ยนตรกรรมไฟฟ้าพวงมาลัยขวารุ่นแรก “Firefly (ไฟเออร์ฟลาย)” พรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่
Firefly ถูกวางตำแหน่งเป็น Tech Premium Compact EV รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่ถ่ายทอดดีเอ็นเอและความพรีเมียมของแบรนด์ NIO มาอย่างครบถ้วน ชื่อ “Firefly” และโลโก้ของแบรนด์ได้รับแรงบันดาลใจจาก “หิ่งห้อย” สะท้อนอิสรภาพของการใช้ชีวิตในเมืองยุคใหม่ สื่อถึงการเคลื่อนไหว ความเป็นตัวของตัวเอง และแสงสว่างจากภายใน เปรียบเสมือนพลังสร้างสรรค์ของคนเมืองรุ่นใหม่ทั่วโลกที่โดดเด่นในแบบของตนเอง

Firefly พัฒนาบนแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ที่เน้นความ “Compact outside, Spacious inside” โดยมีดีเอ็นเอของแบรนด์ที่เรียกว่า “Vivid, Thoughtful, and Solid” (สดใส ใส่ใจ และแข็งแกร่ง) ให้ความคล่องตัวสูง พร้อมโหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ได้แก่ ECO, Comfort และ Sport รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ด้วยรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.75 เมตร ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์ ช่วยซับแรงสั่นสะเทือนและให้การควบคุมที่มั่นคง นุ่มนวลในทุกสภาพถนน มอบกำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 8.1 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด 42.1 kWh วิ่งได้ไกลสูงสุด 400 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) รองรับการชาร์จเร็ว DC จาก 10–80% ภายใน 30 นาที และรองรับฟังก์ชัน V2L จ่ายกระแสไฟฟ้าให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.68 กิโลวัตต์

Firefly โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์การดีไซน์ที่ผสานความพรีเมียมและประโยชน์การใช้สอยได้อย่างลงตัว ด้านข้าง มีการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ด้วยดีไซน์เส้นสายที่โค้งมนและสื่อถึงพลังแห่งการเคลื่อนไหวแม้ขณะจอดนิ่ง ด้านหน้า โดดเด่นด้วยชุดไฟหน้าแบบ Trio Lights อันเป็นเอกลักษณ์ และเป็นซิกเนเจอร์การดีไซน์ของแบรนด์ ด้านท้าย ยังคงเอกลักษณ์ไฟ Trio Lights เพื่อความต่อเนื่องของดีไซน์ตั้งแต่ด้านหน้าจรดด้านหลัง ด้านบน มาพร้อมหลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติ พร้อมระบบกรองรังสี UV เพิ่มความโปร่งโล่งให้ห้องโดยสาร เบาะที่นั่งแถวที่สองสามารถรองรับผู้โดยสาร 3 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่วางขาและพื้นที่ศีรษะขนาดใหญ่ และยังสามารถปรับพับแยกแบบ 40:60 เพิ่มช่วยเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระ
Firefly คำนึงถึงการใช้งานจริงด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ที่สามารถจุได้มากถึง 335 ลิตร และขยายได้ถึง 1,253 ลิตร เมื่อพับเบาะหลัง พื้นที่เก็บของด้านหน้า (Frunk) ขนาดใหญ่สุดในกลุ่มที่ 92 ลิตร มีช่องเก็บของใต้เบาะผู้โดยสารตอนหน้า และช่องเก็บของใต้เบาะตอนหลังขนาดใหญ่ถึง 29 ลิตร รวมถึงอุปกรณ์เสริมที่วางแก้วน้ำแบบแม่เหล็ก ช่วยเพิ่มความสะดวกในทุกการเดินทาง เบาะคู่หน้ายังมีระบบปรับไฟฟ้า พร้อมระบบเป่าลมเย็นและระบบนวด เพิ่มความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง

Firefly มาพร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Aster เอกสิทธิ์เฉพาะของ NIO ที่รองรับการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบออนไลน์ (OTA)ครบครันด้วยเทคโนโลยีระบบช่วยเหลือการขับขี่มากมาย อาทิระบบช่วยจอดอัตโนมัติ รองรับการจอดทั้งแนวตั้งและแนวขนานโดยไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมรักษาระยะห่าง และระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติบนทางหลวงมอบประสบการณ์ดิจิทัลระดับพรีเมียมผ่านอินเทอร์เฟซที่เรียบง่ายและตอบสนองรวดเร็ว หน้าจอกลางขนาด 13.2 นิ้ว รองรับการสั่งงานแบบมัลติทัช เช่น ปัดสองนิ้วเพื่อปรับอุณหภูมิหรือระดับเสียง หน้าจอออกแบบลดแสงสะท้อน ลดรอยนิ้วมือ และมองเห็นชัดเจนในทุกสภาพแสง รองรับ Apple CarPlay และ Spotify พร้อมระบบเสียง 14 ลำโพง แบบ 7.1 เซอร์ราวด์ กำลังขับรวม 640 วัตต์ พร้อมเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้มิติเสียงสมจริงรอบทิศทางยามค่ำคืน ห้องโดยสารโดดเด่นด้วยไฟ Ambient Light ปรับได้ 256 เฉดสี ที่เต้นตามจังหวะดนตรี สร้างบรรยากาศมีชีวิตชีวาในทุกการเดินทาง
Firefly ยังผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ทั้ง C-NCAP และ Euro NCAP ตอกย้ำความมั่นใจและความปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับสากล















