ดีลเลอร์ “DEEPAL” เตรียมผนึกกำลังทวงหนี้บริษัทแม่ … หวั่นซ้ำรอย “NETA”
ธุรกิจขายรถยนต์ที่หลายคนเชื่อว่า กำไรดี มีหน้าตาในสังคม สามารถหารายได้เพิ่มจากบริการเสริมอื่นๆ ทั้ง ประกันภัย, ไฟแนนซ์, เซอร์วิส แต่วันนี้ไม่ใช่อย่างที่คิด นักลงทุนที่ทำธุรกิจขายรถยนต์กำลังกุมขมับ ผลกระทบถาโถมรอบด้าน ตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย กำลังซื้ออ่อนยวบยาบ ล่าสุดยังเจอปัญหาบริษัทแม่เหนียวหนี้ทำให้หลายดีลเลอร์ขาดสภาพคล่องจนบางรายต้องถอนตัวออกจากธุรกิจ แหล่งข่าวดีลเลอร์รถยนต์จีนแบรนด์ดีพอล Deepal (แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าในเครือฉางอาน Changan) เปิดเผยว่าขณะนี้ดีลเลอร์มากกว่าครึ่งหรือราว 30 รายกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง สาเหตุเพราะยังไม่ได้รับเงินจ่ายคืนจากบริษัทแม่ตามส่วนลดจากราคาขายจริง แม้จะทำเรื่องเบิกไปแล้วหลายเดือนมีการทวงถามอย่างต่อเนื่องแต่ถูกบ่ายเบี่ยงตลอด ถึงตอนนี้รอเงินก้อนนี้นาน 4-5 เดือน “เม็ดเงินก้อนนี้คือ ส่วนลดที่บริษัทแม่ทำแคมเปญแต่ดีลเลอร์ต้องรับภาระส่วนต่างไปก่อน เช่น Deepal S07 ราคาเต็ม 1,399,000 บาท มีแคมเปญพิเศษลดสูงสุด 280,000 บาท ดังนั้นดีลเลอร์ซื้อรถเต็มราคา สำรองจ่ายส่วนลดให้ลูกค้าทำให้เงินสะสมสูงไปเรื่อยๆ แต่บริษัทแม่ไม่คืนตามรอบบิลซึ่งปกติไม่เกิน 1–2 เดือน” ดีลเลอร์ Deepal ฝั่งตะวันออก กทม. ระบุว่า จากการทวงถามได้คำตอบจากบริษัทแม่ว่า ที่ช้าเพราะจะจ่ายเป็นก้อน แต่ก็มีดีลเลอร์จำนวนไม่น้อยที่ได้รับคำตอบว่ารอเงินจากบริษัทแม่ที่ประเทศจีน และอีกไม่น้อยที่ขอต่อรองชำระเป็นรถแทนเงินสด จริงๆ เราก็เชื่อว่าบริษัทแม่คงไม่โกงหรือหนี เพราะเท่าที่ตรวจสอบยังไม่มีข่าวฉางอานมีปัญหาด้านการเงินในประเทศจีนเหมือนบางยี่ห้อ แต่ไม่จ่ายตามกำหนดเวลาสร้างผลกระทบสำคัญต่อภาวะทางการเงินให้กับดีลเลอร์ทั้งหลายจริงๆ ถึงวันนี้เท่าที่รวบรวมน่าจะค้างจ่ายนับจากจำนวนรถที่ขายไป 2 พันกว่าคันคันละเกือบ 3 แสนบาทรวมกันน่าจะมากกว่า 750 ล้านบาท “ในกลุ่มดีลเลอร์ด้วยกันยังคุยกันว่าต้องรวมพลังกันไปร้องเรียนหน่วยงานรัฐ อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม หรือ สคบ. ซึ่งหลายคนกังวลหวั่นจะซ้ำรอยแบรนด์ Neta” ล่าสุดมีรายงานว่าแบรนด์ Neta ทำผิดเงื่อนไขหลายอย่าง ตอนนี้กระทรวงการคลังได้ระงับการจ่ายเงินชดเชยแล้ว และจะถูกเบี้ยปรับสูงสุด 2 เท่า โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุวิธีการคำนวณค่าปรับกรณีผิดเงื่อนไขมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐ คือ ยึด Bank Guarantee ที่บริษัทที่นำมาวางไว้ และต้องคืนเงินอุดหนุน 150,000 บาทต่อคันบวกดอกเบี้ย นอกจากนี้จะมีภาษีสรรพสามิตที่ได้รับยกเว้นประมาณ 6% ต้องคืนพร้อมเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีสรรพสามิต และบังคับให้ทำแผนทางธุรกิจเสนอทุกเดือน รัฐบาลกำลังพิจารณาทบทวนโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยย้ำว่าการส่งเสริม EV ต้องดำเนินควบคู่กับการดูแลอุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวม