ย้อนกลับไป 2 ปีก่อนชื่อของ Leapmotor แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าล้ำเทคโนโลยีจากจีน อาจเป็นแบรนด์ที่ทำให้นักเล่น EV ในไทยต่างพากันเสียดายโอกาส สู่อุตสาห์ปักธงลงตลาดไทยภายใต้การบริหารสิทธิ์ของกลุ่มพระนครยนตรการ (PNA) แต่ผลงานกลับไม่ค่อยเข้าตาทั้งยอดขาย การลุยตลาดเชิงรุก และการขยายโชว์รูมที่เชื่องช้า จนแฟนๆ EV หวั่นใจว่าจะกลายเป็น “รถดีที่ถูกลืม”

แต่กระดานนี้กำลังถูกล้างใหม่ทั้งหมด เมื่อ Leapmotor International บริษัทร่วมทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลกระหว่าง Leapmotor และ Stellantis เจ้าของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง Jeep, Peugeot, Maserati ตัดสินใจยิงตรงโดดลงมาตั้งบริษัท Leapmotor Thailand ทำตลาดเอง 100% สั่งปลดล็อคข้อจำกัดเดิมๆ และพร้อมสะเทือนวงการยานยนต์ไทยแบบทันตาเห็น

ตอนนี้หันไปทางไหนบรรยากาศสุดคึกคัก นักลงทุนแต่ละภูมิภาค จ่อคิวปักธงขอเป็นดีลเลอร์กันเพียบ การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้สร้างความเชื่อมั่นอย่างมหาศาลให้กับกลุ่มทุนยานยนต์ทั่วประเทศ ล่าสุดบรรดากลุ่มทุนทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ๆ พร้อมผนึกร่างร่วมกัน Leap Motor Thailand อาทิ V Group Cars พอร์ตดีลเลอร์ระดับท็อปของประเทศ มีสารพัดแบรนด์เดิม ตัดสินใจขยับพอร์ตเข้ามาเสริมทัพเป็นดีลเลอร์หลัก

ยังมีการทาบทามกลุ่มทุนทั้งในและต่างประเทศ เช่น ไซม์ดาร์บี้, BRG Group และอีกหลายเจ้า ซึ่งส่วนใหญ่เห็นโอกาสแต่ยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจ นอกจากนี้เครือข่ายเก่าๆ เช่น SENA Green Automotive เครืออสังหาฯ และพลังงานสะอาดชั้นนำ ส่งบริษัทในเครือขยับเข้าจับจองพื้นที่ย่านทองย่าน อ่อนนุช-ประเวศ และมีแนวโน้มจะขยายเพิ่มเติมอีก เช่นดียวกับ PNA Group ที่ปรับบทบาทมาเป็น Mega Dealer ยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์หลัก เช่น รัชโยธิน วิภาวดี ก็คาดว่าต้องมีการลงทุนเพิ่มเติม

ภาคเหนือ ตอนนี้มีกลุ่มนิธิบูรณ์ บิ๊กทุนยานยนต์เจ้าถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญตลาดรถยนต์และ EV ภาคเหนือสูงมาก กำลังศึกษาและหาทำเลเพิ่ม ภาคอีสาน ได้ กลุ่มเชิดชัย พีพีเอส & กลุ่มอาร์เฮงวัฒนา ที่ครองพื้นที่อยู่แล้ว

ภาคตะวันออก ได้กลุ่มอีสเทิร์น (Eastern Group) ที่ตั้งใจรองรับฐานลูกค้า EV ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ EEC ขณะที่ภาคใต้ ได้กลุ่ม ACR Group บิ๊กดีลเลอร์รถยนต์ในพื้นที่หาดใหญ่ สงขลา
สาเหตุที่นักลงทุนทุกภูมิภาคแย่งกันสมัครเพราะเห็นชัดเจนว่า บริษัทแม่เงินหนาและเอาจริง โดยมีการประกาศตั้งเป้าขยายเครือข่ายจาก 30 แห่งในปี 2569 ขยับเป็น 65 แห่งในปี 2570 และทะยานสู่ 100 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2571

พร้อมเตรียมอาวุธหนักทุ่มตลาด แนวทางการทำตลาดของ Leapmotor Thailand จะไม่เน้นแค่การตัดราคา แต่จะใช้กลยุทธ์ Tech-Premium ในราคาจับต้องได้ ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะตัวอย่าง Cell-To-Chassis นำทัพด้วยผลิตภัณฑ์ตัวชูโรงอย่าง C10 SUV พรีเมียม และ B10 C-SUV ยอดฮิต ตลอดจนรถโมเดลใหม่และเทคโนโลยี EREV ในอนาคต

ที่น่าจับตาที่สุดคือ แผนการผลิตและตั้งโรงงานประกอบในประเทศไทย (CKD) บอร์ดบริหารไฟเขียวลุยการผลิตในไทยอย่างแน่นอน โดยกำลังพิจารณาแนวทางที่ดีที่สุด ทั้งการ จ้างประกอบ หรือการ ร่วมทุน Joint Venture และสร้างโรงงาน เพื่อให้สอดรับกับนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย การผลิตในประเทศนี้นอกจากจะทลายข้อจำกัดเรื่องภาษีแล้ว ยังช่วยลดราคาอะไหล่และระยะเวลาการรอชิ้นส่วนได้อย่างมหาศาล

นอกจากนี้ ยังเตรียมงัด ไม้เด็ดบริการหลังการขาย เพื่อสร้าง Trust ระดับสูงสุด ด้วยการรับประกันตัวรถนาน 8 ปี หรือ 150,000 กม. และจัดหนักการรับประกันระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า, แบตเตอรี่, มอเตอร์, กล่องควบคุม ตลอดอายุการใช้งาน แบบ Lifetime Warranty สำหรับเจ้าของรถคนแรก
หลายคนเชื่อว่า Leapmotor กำลังจะกลายเป็นพายุลูกใหม่ EV ไทย ที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด หลังจาก 2 ปีที่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่าได้จบลงแล้ว การย้ายมาคุมเกมเอง ภายใต้ร่มเงาความแข็งแกร่งระดับโลกของ Stellantis ได้เปลี่ยนแบรนด์ที่เคยเงียบเหงาให้กลายเป็นเค้กชิ้นโต ที่นักลงทุนและดีลเลอร์ยักษ์ใหญ่ต่างแย่งชิง ด้วยไลน์อัพสินค้าที่โดดเด่น งานนี้บอกเลยว่า ค่ายรถ EV จีนและญี่ปุ่นในไทย มีหนาว














