โปรเจ็กต์ ไนติงเกล (Project Nightingale) เป็นอัครยนตรกรรมผลิตพิเศษ (Coachbuild Collection) รุ่นแรก โดยได้แรงบันดาลใจจาก โรลส์-รอยซ์ ‘EX’ ที่ใช้ในการทดสอบความเร็ว ช่วงต้นพุทธทศวรรษ 2460 (1920s) โครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียม ‘Architecture of Luxury’ ความงามแบบเสาหินที่เรียบหรู ได้แรงบันดาลใจจากการออกแบบสไตล์ ‘Streamline Moderne’ รถคันนี้เป็นต้นแบบก่อนผลิตจริง (Production concept) โดยการทดสอบทั่วโลกจะเริ่มขึ้นช่วงฤดูร้อนของยุโรปปีนี้ เปิดให้จองเฉพาะลูกค้าที่ได้รับเลือก ซึ่งมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับดีไซน์ของ โรลส์-รอยซ์ ผลิตจำกัด 100 คันทั่วโลก เริ่มส่งมอบช่วงปีพ.ศ. 2571 เป็นต้นไป

++ ลู่ลม รวดเร็ว แต่หนักแน่นดุจเสาหิน
ตัวถังสีฟ้าอ่อน ผสมเกล็ดสีแดงละเอียด เป็นการรำลึกถึงโลโก้สีแดงของรถรุ่น ‘EX’ ในอดีตได้รับการออกแบบโดยผู้ที่หลงใหลในพื้นผิว ซึ่งผ่านการขัดเกลาอย่างไร้ที่ติ ผสานมนต์เสน่ห์
ของตัวถังเปิดประทุนที่ดูลื่นไหลและสง่างาม ได้แรงบันดาลใจจากหลักการออกแบบ Streamline Moderne จากปลายยุค อาร์ต เดโค่ ขณะที่อีกหนึ่งแรงบันดาลใจ คือ รถทดสอบรุ่น ‘16EX’และ ‘17EX’ ที่ได้นำเส้นสายจากรุ่น แฟนธอม (Phantom) มาผลิตเป็นตัวถังอะลูมิเนียม และสามารถสร้างสถิติความเร็วได้สูงกว่า 145 กิเลมตรต่อชั่วโมง

โปรเจ็กต์ ไนติงเกล ตัวถังยาว 5.76 เมตร ใกล้เคียงกับรุ่น แฟนธอม มุมมองด้านหน้าใหญ่อลังการ เนื่องจากไม่ต้องมีช่องรับอากาศขนาดใหญ่เหมือนรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ นักออกแบบจึงสามารถสร้างพื้นผิวที่ต่อเนื่องระหว่างตัวถังซ้าย-ขวาและกระจังหน้าแพนธิออน โดยขอบกระจังกว้างเกือบหนึ่งเมตร แกะสลักจากโลหะชิ้นเดียว พร้อม 24 ซี่กระจัง ส่วนสัญลักษณ์ สปิริต ออฟ เอ็กสตาซี (Spirit of Ecstasy) ติดตั้งอยู่ด้านบน ให้ความรู้สึกลื่นไหล ราวกับกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว

ไฟหน้าแนวตั้งทรงเรียวยาว เสริมด้วยแถบโลหะปัดเงา พาดผ่านตัวถังจากไฟหน้าถึงไฟท้าย ด้านข้าง ผลกระทบของการออกแบบทรงตอร์ปิโดที่เน้นผู้ขับจะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
ฝากระโปรงหน้ากว้างนำไปสู่กระจกบังลมที่ลาดเอียง เสริมด้วยกระจกหน้าต่างสามเหลี่ยม (Quarterlight window) อันละเอียดอ่อน ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น แฟนธอม ดรอปเฮด คูเป้ (Phantom Drophead Coupé)

เส้นตัวถังวิ่งต่อเนื่องจากหน้าสู่หลัง ได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นแบ่งระหว่างตัวเรือและโครงสร้างส่วนบนของเรือยอทช์ การตั้งเส้นนี้ไว้สูงทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมเข้าไปในรถส่วนที่พักเท้าผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ ได้รับแรงบันดาลใจจากบันไดข้างของ โรลส์-รอยซ์ ในอดีต ขณะที่ล้อขนาด 24 นิ้ว ใหญ่สุดเท่าที่เคยติดตั้งใน โรลส์-รอยซ์ ชวนให้นึกถึงใบพัดของเรือยอทช์ที่กำลังหมุนอยู่ใต้น้ำ ด้านหลัง โป่งซุ้มล้อที่ผายออก สร้างความรู้สึกแข็งแกร่งและมั่นคง ฝากระโปรงท้ายเปิดออกด้านข้างด้วยกลไกคานเหวี่ยง (Cantilever) ลักษณะเดียวกับแกรนด์เปียโน ปิดท้ายความอลังการด้วยดิฟฟิวเซอร์ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ชิ้นเดียว ช่วยเพิ่มเสถียรภาพช่วงความเร็วสูง

++ เปลี่ยนลุคได้ตามใจ เลือกได้เพียงกดปุ่ม
ห้องโดยสารโทนสีฟ้า ‘Charles Blue’ ตัดกับสีขาว ‘Grace White’ แซมด้วยสีชมพู ‘Peony Pink’ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ป่าริมชายฝั่งริเวียร่า เมื่อเปิดหลังคา ยนตรกรรมคันนี้กลายเป็นยานพาหนะแห่งการเดินทางที่เงียบสงบ แต่เมื่อหลังคาที่ทำจากผ้าแคชเมียร์ (Cashmere) ปิดลง ภาพลักษณ์จะเปลี่ยนไปเป็นรถคูเป้ที่ดูสง่างาม ภายใต้ประสบการณ์ขับที่เงียบสงบ ผสานเสียงธรรมชาติที่เพิ่มความโรแมนติก เช่น เสียงหยดน้ำฝนบนผ้าใบ เสียงคลื่น เสียงลมผ่านต้นไม้หรือเสียงนกร้อง พร้อมแสงสว่างจากดวงดาวแอลอีดี 10,500 ดวง โดยใช้รูปแบบของแสงสว่างจากคลื่นเสียงของนกไนติงเกล และเมื่อเปิดประตู ที่พักแขนก็เลื่อนไปด้านหลังโดยอัตโนมัติเผยให้เห็นปุ่มควบคุมที่ทำจากโลหะที่ผิวสัมผัสเป็นเลิศ



++ ความสง่างามทางวิศวกรรมและมรดกตกทอด
ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งความเงียบและการถ่ายทอดกำลังที่นุ่มนวล เป็นการตอกย้ำถึงแก่นแท้ของยนตรกรรม โรลส์-รอยซ์ ที่ยาวนานกว่าศตวรรษ และเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว Coachbuild Collection ผสมผสานจิตวิญญาณของนักทดสอบอย่าง เฮนรี่ รอยซ์ รวมถึงความหรูหราของยุค อาร์ต เดโค่ ผลิตด้วยมือของวิศวกรชั้นเลิศที่ Home of Rolls-Royce ที่เมืองกู้ดวูด จำกัดเพียง 100 คันทั่วโลก สะท้อนคุณค่าของยนตรกรรมที่ผ่านการรังสรรค์มาอย่างลึกซึ้งนับเป็นประสบการณ์เหนือระดับ ที่สัมผัสได้เฉพาะในรถยนต์ โรลส์-รอยซ์





















