Neta แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ที่เข้ามาทำตลาดบ้านเราและทำท่าว่ากำลังไปได้สวย กวาดยอดขายเข้ากระเป๋าไปแล้วกว่า 2 หมื่นคัน มีโรงงานประกอบบิ๊กบึ้มในไทยพร้อมวางยุทธศาสตร์ใช้ไทยเป็นฮับรถ EV พวงมาลัยขวากระจายทั่วภูมิภาคอาเซียน

กลับสะดุดขาตัวเองจากปัญหาสภาพคล่องของบริษัทแม่ในจีน ที่ก่อหนี้สิ้นมหาศาล กระทบบริษัทลูกในไทยโดยเฉพาะความเชื่อมั่น จนล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัท เจ้อเจียง โฮซอน นิวเอ็นเนอร์ยี ออโตโมบิล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ NETA ประกาศเข้าสู่กระบวนการล้มละลายอย่างเป็นทางการ

ผลคือยิ่งเพิ่มดีกรีความ “ช็อก” ให้กับบรรดาคู่ค้า, พันธมิตร รวมถึงลูกค้าที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Neta เพราะก่อนหน้านี้ไม่เกิน 2 สัปดาห์ Hozon บริษัทแม่ในจีนได้ประกาศเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างองค์กร ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านหนี้สิน และกำลังมีนายทุนใหม่ จากรัฐบาลภายใต้การกำกับดูแลของศาลประชาชนชั้นกลางเมืองเจียซิง รวมถึงเตรียมยกระดับการบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และพร้อมกลับมาเดินหน้าธุรกิจอย่างเต็มตัว

ทีมงาน Carzanova ได้พูดคุยกับดีลเลอร์รายใหญ่ของ Neta มองว่าเรื่องนี้ยังมีความสับสนค่อนข้างมากเพราะ Neta Auto Thailand เพิ่งออกแถลงการณ์เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า บริษัทแม่ยังไม่ล้มละลาย เป็นเพียงการยื่นตรวจสอบหนี้ตามกฎหมายเท่านั้น

ซึ่งน่าจะเป็นการยื่นฟื้นฟูกิจการ ภายใต้กฎหมายล้มละลาย ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นการยอมแพ้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลายบริษัทที่มีหนี้สินจำนวนมากเลือกใช้กระบวนการนี้เพราะมีประโยชน์หลายอย่างที่ช่วยให้สามารถรีเซ็ตสถานการณ์ทางการเงินได้

ตั้งแต่หยุดการฟ้องร้องจากเจ้าหนี้ ศาลสามารถสั่งให้ระงับการฟ้องร้อง หรือการติดตามทวงหนี้ทั้งหมดจากเจ้าหนี้ทันที บริษัทจะได้มีเวลาหายใจหายคอ เพื่อจัดการวางแผนใหม่ หรือสามารถเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ได้ ทั้งลดหนี้ ยืดเวลา หรือแปลงหนี้เป็นทุน ได้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ โดยมีศาลเป็นผู้ควบคุม ทำให้มีโอกาสกลับมาดำเนินธุรกิจต่อได้ ภายใต้ผู้บริหารแผนฟื้นฟู และที่สำคัญการยื่นขอล้มละลายช่วยชะลอหรือป้องกันไม่ให้ทรัพย์ถูกบังคับขายในทันที ซึ่งหากแผนฟื้นฟูสำเร็จ บริษัทจะสามารถกลับมาทำกำไรและจ่ายหนี้ได้ตามแผน โดยไม่ต้องเลิกกิจการหรือขายทุกอย่างทิ้งไป

ดังนั้นเรื่องนี้ อยากแนะนำลูกค้าว่า กังวลได้แต่อย่างตื่นตูม เรายังสามารถใช้รถ และเซอร์วิสจากศูนย์บริการ Neta ทั่วประเทศได้ตามปกติ น่าเสียดายแทนลูกค้าบางรายที่กลัวผลกระทบตามมาเร็วไปหน่อย แล้วเลือกปล่อยรถไปในราคาที่ต่ำกว่าปกติ ยิ่งตอนนี้มีหน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยดูแล โดยเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ยังได้เรียกผู้บริหาร บริษัท เนต้า ออโต้ (ไทยแลนด์) จำกัด ชี้แจงข้อมูลแนวทางการดำเนินการรองรับการแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค

ซึ่ง Neta ยืนยันว่ายังคงให้บริการแก่ผู้บริโภคในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และจะเร่งส่งมอบอะไหล่รถยนต์ อุปกรณ์เสริมอื่นๆ โดยเฉพาะตัว CDU อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงไฟเวลาชาร์จเข้าแบตเตอรี่EV, ชาร์จแบตเตอรี่ 12 โวล์ท เพื่อใช้งานภายในรถ และ V2L (Vehicle-to-Load) จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ภายนอกสำหรับสายแคมป์ปิ้ง เดือนละอย่างน้อย 50 ตัว ซึ่งตัวนี้ที่ผ่านมาเป็นจุดอ่อนไหวที่สุด

พร้อมทั้งจะเร่งดำเนินการจดทะเบียนรถยนต์จากป้ายแดงเป็นป้ายขาวให้กับผู้บริโภคทันที ประกอบกับมีการขยายระยะเวลาการรับประกันหรือบริการบำรุงรักษา โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคด้วย นอกจากนี้ ยังมีดีลเลอร์รายใหญ่ๆ จำนวนไม่น้อยที่พร้อมให้บริการแม้จะไม่ใช่ลูกค้าโดยตรงใช้คอนเน็กชั่นกับดีลเลอร์ในจีนสามารถสั่งอะไหล่ให้ได้เช่นกัน ส่วนการอัพเกรดซอฟต์แวย์ก็สามารถทำออนไลน์ได้เลย

ส่วนประเด็นเพจทนายคลายทุกข์ ระบุว่า ผู้เช่าซื้อรถไฟฟ้าจีน ที่บริษัทแม่กำลังจะล้มละลาย คืนรถกับไฟแนนซ์ได้ ถ้าไม่ผิดนัดคืนแล้วจบไม่ต้องรับผิดส่วนต่าง ประเด็นนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าลูกค้าสามารถคืนรถได้จริงหรือเปล่า เพราะ Neta ไม่มีนโยบาย แต่ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าถูกละเมิดสิทธิ์ก็น่าจะสามารถดำเนินการได้ โดยในเพจยังระบุถึง คำพิพากษาฎีกาที่ 1203/2565 การคืนรถที่เช่าซื้อกฎหมายเปิดช่องให้คืนได้เลย ถ้าขณะที่คืนไม่มีความรับผิดไม่ได้ค้างชำระค่างวดคืนแล้วก็จบครับ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 573 พร้อมเบอร์ติดต่อ 081-616-1425

