แบรนด์ MMS สลัดคราบ BOCHS 18 ปี ผงาดศูนย์ซ่อมสีมาตรฐาน XPENG ย้ำตลอดเส้นทาง 18 ปีของ มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส หรือ MMS แม้จะดูต้วมเตี่ยมไปบ้าง แต่คือการสะสมรากฐานอย่างเงียบๆ รอเวลาเปลี่ยนเกมและเติบโตอย่างยัางยืน

ดร.ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้คว่ำหวอดกับวงการรถยนต์ปลุกปั่นแบรนด์มาสด้าเมื่อหลายสิบปีก่อน สะสมความรู้ทางด้านดิจิทัลจากยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมอย่าง ทรูคอร์ปอเรชั่น วันนี้กระโดดมารับหน้าที่กรรมการผู้จัดการ มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส หรือ MMS บริษัทในเครือมิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ตัดสินใจปลุก MMS จากโหมดชิลๆ สู่โหมดการรุกครั้งใหญ่ ด้วยการ “รีแบรนด์” พร้อมแตกธุรกิจออกเป็น 3 สายหลักอย่างชัดเจน โดยเปิดตัวธุรกิจใหม่ MMS Body&Paint ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังมาตรฐานระดับโลกที่ได้แรงหนุนจากพันธมิตรรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม XPENG

จากศูนย์ซ่อมทั่วไปสู่อาณาจักรบริการ 3 แกน

MMS ในวันนี้ไม่ใช่ศูนย์ซ่อมรถเพียงแห่งเดียวอีกต่อไป แต่ถูก “รีสตรัคเจอร์” ออกเป็น 3 สายธุรกิจหลักที่มีเป้าหมายและตลาดชัดเจน
MMS Fast Fit คือแกนเดิมที่ถูกยกระดับ จากศูนย์ซ่อมเดิม 19 แห่ง ปรับโฉมใหม่ทั้งหมด มุ่งเน้นบริการรวดเร็วสำหรับงานซ่อมหนัก ซ่อมเบา เปลี่ยนยาง น้ำมันเครื่อง และแบตเตอรี่ โดยร่วมมือกับพันธมิตรด้านผลิตภัณฑ์ชั้นนำ ซึ่งในอนาคตจะขยายจุดรับรถเป็น 20 แห่ง เพื่อทำหน้าที่เป็น Drop-off point ส่งต่อลูกค้าเข้าสู่ศูนย์ Body&Paint ได้อย่างไร้รอยต่อ
MMS Body&Paint คือดาวใหม่ของกลุ่ม เปิดธุรกิจศูนย์ซ่อมสีและตัวถังครั้งแรก โดยดึงมาตรฐานระดับโลกจากการเป็นพันธมิตรกับ XPENG มาใช้เป็นต้นแบบ ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกตั้งแต่ต้น ปัจจุบันเปิดแล้ว 1 แห่งย่านถนนราชพฤกษ์ และวางแผนขยายให้ครบ 4 แห่งใน 4 มุมเมืองภายในปีหน้า
MMS TUNAP แบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์จากเยอรมนีที่ MMS เป็นผู้แทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในไทยมากว่า 4 ปี กำลังผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โดยเปลี่ยนไลน์ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดสู่ Green Product ภายใต้เทคโนโลยีที่เรียกว่า “Human Technology” ซึ่งเน้นความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม สอดรับกับเทรนด์รถยนต์สมัยใหม่และพลังงานสะอาด

รีแบรนด์ใหม่ สลัดคราบ BOSCH
ถามกันตรงๆ ว่าการทิ้งชื่อ BOSCH ที่ใช้มา 18 ปี เจ็บปวดขนาดไหน “ดร.ปพนธ์” ยิ้มก่อนตอบว่า การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโลโก้ แต่คือการยกเครื่องระบบการทำงานและมาตรฐานการบริการทั้งองค์กร

BOCHS คือชื่อที่ตลาดรู้จัก MMS มาตลอด แต่ในมุมของผู้บริหารยังเป็นชื่อที่ผูกกับภาพลักษณ์เก่า ซึ่งไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ MMS กำลังจะเปลี่ยนผ่าน ซึ่งครั้งนี้เรียกว่า “Rebirth Program” เพื่อสื่อว่านี่คือการเกิดใหม่อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การทาสีใหม่ สิ่งที่เปลี่ยนพร้อมกันคือ Corporate Identity ของทุกศูนย์บริการ ควบคู่กับการ Reskill พนักงานทั้งหมดผ่าน Master Automotive Training Center (MAT) เพื่อให้ทำงานตามมาตรฐานใหม่ที่ชัดเจน
ทว่าสินทรัพย์สำคัญที่ทิ้งไม่ได้คือ ฐานข้อมูลลูกค้ากว่า 55,000 ราย ที่สะสมมาตลอดการทำธุรกิจ Fast Fit เขามองว่านี่คือแต้มต่อที่แท้จริง เพราะ MMS จะใช้ข้อมูลชุดนี้ในการทำ Regeneration Program ติดต่อลูกค้าเก่าโดยตรง เพื่อดึงรถเข้ามาใช้บริการอีกครั้ง รวมถึงออกแบบ เมนูให้บริการ ที่แยกตามประเภทรถอย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็น EV รถยุโรป หรือรถญี่ปุ่น ในขณะที่ BOCHS ก็ยังเป็นพันธมิตรที่เหนี่ยวแน่ และมีสินค้าจำหน่ายในศูนย์อย่างต่อเนื่อง
XPENG คือมาตรฐานไม่ใช่แค่ลูกค้า
หัวใจของ MMS Body& Paint คือการนำมาตรฐานระดับโลกของ XPENG มาใช้ตั้งแต่วันแรก เราใช้ XPENG มาเป็นพันธมิตรเพราะต้องการ ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง ระบบซอฟต์แวร์ควบคุมแบบเดียวกับที่ XPENG ใช้ ทำให้ XPENG เองสามารถมองเห็นสถานะของรถทุกคันที่เข้ามารับบริการได้ ลูกค้ามั่นใจได้ว่ารถจะได้รับการตรวจสอบเป็นมาตรฐานเดียวกับโชว์รูมหลัก

เรามีอุปกรณ์ครบครัน ทันสมัย ภายใต้ 5 Smart Experience หัวใจสำคัญของงานซ่อม คือ คุณภาพที่มองเห็น และ ความปลอดภัย ผสมผสานเทคโนโลยีระดับไฮเอนด์ เพื่อคืนสภาพรถยนต์ให้กลับมาใกล้เคียง รถใหม่จากโรงงาน ด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือเฉพาะทางแบบครบครัน ยกระดับประสบการณ์ ด้วยห้องส่งมอบรถ พร้อมวิดีโอแสดงขั้นตอนการซ่อม ผสานความสะดวกสบายด้วยพื้นที่รับรองระดับพรีเมียม
Smart System เครื่องดึงตัวถังระบบ 3 มิติ ใช้เทคโนโลยีการดึงตัวถังที่วัดค่าแบบดิจิทัล แม่นยำระดับมิลลิเมตร พร้อมเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลโครงสร้างรถยนต์จากผู้ผลิต ทำให้โครงสร้างตัวถังกลับมาสมดุล ระบบปฏิบัติการและทีมช่างผ่านการอบรมโดยตรงจากเอ็กซ์เผิง ประเทศไทย พร้อมการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการ ผสาน 17 ช่องซ่อมมาตรฐาน รองรับรถยนต์ได้กว่า 150 คันต่อเดือน

Smart Painting สีสูตรน้ำของ PPG แบรนด์ระดับพรีเมียมจากสหรัฐอเมริกา ประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 135 ปี ผสานระบบผสมสีที่ผ่านการรับบรองมาตรฐานจาก เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ห้องพ่นสีระบบ Downdraft (ดูดลมลงพื้น) ลดโอกาสเกิดเม็ดฝุ่นและละอองสีเกาะซ้ำ ห้องอบสีติดตั้งระบบ Nano Heater ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นแม่นยำผ่านคอมพิวเตอร์ ช่วยให้สีแห้งไว และได้คุณภาพสีที่สม่ำเสมอ กรองอากาศหลายชั้น ป้องกันฝุ่นและสิ่งแปลกปลอมพร้อมระบบระบายอากาศมาตรฐานสากล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
Smart Insurance รองรับประกันคุณภาพจากบริษัทชั้นนำระดับโลก Chubb และ Falcon ภายใต้การบริหารโดย ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ ครบ จบในที่เดียว ผ่านความร่วมมือจากพาร์ทเนอร์มาตรฐานระดับสากล
Smart Warranty รับประกันงานซ่อมสีทุกชิ้น 1 ปีเต็ม นับเป็นการรับประกันที่ตอกย้ำ ความเชื่อมั่น และความรับผิดชอบ
Smart Tracking ตรวจสอบสถานะการซ่อมได้ทุกขั้นตอนแบบเรียลไทม์ ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า สู่มาตรฐานใหม่ในยุคดิจิทัล ลูกค้าสามารถนำรถมารับบริการที่ศูนย์บริการของผู้จำหน่าย เอ็กซ์เผิง อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ รวมถึง MMS ทั้ง 19 สาขา

นอกจากนี้ศูนย์ยังออกแบบ ห้องรับรองลูกค้า หรือ Customer Lounge โดยได้รับแรงบันดาลใจจากโชว์รูม XPENG เพื่อส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้าเข้ามา และมีการกำหนด Capacity อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้งานล้นจนกระทบคุณภาพ
ที่น่าสนใจคือ แม้ XPENG จะเป็นลูกค้าหลักในแง่ Priority แต่ MMS Body&Paint ออกแบบให้รองรับรถ EV ยี่ห้ออื่นและรถพรีเมียมที่ส่งซ่อมผ่านระบบประกันภัย ภายใต้มาตรฐานการซ่อมระดับท้าง ซึ่งจะช่วยดึงดูดลูกค้ากลุ่ม EV แบรนด์อื่นๆ ให้เข้ามาใช้บริการด้วย เพราะเห็นแล้วว่ามาตรฐานการซ่อมเป็นระบบและทันสมัย
ตัวเลขที่ไม่ใช่แค่ความฝัน
สำหรับเป้าหมาย MMS ใช้งบประมาณราว 30 ล้านบาท สำหรับการสร้างศูนย์ Body&Paint แห่งแรก และการ Renovate ศูนย์ Fast Fit ทั้ง 19 แห่งทั่วประเทศ โดยคาดว่าปี 2570 น่าจะใช้อีก 60 ล้านบาท สำหรับการขยาย Body&Paint เพิ่มอีก 3 แห่ง เป้าหมายรายได้แยกตาม 3 สายธุรกิจในอนาคต เมื่อขยายศูนย์ Body&Paint ครบ 4 แห่ง คือ MMS FastFit ยังเป็นแกนหลักราวๆ 50% ถัดมาเป็น MMS Body&Paint 40% ที่เหลือเป็น MMS TUNAP 10%

ส่วนตัวเลขรายได้รวมปีนี้ตั้งเป้าที่ 240-250 ล้านบาท โดย Body&Paint ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นคาดว่าจะทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทในปีแรก น่าสังเกตว่าก่อนหน้านี้สัดส่วนงานซ่อมทั่วไปใน Fast Fit อยู่ที่ 80% แต่หลังรีแบรนด์จะปรับให้สมดุลเป็นงานซ่อมกับงาน Fast Fit ในอัตรา 50:50 เพื่อเพิ่มความเร็วในการหมุนเวียนรถและลดเวลารอของลูกค้า
18 ปีที่สะสม คือรากที่แข็งแรง
ถ้าถามว่าทำไมถึงเป็นเวลานี้ ดร.ปพนธ์ ตอบว่าเพราะทุกชิ้นส่วนพร้อมแล้ว MMS มีเครือข่าย Fast Fit 20 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ที่จะกลายเป็นจุดรับรถก่อนส่งต่อ มีฐานลูกค้า 55,000 รายที่พร้อมรับการติดต่อกลับ มีพันธมิตรระดับโลกอย่าง XPENG ที่การันตีมาตรฐาน มีผลิตภัณฑ์ TUNAP ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Green Product ตามเทรนด์โลก และมีทีมที่ผ่านการ Reskill แล้วทั้งหมด สิ่งที่ขาดแต่ก่อนคือภาพที่ชัดเจนและแบรนด์ที่แข็งพอ และนั่นคือสิ่งที่ “Rebirth Program” กำลังแก้ไข “ดร.ปพนธ์” ทิ้งท้ายว่า 18 ปีที่ผ่านมาเราสะสมรากฐาน ถึงเวลาแล้วที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดและมั่นคง














