หนึ่งในพันธกิจหลักของโตโยต้า คือการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากความพยายามในการเตรียมความพร้อมในหลากหลายแนวทาง ตั้งแต่การออกแบบการขนส่งชิ้น ส่วนการผลิต การจำหน่าย ตลอดจนการกำจัดเมื่อหมดอายุการใช้งาน การคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ผ่านการใช้พลังงานสะอาด รวมทั้งผสานความร่วมมือกับหลายภาคส่วน เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050

โตโยต้าปลูกป่าชายเลนได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 โดยโครงการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ร่วมกับกรมพลาธิการทหารบก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาพื้นที่ป่าชายเลนบางปูได้รับการฟื้นฟูจนมีความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นอุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Heritage Park: AHP) ลำดับที่ 63 ของอาเซียน และลำดับที่10 ไทย

ทั้งได้ขึ้นทะเบียนเข้าร่วมเป็นพื้นที่เครือข่ายนกน้ำอพยพภายใต้โครงการความร่วมมือพันธมิตรสำหรับการอนุรักษ์นกน้ำอพยพและถิ่นที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนในเส้นทางการบินเอเชียตะวันออก-ออสเตรเลียอีกด้วย


กิจกรรม “โตโยต้าปลูกป่าชายเลน ครั้งที่ 18” สะท้อนพลังความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วนกว่า 2,000 คน ประกอบด้วยพนักงานโตโยต้าและครอบครัวกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ลูกค้าสมาชิกเครือข่าย FacebookToyota Happiness Club สมาชิก Toyota Customer Car Club รวมถึงตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดสมุทรปราการกองทัพบกและประชาชนทั่วไป ที่มาร่วมกันปลูกพันธุ์ไม้ชายเลนจำนวน 50,000 ต้น ซึ่งตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ โตโยต้าได้ปลูกป่าชายเลน ในพื้นที่บางปูแล้วกว่า 842,800 ต้น สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 11,000 ตันต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน


โตโยต้าเชื่อมั่นว่าความสำเร็จในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง จากการได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนซึ่งกิจกรรมปลูกป่าชายเลนนี้ถือเป็นหนึ่งในความพยายามสำคัญภายใต้โครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว” ที่มุ่งขยายความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมไปทั่วประเทศ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เมืองสีเขียวเพื่อธรรมชาติเพื่อทุกชีวิตและก้าวไปสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ.2050 อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
















