกร่ง-ไฮเทคอาจดึงดูดกลุ่มคนเมืองได้ แต่อาจสู้ประวัติศาสตร์และ DNA ออฟโรดชื่อชั้นของ Pajero ไม่ได้โดยเฉพาะในตลาดต่างจังหวัด
ชื่อ Pajero ไม่ใช่แค่โลโก้บนกระโปรงหน้า แต่คือมรดกตกทอดกว่า 4 ทศวรรษของการชนะดาการ์ แรลลี่ และสนามโคลนทั่วโลก ในตลาดไทย ชื่อนี้ยังคงมีน้ำหนักอย่างมากในกลุ่มนักออฟโรดและคนต่างจังหวัดที่รู้จัก Pajero รุ่นเก่า

กลยุทธ์สำคัญที่ชัดเจนคือ การวาง Pajero ควบคู่กับ Pajero Sport ทำให้ Mitsubishi ครองตลาดได้สองระดับราคา Pajero Sport ยังอยู่ดูแลฐาน 1.3 -1.68 ล้านบาท ส่วน Pajero ใหม่เล็งช่องระดับราคา 2 ล้านบาทอัพ ซึ่งยังไม่มีใครครองตลาดนี้อย่างชัดเจน
ความได้เปรียบของการผลิตในไทย Pajero จะได้รับสิทธิ์ภาษี 0% ภายใต้ ASEAN Free Trade ในตลาด ASEAN ทำให้ต้นทุนต่ำ ราคาแข่งขันได้ และประหยัดค่าขนส่ง นอกจากนี้ไลน์ผลิตร่วมกับ Triton ในไทยยังหมายความว่ามีชิ้นส่วนอะไหล่และเน็ตเวิร์คด้านเซอร์วิสพร้อมอยู่แล้ว

ถ้า Mitsubishi ตัดสินใจผลิตในไทยจริง ราคาเริ่มต้นในบ้านเราอาจอยู่ที่ราว 1,800,000 บาท และรุ่นท็อปหรือ PHEV อาจแตะ 2,500,000 บาท ราคาที่อยู่ต่ำกว่า Prado เกือบครึ่ง แต่ให้ขนาดและสมรรถนะออฟโรดใกล้เคียงกัน ยอดขายจะพุ่งกระฉูดขนาดไหน ต้องรอดู
ตามข้อมูลจากดีลเลอร์ในออสเตรเลีย All-New Pajero จะเปิดตัวช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2569 เริ่มรับ pre-order เดือนกันยายน และส่งมอบรถจริงในเดือนธันวาคม 2569 ส่วนสายการผลิตในไทยคาดเริ่มต้นช่วงปลายปีนี้เช่นกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นการท้าชน Toyota Fortuner รุ่นใหม่ ที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาเช่นเดียวกัน
ในยุคที่ตลาดรถยนต์ไทยกำลังถูกจีนกดดันในทุกระดับราคา การคืนชีพ Pajero ไม่ใช่แค่การเพิ่มรุ่นในพอร์ต แต่คือการประกาศจุดยืนว่ามิตซูบิชิ ยังอยู่ในสนาม SUV ออฟโรดพรีเมียม และมาด้วยอาวุธหนักจริง ความท้าทายไม่ใช่เรื่องสเป็กหรือราคา แต่คือการสื่อสารให้ชัดว่า Pajero ใหม่ไม่ใช่ Pajero Sport ที่ตัวโตขึ้น แต่คือรถคนละคลาส คนละ DNA เริ่มเห็นทิศทางขิงมิตซูบิชิในการชิงส่วนแบ่งตลาดพรีเมียมกลับมามากขึ้นแล้วล่ะสิ
Photo Credit : First look at Mitsubishi Pajero 2027: Renders show new plug-in hybrid Toyota Prado, Ford Everest, GWM Tank 500 rival – Chasing Cars














