งาน Paris Motor Show 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2026 ณ Paris Expo Porte de Versailles กรุงปารีส กำลังกลายเป็นเวทีประวัติศาสตร์ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

CARZANOVA พาไปเจาะลึก 4 ไฮไลต์สำคัญ เช่นการรุกหนักของค่ายจีน บทบาทของค่ายญี่ปุ่น การตั้งรับของฝั่งยุโรป และผลกระทบต่อตลาด

เริ่มจากการบุกยุโรปครั้งมโหฬารของกองทัพรถยนต์จีน ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดในงานปีนี้ คือ 1 ใน 3 ของค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมงานทั้งหมด ราว 20 แบรนด์จาก 60 แบรนด์ เป็นแบรนด์จากประเทศจีน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากงานครั้งก่อนหน้าในปี 2024 ถึงสองเท่าตัว

แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง BYD นำทัพไลน์อัพหรูอย่าง Denza รวมถึง Denza Z9 GT และกระบะปลั๊ก-อินไฮบริด BYD Shark ขณะที่ Zeekr มาพร้อม SUV หรูและเปิดตัว Zeekr 9X แถมยังมีน้องใหม่ที่บุกเบิกตลาดยุโรปเป็นครั้งแรก เช่น Li Auto ที่จะเปิดตัว Li i6, Aito, GAC Aion และ Xpeng ที่เตรียมเดินสายการผลิตรุ่น G9L ในโรงงาน Graz ในประเทศออสเตรีย

เท่านั้นยังไม่พอค่ายจีนไม่ได้นำเสนอเพียงแค่รถ BEV เท่านั้น แต่ยังนำเทคโนโลยี EREV และปลั๊ก-อินไฮบริดมาตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุโรปที่ยังกังวลเรื่องสถานีชาร์จอีกด้วย


ส่วนค่ายยุโรปตอบโต้ด้วยการขายของเก่าที่มีจิตวิญญาณและถือเป็นมรดกล้ำค่า เช่นเจ้าถิ่นอย่าง Renault Group และ Stellantis ใช้แต้มต่อทางประวัติศาสตร์ ขนดีไซน์ไอคอนิกในอดีตกลับมาตีความใหม่ในรูปแบบ EV ยุคใหม่ เช่น Citroën 2CV Concept การชุบชีวิตซิตี้คาร์ในตำนานสัญชาติฝรั่งเศสให้กลายเป็น EV ราคามิตรภาพ Renault E-Space Concept และ Renault 8 Gordini Concept ด้วยการนำรถ MPV ครอบครัวและสปอร์ตคูเป้ในอดีตมาเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ นอกจากนี้ยังมี Alpine A310 Vision สปอร์ตคูเป้ดีไซน์โฉบเฉี่ยวที่นำกลิ่นอายรถแข่งปี 1971 มาผสานเทคโนโลยีไฟฟ้าสมรรถนะสูงด้วย



ค่ายรถยุโรปยังเริ่มทำตลาดรถยนต์ EV ที่ผู้บริโภคทั่วไปซื้อหาได้ง่ายขึ้น เช่น Volkswagen ID. Tiguan, Audi A2 e-tron และการเปิดตัว Smart #2 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Mercedes-Benz และ Geely รถซิตี้คาร์ไฟฟ้าขนาดจิ๋วที่เปิดราคาแบบน่าดึงดูดใจ

หันมาดูฟากญี่ปุ่น ยังคงมุ่งมั่นเน้นสมรรถนะ มอเตอร์สปอร์ต และดีไซน์เฉพาะตัว โดย Honda และพาร์ทเนอร์สร้างแรงกระเพื่อมในงานได้อย่างน่าสนใจ โชว์ทิศทางใหม่ของแบรนด์ด้วยแนวคิด Super-N และเทคโนโลยีจากทีมแข่ง Honda Racing Corporation ไฮไลต์สายสปอร์ตที่สำนักแข่ง JAS Motorsport ผสานมือกับ Pininfarina ปลุกตำนาน Honda NSX ยุค 90 ให้กลับมาในคราบรถซูเปอร์คาร์ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ ขุมพลัง V8 และ V6 ปรับแต่งใหม่ พร้อมคงเอกลักษณ์ไฟป๊อบอัพไว้ โดยกลยุทธ์ค่ายญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเน้นความประณีต สมรรถนะการขับขี่ และความหลากหลายของระบบขับเคลื่อน หรือ Multi-pathway มากกว่าการเปลี่ยนเป็น EV แบบหักดิบ

นักวิเคราะห์มองปรากฎการณ์ใน Paris Motor Show 2026 ครั้งนี้ว่าน่าจะผลกระทบต่ออุตสาหกรรม และตลาดรถยนต์ยุโรป และระดับโลกพอสมควร เช่น การที่รถยนต์จีนครองสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของงานใหญ่ของยุโรป แสดงให้เห็นว่าการตั้งภาษีทุ่มตลาดของสหภาพยุโรป หรือ EU Tariffs ไม่สามารถหยุดยั้งค่ายจีนได้ แต่กลับผลักดันให้ค่ายจีนเร่งตั้งโรงงานผลิตในยุโรปเอง เช่น Xpeng ในออสเตรีย และหันมารุกตลาดรถระดับบนที่มีอัตรากำไรสูงแทน

การบุกของจีนทำให้ค่ายเจ้าถิ่นอย่าง Renault, Citroën และ Volkswagen ต้องรีบเข็นรถไฟฟ้าขนาดเล็กราคาประหยัด รวมถึงเทคโนโลยี Plug-in Hybrid และ EREV ออกสู่ตลาดเร็วขึ้นเพื่อดึงผู้ซื้อกลุ่มใหญ่ไว้

ขณะที่ค่ายญี่ปุ่นยังชูลักษณะเด่นด้านมอเตอร์สปอร์ต ดีไซน์ และระบบไฮบริดอันยอดเยี่ยม แสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นเลือกเจาะกลุ่มผู้ที่รักการขับขี่และกลุ่มต้องการความแม่นยำทางวิศวกรรม ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ยังสร้างความแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น Paris Motor Show 2026 เที่ยวนี้ไม่ใช่แค่งานแสดงรถยนต์ แต่น่าจะเป็นเวทีชี้ชะตาทิศทางยานยนต์โลก ยุโรปต่อสู้ด้วยประวัติศาสตร์และความเก๋าดีไซน์ จีนยังคงรุกหนักด้วยเทคโนโลยีและราคาที่จับต้องได้ ส่วนญี่ปุ่นมุ่งเน้นอารมณ์การขับขี่และความพิถีพิถันทางวิศวกรรม ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด ยังคงเป็นผู้บริโภคที่จะได้เห็นนวัตกรรมยานยนต์ที่หลากหลายและมีราคาคุ้มค่า





















