ประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตที่ทั่วโลกต้องพึ่งพา หรือจะเป็นแค่ตลาดปล่อยของให้ต่างชาติ? นี่คือคำถามประวัติศาสตร์จากเวทีเสวนาเดือด “ก้าวต่อไปอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา เมื่อ 10 สมาคมด้านยานยนต์และชิ้นส่วนไทยตัดสินใจสวมหัวใจสิงห์ รวมพลังส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสุดยอดถึงภาครัฐ พร้อมยื่น Roadmap ระยะสั้น-กลาง-ยาว เพื่อฉุดกระชากห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain ของชาติไม่ให้จมหายไปกับกระแสคลื่นยักษ์รถยนต์ไฟฟ้า (EV)สัญญาณอันตรายจาก “หน้าผาอุตสาหกรรม”

การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ไม่ใช่แค่เทรนด์รักษ์โลกที่สวยงาม แต่คือ “คลื่นยักษ์ดิสรัปชัน” ที่กำลังซัดถล่มโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยอย่างรุนแรง รถ EV จากต่างประเทศกำลังหลั่งไหลเข้ามาพร้อมระบบห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรของตัวเองหากไทยไม่มีกติกาที่เข้มแข็งพอ ผู้ประกอบการไทยกว่า 1,500 รายที่เคยเป็นกระดูกสันหลังของชาติอาจถูกตัดขาดและล้มละลายทันที สมาคมยานยนต์จึงต้องลุกขึ้นมาขีดเส้นตาย ยื่นโจทย์ใหญ่ 4 ข้อที่รัฐบาลต้องแก้ก่อนหน้าต่างแห่งโอกาสจะปิดตาย

ข้อเสนอประกอบด้วย
1.ต้องบังคับใช้ Local Content จริงจัง ล็อกสเปกสัดส่วนชิ้นส่วนในประเทศสำหรับรถ EV ที่ผลิตในไทยให้ชัดเจน
2.ต้องปฏิรูปภาษี ออกมาตรการภาษีที่เอื้อและสร้างความได้เปรียบให้เกิดการลงทุนผลิตจริงในประเทศ
3.ต้องบังคับถ่ายทอดเทคโนโลยี (Tech Transfer) หนุน R&D เพื่อให้คนไทยพัฒนาเทคโนโลยีเองได้ในระยะยาว
4.ต้องโอบอุ้ม SMEs: เชื่อมโยงรายย่อยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานใหม่ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังให้เผชิญความตายลำพังเปิดพิมพ์เขียว 10 ภารกิจกู้ชาติ ล็อกเป้าหมายยกระดับห่วงโซ่อุปทาน

เพื่อไม่ให้ไทยกลายเป็นเพียง “โรงงานรับจ้างประกอบ” 10 สมาคมชั้นนำได้ประสานพลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แยกตามความเชี่ยวชาญเพื่อติดอาวุธให้ผู้ประกอบการไทยสู้ในศึกครั้งนี้ 1. วางรากฐานและนโยบายขับเคลื่อน
EVAT (สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย) เดินหน้าออกแบบมาตรการภาษีและนโยบายขับเคลื่อนตลาดเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
TAPMA (สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วน) ประกาศกร้าวขอสัดส่วน Local Content ขั้นต่ำ 40% สำหรับ EV ที่ผลิตในประเทศ เพื่อต่อลมหายใจให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย2. ยกระดับชิ้นส่วนและวัสดุแห่งอนาคต
THAISUBCON (สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิต) ผลักดันให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีจริงจัง ดึง SMEs Tier 2/3 เข้าสู่เครือข่าย Global Supply Chain
TCA (สมาคมวัสดุเบา) หนุนการวิจัยและพัฒนา Lightweight Materials และ Composite วัตถุดิบน้ำหนักเบาซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของยานยนต์ยุคใหม่

TDIA (สมาคมแม่พิมพ์ไทย) เร่งยกระดับเทคโนโลยีแม่พิมพ์ขั้นสูงสำหรับชิ้นส่วน EV ที่ซับซ้อน พร้อมเสนอรัฐลดภาษีนำเข้าเครื่องจักร
TFA (สมาคมหล่อโลหะไทย) ปกป้องอุตสาหกรรมชิ้นส่วนสำคัญอย่าง Alloy Casting หรือโลหะผสม ในระบบขับเคลื่อน EV เสนอรัฐหนุนทุนเครื่องจักรและล็อกเกณฑ์การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ3. ขับเคลื่อนสมองกลและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
TESA (สมาคมซอฟต์แวร์และดิจิทัล) ชี้ชัดว่าเทคโนโลยี AI คือสมองก้อนใหม่ เสนอรัฐตั้งศูนย์ R&D บังคับค่ายรถเปิดระบบให้คนไทยร่วมพัฒนา
TESTA (สมาคมแบตเตอรี่) ผลักดันการสร้างโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่ในประเทศ พร้อมวางระบบหมุนเวียนรีไซเคิลแบตเตอรี่ใช้แล้ว
THPCA (สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์) ยกระดับฐานผลิตแผ่น PCB หรือแผ่นปริ๊นในไทยสู่มาตรฐานสูงระดับ Automotive Grade เพื่อรองรับตลาด xEV ทั่วโลก4. การถ่ายทอดเทคโนโลยี SMEs ไทย รัฐบาลควร

บีบให้ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่เปิดโอกาสถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ผู้รับช่วงชาวไทยคำคมที่หลายสมาคมพยายามเสนอคือ เราไม่ได้ขอให้หยุดโลก แต่ขอเวลาวิ่งให้ทัน
การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV เป็นกระแสเชี่ยวกรากของโลกที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ และ 10 สมาคมยานยนต์ไทยก็ไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลวิ่งหนีหรือขวางโลก
สิ่งที่พวกเขาออกมารวมพลังทวงถามในวันนี้คือ “โอกาสการแข่งขันที่เป็นธรรม” เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยมีเวลาปรับตัว พัฒนา และเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่สุดท้ายกับคำถามสำคัญที่รัฐบาลและคนไทยทุกคนต้องร่วมกันหาคำตอบไม่ใช่คำถามที่ว่า “ไทยจะเข้าสู่ยุค EV หรือไม่?”

แต่คือ… “ไทยจะเข้าสู่ยุค EV ในฐานะผู้ผลิตที่มั่งคั่ง หรือเป็นเพียงแค่ผู้บริโภค ที่ต้องควักเงินซื้อเทคโนโลยีของคนอื่นตลอดไป?”นโยบายและมาตรการของรัฐบาลหลังจากนี้… คือคำตอบเดียวที่จะตัดสินอนาคตของชาติ














