วันก่อน Leapmotor แถลงข่าวใหญ่ตั้งบริษัทแม่ลุยตลาดในไทยเองอย่างเป็นทางการ โดยปี 2026 ประกาศจัดตั้งบริษัท LEAPMOTOR ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดบทใหม่ของการดำเนินธุรกิจในไทย ยกระดับการบริหารโดยตรงจากแบรนด์ ดูแลทั้งแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ เครือข่ายจำหน่าย และศูนย์บริการทั่วประเทศ พร้อมทั้งร่วมขยายเครือข่ายกับพันธมิตรในไทย เพื่อรับฟังและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้โดยตรงและรวดเร็ว

บทบาทเชิงกลยุทธ์ของประเทศไทย
1. ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดตลาดที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์และมีมูลค่าสูงเท่านั้น
2. แต่ยังเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจแบบ GLOBAL DIRECT OPERATION ของแบรนด์อีกด้วย
3. ในอนาคต LEAPMOTOR มีแผนพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางเพื่อขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาทั่วโลก

พันธสัญญา 4 ด้าน ในช่วง 3 ปีข้างหน้า

1. การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ปี 2026 เปิดตัวB03X และ C10 รุ่นพิเศษ พร้อมนำรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในตลาดโลกเข้ามาจำหน่ายในไทยทุกปี
2. เครือข่ายจำหน่ายและศูนย์บริการ ปี 2026 จำนวน 30 แห่ง ปี 2027 จำนวน 65 แห่ง ปี 2028 จำนวน 100 แห่ง ครอบคลุมหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศไทย
3. บริการหลังการขาย ยกระดับการรับประกันสู่แนวหน้าของอุตสาหกรรม รับประกันตัวรถ 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร รับประกันแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุมไฟฟ้า ตลอดอายุการใช้งาน เตรียมจัดตั้งคลังอะไหล่และศูนย์บริการด้านเทคนิคในไทย
4. ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) จ้างแรงงานในไทยมากกว่า 90% ของตำแหน่งงาน ร่วมมือกับเครือข่ายอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย 80% ยกระดับเทคโนโลยีใหม่ สร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้ อุตสาหกรรม และสังคม

ทีมงาน CARZANOVA พาไปดูไทม์ไลน์แบรนด์พรีเมียมจากจีน เริ่มเปิดตัวเข้าสู่ตลาดประเทศไทยผ่านการทำตลาดของกลุ่มพระนครยนตรการ (PNA Group) แม้ตัวรถอย่างLeapmotor C10 จะมีจุดเด่นด้านเทคโนโลยีและโครงสร้าง แต่กลับไม่สามารถกวาดส่วนแบ่งตลาดได้ตามเป้าหมาย โดยมีปัจจัยหลักมาจาก

1. โครงสร้างการบริหารและพันธมิตรที่ไม่คล่องตัว การขายผ่านตัวแทนจำหน่าย หรือ Distributor ทำให้การปรับกลยุทธ์ราคา การจัดสรรโควตารถ รวมถึงแนวทางการทำการตลาดสู้กับแบรนด์จีนค่ายอื่นๆ ที่เข้ามาทำตลาดโดยตรงได้ยากและเชื่องช้ากว่า
2. วิกฤตความเชื่อมั่นด้านบริการและอะไหล่ ผู้บริโภคชาวไทยเกิดความลังเลจากปัญหาคลังอะไหล่ ความล่าช้าในการเคลมชิ้นส่วน และความไม่แน่นอนของการขยายเครือข่ายศูนย์บริการ
3. สงครามราคาที่ดุเดือด ตลาด EV ในไทยแข่งขันตัดราคากันอย่างรุนแรง การที่ไม่มีบริษัทแม่คอยอุดหนุนงบประมาณหรือควบคุมต้นทุนซัพพลายเชนโดยตรง ทำให้การกำหนดราคาของ Leapmotor ในยุคแรกขาดความเด็ดขาด
เพื่อทลายข้อจำกัดทั้งหมด Leapmotorประเทศไทย จึงถูกตั้งขึ้นโดยตรง ด้วยทุนจดทะเบียนกว่า 100 ล้านบาท ภายใต้การสนับสนุนของบริษัทแม่อย่าง Stellantis ยักษ์ใหญ่ระดับโลก โดยมี พันธสัญญาเชิงกลยุทธ์ 4 ด้านในระยะ 3 ปีข้างหน้า

1. การเป็นฐานเชิงกลยุทธ์ ประเทศไทยไม่ใช่แค่ตลาดสำหรับขายรถยนต์นำเข้าเท่านั้น แต่ถูกวางตำแหน่งให้เป็น ศูนย์กลางการผลิตและขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาทั่วโลก
2. ปูพรมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยการส่ง Leapmotor B03X (ราคาพิเศษ 4.99 – 5.69 แสนบาท) ลุยตลาด B-SUV ปะทะคู่แข่งโดยตรง พร้อมพันธสัญญาว่าจะนำเข้ารถรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในตลาดโลกมาจำหน่ายในไทยเป็นประจำทุกปี
3. การเร่งขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ ปีแรกจำนวน 30 แห่ง ปีที่สอง 65 แห่ง และปีสามจะทำให้มากถึง 100 แห่ง ครอบคลุมหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศ พร้อมทั้งยกระดับบริการหลังการขายและการรับประกันตัวรถ เช่นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าหลัก (แบตเตอรี่, มอเตอร์ไฟฟ้า, ระบบควบคุม) แบบ Lifetime Warranty สำหรับเจ้าของรถคนแรก พร้้ิมจัดตั้งคลังอะไหล่และศูนย์บริการด้านเทคนิคในไทยเพื่อแก้ปัญหาเรื่องความล่าช้า
4. การรับผิดชอบต่อสังคมและการลงทุนในท้องถิ่น กำหนดว่าจะมีการจ้างงานในไทยมากกว่า 90% ของตำแหน่งงาน พร้อมดึงซัพพลายเออร์ระดับโลกเข้ามาลงทุนเพื่อใช้อะไหล่และชิ้นส่วนในประเทศ

การที่บริษัทแม่ของ Leapmotor เดินหน้าลุยเองแบบเต็มสูบในครั้งนี้ นับเป็นสัญญาณเตือนภัย ไปยังค่ายรถEV จีนรายอื่น รวมถึงค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นใน เซ็กเมนต์เดียวกัน ด้วยความได้เปรียบ 3 ประการหลัก

1. การทุบราคาแบบดุดันและคุ้มค่าที่สุดในคลาสเช่นตั้งราคา B03X เริ่มต้นพิเศษเพียง 499,000 บาท แต่อัดออปชันระดับพรีเมียม เช่น ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Level 2, ชาร์จไว DC 133 kW (30-80% ใน 16 นาที), จอ 2.5K ขนาด 14.6 นิ้ว และเทคโนโลยีโครงสร้างแบตเตอรี่ CTC 2.0 Plus ซึ่งราคานี้เข้าถึงกลุ่มลูกค้างบน้อยได้รวดเร็ว ดักทางได้ทั้ง Hatchback และ B-SUV คู่แข่ง
2. การเอาชนะใจด้วย Lifetime Warranty กล้ารับประกันแบตเตอรี่ มอเตอร์ และกล่องควบคุมตลอดอายุการใช้งาน เป็นการปลดล็อกความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของคนไทยเรื่องราคาแบตเตอรี่ หรือราคาตกเมื่อแบตหมดประกัน ซึ่งจะกลายเป็นจุดขายหลัก

3. แรงหนุนระดับโลกจาก Stellantis ความได้เปรียบทางเทคโนโลยีที่ Leapmotor พัฒนาชิ้นส่วนหลักเองกว่า 60-70% ผสานกับทุนหนาและเครือข่ายโลจิสติกส์ของกลุ่ม Stellantis ทำให้ Leapmotor มีสายป่านยาวพอที่จะสู้สงครามราคาและยึดพื้นที่ตลาดไทยได้ในระยะยาว
Leapmotor วันนี้ไม่ใช่แบรนด์น้องใหม่ที่เข้ามาลองตลาดอีกต่อไป แต่เป็นการกลับมาภายใต้บทบาทผู้เล่นตัวจริง ที่บริษัทแม่ออกหน้าลุยเอง ด้วยอาวุธหนักทั้งเรื่องราคา เทคโนโลยี และเงื่อนไขการรับประกันที่ไม่เคยมีใครกล้าให้มาก่อน















