ปริศนา NETA 39 คัน ใครจดทะเบียนรถที่แบรนด์ตายไปแล้ว?
เห็นยอดจดทะเบียนรถยนต์เดือนเมษายน 2569 ของกรมขนส่งทางบก ปรากฎเรื่องน่าตกใจ!! ยังมีชื่อ NETA ติดอันดับด้วยจำนวน 39 คัน ส่งผลให้สมรภูมิดีลเลอร์ที่กำลังเดินหน้าฟ้องร้อง และการไล่ล่าเงินภาษีหลายพันล้านของกรมสรรพสามิต คึกคักขึ้นมาทันที และยังเป็นคำถามคาใจว่ายอดจดทะเบียนรถ 39 คันนั้นมาจากไหน? หลายคนงงเป็นไก่ตาแตก NETA ยังติดอันดับ 7 ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยจำนวน 39 คัน ทั้งที่บริษัทแม่ล้มละลาย ผู้บริหารจีนหนีกลับบ้านหมดแล้ว ลองไปไร่เรียงคำอธิบายว่า เหตุการณ์นี้น่าจะมีสมมุติฐานได้กี่แบบ?? สมมุติฐานที่ 1 ซึ่งน่าเชื่อถือที่สุด เป็นรถค้างสต็อกของดีลเลอร์ ดีลเลอร์ที่ยังเหลืออยู่บางส่วนมีรถในสต็อกที่ยังไม่จดทะเบียน เมื่อขายได้จึงดำเนินการจดทะเบียนให้ลูกค้า รถเหล่านี้ผ่านกระบวนการนำเข้า และชำระภาษีครบถ้วนแล้วตั้งแต่ก่อนหน้า เพียงแต่ยังไม่มีผู้ซื้อ ดีลเลอร์บางรายระบุชัดว่ามีสต็อก NETA V-II เหลืออยู่ และกำลังเร่งระบายในราคา 299,000–319,000 บาท กรณีนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการขอเงินอุดหนุนใหม่จากรัฐ และสรรพสามิตไม่มีหน้าที่จ่ายเพิ่มแน่นอน สมมุติฐานที่ 2 มีความเป็นไปได้น้อย เป็นรถที่ซื้อแล้วแต่ยังไม่จดทะเบียน กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้รถทุกคันต้องจดทะเบียนภายใน 1 เดือนนับจากวันซื้อ หากเกินกำหนดมีค่าปรับ ดังนั้นรถที่ซื้อมานานก่อนหน้านี้แต่ยังไม่จดทะเบียนมีโอกาสน้อยมากที่จะมีจำนวนถึง 39 คันพร้อมกัน สมมุติฐานที่ 3 น่าจับตามอง เป็นรถที่ผลิตเพื่อนับยอดชดเชย EV3.0 ตามเงื่อนไขต้องผลิตรถในไทยชดเชยในอัตรา 1:1.5 หากยังมีรถผ่านสายการผลิตของบางชันเยนเนอเรลเอเซมบลี หรือ BGAC แม้เพียงไม่กี่คันแล้วนำจดทะเบียน อาจเป็นความพยายามนับยอดผลิตชดเชยในนาทีสุดท้าย แต่โรงงานบางชันฯ BGAC เคยรายงานว่าหยุดสายการผลิตไปแล้ว เพราะ NETA ไม่มีชิ้นส่วนส่งเข้ามาประกอบ สมมุติฐานนี้จึงยังเป็นเครื่องหมายคำถามตัวโต ดังนั้นสมมุติฐาน ที่น่าจะเป็นความจริงที่สุด ก็คือจำนวนยอดจดทะเบียนรถทั้ง ...











