รถตู้ทึบ EV ตัวแทนรถเพื่อการพาณิชย์ในยุคน้ำมันแพง
ในโลกของธุรกิจยานยนต์ "ความเก๋า" อาจไม่ใช่เกราะกำบังที่ยั่งยืนหนึ่งเสมอไป หากนวัตกรรมและความคุ้มค่า ก้าวข้ามผ่านกำแพงแห่งความเชื่อมั่นเดิมๆ ได้สำเร็จ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย ณ ขณะนี้ คือสัญญาณเตือนภัยระดับ "สีแดง" สำหรับค่ายรถญี่ปุ่นที่เคยครองส่วนแบ่งในตลาดเกือบ 100% มานานหลายทศวรรษ ในโลกของธุรกิจยานยนต์ "ความเก๋า" อาจไม่ใช่เกราะกำบังที่ยั่งยืนหนึ่งเสมอไป หากนวัตกรรมและความคุ้มค่า ก้าวข้ามผ่านกำแพงแห่งความเชื่อมั่นเดิมๆ ได้สำเร็จ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย ณ ขณะนี้ คือสัญญาณเตือนภัยระดับ "สีแดง" สำหรับค่ายรถญี่ปุ่นที่เคยครองส่วนแบ่งในตลาดเกือบ 100% มานานหลายทศวรรษ เห็นปรากฎการณ์แบบนี้ อดคิดถึงตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ในยุคน้ำมันแพงไปไม่ได้ เพราะดูแล้วมีโอกาสรถตู้ทีบไฟฟ้า (EV Van) จากจีนอาจเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งรถเพื่อการพาณิชย์ในอนาคตอันใกล้ก็เป็นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มการขนส่งระยะใกล้ รถโดยสารในเมือง รวมถึงรถเชิงพาณิชย์แนว FoodTruck ฯลฯ ส่วนการทดแทนอย่างเบ็ดเสร็จ คงใช้เวลาอีกพักใหญ่ หรืออาจะทำไม่ได้เลย เพราะยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน อย่าง MAXUS ก็เริ่มขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศตั้งแต่ปี 2011 โดยดำเนินธุรกิจในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงตลาดมาตรฐานสูงอย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส และชิลี ในปี 2568 ได้ส่งมอบรถเชิงพาณิชย์ไปแล้วกว่า 222,000 คันทั่วโลก MAXUS เป็นแบรนด์จากจีนอันดับหนึ่ง ที่มียอดส่งออกสูงสุดในยุโรป 2 กลุ่ม ได้แก่ รถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (LCV) และรถพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (E-LCV) สำหรับตลาดเอเชีย MAXUS มียอดจำหน่ายมากกว่า 16,000 คันในปี 2568 (ไม่รวมประเทศจีน) ความสำเร็จเหล่านี้ล้วนเป็นผลจากกลยุทธ์การนำเสนอไลน์อัปยานยนต์เพื่อการพาณิชย์อย่างครอบคลุม เห็นตัวเลขแบบนี้ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา นอกจากแบรนด์ใหญ่อย่าง MAXUS แล้ว ก่อนหน้านี้ BYD ...















