เจาะลึกยุทธศาสตร์ GWM จากระบบ “ไร้สต็อก” สู่โมเดลใหม่เพื่อสมดุลแห่งการเติบโต
ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา GWM ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ทั้งการเป็นแบรนด์แรกที่ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศ และการนำโมเดลธุรกิจ One Price Policy มาใช้ และที่บรรดาดีลเลอร์แฮปปี้มากๆ ก็คือ GWM เป็นเจ้าแรกที่สต็อกรถยนต์อยู่กับบริษัทแม่ ดีลเลอร์ทำหน้าที่ขายและประสานงานไปยังบริษัทแม่ แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 GWM ได้ตัดสินใจปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญในระบบการบริหารจัดการสต็อก ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่คนในอุตสาหกรรมและพาร์ทเนอร์ให้ความสนใจอย่างมาก ต่อไปนี้คือ คำตอบจากปาก "ปาร์คเกอร์ ฉือ" ประธาน GWM International และ “วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์” รองประธานฝ่ายการตลาด GWM (Thailand) ๐๐๐ ปรับ Business Model ครั้งใหญ่ บริหารจัดการสต็อกใหม่ ตลอด 5 ปีแรก เรานำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เข้ามาเพื่อทำลายข้อจำกัดและลดความกังวลของทั้งผู้จำหน่ายและลูกค้า แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ได้เรียนรู้และพัฒนาต่อยอด จนเกิดเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา หัวใจสำคัญคือการนำจุดแข็งของระบบเดิมที่เราใช้อยู่ มาผสมผสานกับข้อดีของระบบโฮลเซล ที่ดีลเลอร์คุ้นเคย เป้าหมายหลักคือเพื่อให้เราสามารถกระจายสินค้าได้รวดเร็วและทั่วถึงตามความต้องการของตลาดมากขึ้น โดยใช้ระดับสต็อกที่เหมาะสม เข้ามาช่วยขับเคลื่อน แต่ยังคงยึดมั่นในนโยบาย One Price Policy อย่างเคร่งครัดเพื่อให้ลูกค้ายอมรับและมั่นใจในความโปร่งใสของราคาเช่นเดิม ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการดูแลให้พาร์ทเนอร์ของเรามีผลประกอบการและกำไรที่ดีในโมเดลใหม่นี้ องค์ประกอบสำคัญคือการบริหารจัดการ ระดับสต็อกที่เหมาะสม จะไม่ปล่อยให้มีสต็อกล้นจนกลายเป็นภาระกดดัน เพราะทราบดีว่าสต็อกที่ล้นเกินไปคือต้นเหตุของการตัดราคา ซึ่งจะทำลายความเชื่อมั่นของลูกค้า เราเน้นการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างใกล้ชิด มีการอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อให้พาร์ทเนอร์ปรับตัวและยกระดับศักยภาพในทุกมิติ โดยที่ยังคงรักษาผลกำไรให้พาร์ทเนอร์อย่างยั่งยืนไปพร้อมกับการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ๐๐๐ มั่นใจ One Price ...


















