สมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วจัดงานแถลงข่าวใหญ่ “เจาะลึกธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วรวมพลังฝ่าวิกฤติ” เพื่อให้ข้อมูลวิเคราะห์แนวโน้มและทิศทางของตลาดรถยนต์มือสองในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าณห้องแกรนด์บอลรูมโรงแรมเดอะแกรนด์โฟร์วิงส์คอนเวนชั่นถนนศรีนครินทร์กรุงเทพฯ

โดยไฮไลต์ของงานเป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดรถยนต์ใช้แล้วในปัจจุบันและครึ่งปีหลัง 2568 โดยนายวิสุทธิ์เหมพรรณไพเราะนายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วมองว่าธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วในประเทศไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนที่สำคัญจากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจราคาสินค้าและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญส่งผลให้ทั้งจำนวนรถยนต์ใช้แล้วที่เข้าสู่ตลาดยอดขายและการปล่อยสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่างหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลของสมาคมฯพบว่าจำนวนรถยนต์ใช้แล้วที่เข้าสู่ตลาดในปี 2567 มีเฉลี่ยเดือนละ 25,000 คันหรือประมาณ 300,000 คันต่อปีแต่ในปี 2568 ลดลงเหลือเฉลี่ยเพียงเดือนละ 18,458 คันหรือคิดเป็นการลดลงกว่า 28%

ด้านยอดขายรถยนต์ใช้แล้วปี 2566 มียอดขายรวม 406,000 คันปี 2567 ลดลงเหลือ 316,000 คันหดตัวประมาณ 22% ขณะที่ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 มียอดขายรวม 285,000 คันลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 10%

นอกจากนี้ยอดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินสำหรับรถยนต์ใช้แล้วลดลงจากปี 2566 ถึง 2567 กว่า25%และในปี 2568 ยังลดลงต่อเนื่องอีกประมาณ 10%
สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมรถยนต์ใช้แล้วอย่างมีนัยสำคัญ
ซึ่งการปรับตัวให้ทันต่อบริบทใหม่นี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรัฐบาลและสถาบันการเงินเพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมให้สามารถฟื้นตัวและเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้แนวคิด “มาตรฐานนำอุตสาหกรรม”

สมาคมฯได้กำหนดมาตรฐานคุณภาพที่ชัดเจนเพื่อใช้เป็นเกณฑ์กลางของอุตสาหกรรมรถยนต์ใช้แล้วโดยส่งเสริมให้มีการตรวจสอบคุณภาพรถยนต์และจัดเกรดรถยนต์ทุกคันก่อนการจำหน่ายเพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาดรถยนต์ใช้แล้วพร้อมกันนี้สมาคมยังเดินหน้าพัฒนาหลักสูตรและจัดอบรมเพื่อยกระดับทักษะและคุณภาพของบุคลากรในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องตอกย้ำบทบาทการเป็นองค์กรกลางในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในระยะยาว

ส่วนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่รถไฟฟ้า (EV) เป็นอีกแรงกระเพื่อมสำคัญที่ต้องเตรียมรับมือไม่เพียงแต่ในด้านธุรกิจแต่รวมถึงผลกระทบต่อแรงงานและซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องได้จัดเสวนาพิเศษหัวข้อ “EV กับความเชื่อมั่นของ Eco System”

นายสุโรจน์แสงสนิทนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) นายจาตุรนต์โกมลมิศร์รองประธานจัดงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์และนายพัฒนเดชอาสาสรรพกิจประธานกรรมการบริษัทแอดวานซ์แอคทิวิตี้จำกัด

มีมุมมองว่าต้องเร่งยกระดับมาตรฐานและสร้างความโปร่งใสในธุรกิจซึ่งจะสะท้อนถึงแนวทางที่ภาครัฐสนับสนุนการเติบโตอย่างมีธรรมาภิบาลของตลาดรถยนต์ใช้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) การรวมพลังจากทุกภาคส่วนเป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานสร้างความเชื่อมั่นความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนรวมถึงแนวทางสนับสนุนจากสถาบันการเงินจะช่วยเสริมสภาพคล่องและทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยปรับตัวได้เร็วขึ้นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในอุตสาหกรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว













