เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังพลิกโฉมระบบนิเวศ ทางการสัญจรและความคาดหวังของลูกค้าไปอย่างสิ้นเชิง ล่าสุด ‘มิชลิน’ ผู้นำด้านนวัตกรรมและ เทคโนโลยียางล้อระดับโลก ได้เปิดตัวยางพรีเมียมใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (MICHELIN Primacy 5 energy) ยางที่ได้รับมาตรฐานสูงสุดระดับ AAA ทั้งยังครองอันดับหนึ่งในฐานะ ยางที่มีอายุใช้งานดีเยี่ยมยาวนานสูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางในกลุ่มประเภทเดียวกัน(1) และ ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ (MICHELIN Pilot Sport 5 energy) ยางที่ได้รับมาตรฐานระดับ AA พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตและออกแบบให้มีสมรรถนะด้านการประหยัด พลังงานที่ล้ำหน้า โดยยางทั้ง 2 รุ่นรองรับการใช้งานกับรถทุกประเภทและทุกระบบพลังงาน ทั้งเครื่องยนต์เชื้อเพลิง ไฮบริด และไฟฟ้า

มิชลิน ไพรมาซี่ 5เอนเนอจี: ยางมาตรฐานสูงสุดระดับ AAA ที่มีอายุใช้งานดีเยี่ยมยาวนานสูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางในกลุ่มประเภทเดียวกัน(1)

‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ เป็นยางพรีเมียมรุ่นแรกของมิชลินที่ได้รับมาตรฐานสูงสุดจากยุโรป ระดับ AAA(1) โดยได้ A ในด้านการลดเสียงรบกวนจากภายนอก(2) สมรรถนะการยึดเกาะบนถนน เปียก(3) และแรงต้านทานการหมุน(4) ทั้งยังมีอายุใช้งานยาวนานเหนือกว่า(5) จึงให้ระยะทางวิ่ง มากขึ้น ไม่ว่าจะใช้งานกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงหรือรถยนต์ไฟฟ้า

คุณสมบัติเด่นของยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ ได้แก่
- สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่เงียบสบายเหนือระดับ ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN Silent Rib GEN-3 และ MICHELIN Piano Acoustic ที่ช่วยลดเสียงรบกวนลงได้สูงสุดทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก
- ปลอดภัย ขับขี่อย่างมั่นใจบนถนนเปียก ให้ประสิทธิภาพการเบรกบนถนนเปียกที่ดียิ่งขึ้น ทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN MaxTouch ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางล้อกับผิวถนน และกระจายแรงกดอย่างสม่ำเสมอตลอดหน้ายางขณะเร่งความเร็ว เบรก และเข้าโค้ง ส่งผลให้หน้ายางมีอายุใช้งานนานขึ้นโดยยังคงให้ความปลอดภัยเป็นเยี่ยมดังเดิม
- ลดความถี่ในการเติมน้ำมันและชาร์จแบตเตอรี่ ด้วยประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหนือชั้นจากเทคโนโลยี MICHELIN Slim Belt เข็มขัดรัดหน้ายาง (Top Belts) ที่บางลงแต่ความแข็งแกร่งเท่าเดิม ซึ่งช่วยลดอัตราการใช้เชื้อเพลิงหรือเพิ่มระยะทางต่อรอบการชาร์จแบตเตอรี่ โดยทำงานคู่กับสูตรเนื้อยางใหม่ MICHELIN Energy Passive 2.0 ซึ่งช่วยให้ยางทนทานและมีอายุใช้งานยาวนานเหนือกว่า

มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี: ยางที่ผสานสมรรถนะแบบสปอร์ตเข้ากับประสิทธิภาพใน การประหยัดพลังงาน
‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ เป็นยางสปอร์ตพรีเมียมรุ่นแรกของมิชลินที่ได้รับมาตรฐานยุโรป ระดับ AA สำหรับสมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียกและการลดแรงต้านทานการหมุน พัฒนาขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตและออกแบบให้มีสมรรถนะด้านการประหยัดพลังงานที่ล้ำหน้า ยางรุ่นนี้ไม่เพียงตอบสนองต่อการควบคุมได้อย่างแม่นยำฉับไวและให้ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือชั้น แต่ยังประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็น “ยางแห่งยุค” ที่ให้สมรรถนะและความ รับผิดชอบด้านการประหยัดพลังงานอย่างแท้จริง

คุณสมบัติเด่นของยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ ได้แก่
- มอบประสบการณ์ขับขี่ที่ควบคุมได้ดั่งใจ ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN Dynamic Response ที่ช่วยถ่ายทอดทุกการควบคุมจากพวงมาลัยสู่พื้นถนนได้แม่นยำสูงสุด และ MICHELIN Piano Acoustic ที่ช่วยลดเสียงรบกวนลงได้สูงสุดทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก เพื่อการขับขี่ที่นุ่มเงียบยิ่งขึ้น
- มั่นใจได้ยาวนานเหนือกว่า(6) ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN MaxTouch ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางล้อกับผิวถนน และกระจายแรงกดอย่างสม่ำเสมอตลอดหน้ายางขณะเร่งความเร็ว เบรก และเข้าโค้ง ส่งผลให้หน้ายางมีอายุใช้งานนานขึ้นโดยยังคงให้ความปลอดภัยเป็นเยี่ยมดังเดิม
- ไปได้ไกลกว่าบนทุกสภาพถนน(7) พร้อมลดรอบการชาร์จแบตเตอรี่และความถี่ในการเติมน้ำมัน(8) ด้วยประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหนือชั้นจากเทคโนโลยี MICHELIN Slim Belt เข็มขัดรัดหน้ายาง (Top Belts) ที่บางลงแต่ความแข็งแกร่งเท่าเดิม ซึ่งช่วยลดอัตราการใช้เชื้อเพลิง หรือเพิ่มระยะทางต่อรอบการชาร์จแบตเตอรี่ โดยทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเนื้อยางคู่ MICHELIN Bi-Compound ซึ่งใช้เนื้อยางสูตร MICHELIN Grip Adaptive บริเวณกลางดอกยางเพื่อการยึดเกาะที่เหนือกว่าทั้งบนถนนเปียกและถนนแห้ง และเนื้อยางสูตร MICHELIN Energy Passive บริเวณไหล่ดอกยางเพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและเพิ่มระยะทางต่อรอบการชาร์จแบตเตอรี่

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยางทั้งสองรุ่นล่าสุดทุกรายการยังมาพร้อมเทคโนโลยี MICHELIN Premium Touch ตลอดแนวแก้มยางรอบเส้นยางเพื่อความหรูหราโดดเด่นสะดุดตา โดยเทคโนโลยีอันเป็นสิทธิบัตรเฉพาะ ของมิชลินทำให้ได้แก้มยางที่มีลักษณะพื้นผิวคล้ายกำมะหยี่ โดดเด่นด้วยสีดำด้าน (Matte Black) เสริมรูปลักษณ์ให้รถยนต์ที่ติดตั้งยางพรีเมียมสองรุ่นนี้ดูมีสไตล์ยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’และ ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ มีวางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านตัวแทนจำหน่ายยางอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ michelin.co.th

- AAA หมายถึง มาตรฐานความเป็นเลิศในทุกหมวดหมู่บนฉลากยางรถยนต์ตามมาตรฐานสหภาพยุโรป (EU Label) ได้แก่ แรงต้านทานการหมุน (ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน), สมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก และการลดเสียงรบกวนจากภายนอก ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ในตลาดยาง สำหรับเปลี่ยนทดแทนมากกว่า 80% ผ่านเกณฑ์ระดับ AAA ทั้งนี้ ไม่รวมยางที่มิชลินพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษตามข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) ซึ่งมีสัญลักษณ์หรือตัวย่อระบุไว้บนแก้มยาง (Marked Tires)คลิกอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับยางที่มิชลินพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อผู้ผลิตรถยนต์ โดยมีสัญลักษณ์หรือตัวย่อระบุไว้บนแก้มยาง ได้ที่เว็บไซต์ทางการของมิชลิน: https://www.MICHELIN.co.uk/auto/advice/choose-tyres/marked-tyres
- ความเงียบ: อ้างอิงการทดสอบด้านเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารและความนุ่มสบายด้วยการตั้งคำถามแบบปลายเปิด (Subjective Interior Noise and Comfort Tests) ซึ่งจัดทำโดย TÜV SÜD ตามคำขอของมิชลิน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 215/55R18 99V กับรถไฟฟ้า CUPRA Born เพื่อเปรียบเทียบยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (100%) กับ ยาง ‘มิชลิน อี.ไพรมาซี่’ (95.3%) ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากการใช้งานจริงอาจแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและ/หรือสภาพอากาศ
- สมรรถนะการเบรกบนถนนเปียกของยางใหม่และยางใกล้หมดดอก: การทดสอบจัดทำโดย TÜV SÜD Product Service ตามคำขอของมิชลิน เมื่อเดือน กรกฎาคม 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 215/55R18 99V กับรถไฟฟ้า CUPRA Born ที่ขับขี่ด้วยความเร็ว 20-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อเปรียบเทียบยาง ‘มิชลิน อี.ไพรมาซี่’ (ยางใหม่ 100% / ยางใกล้หมดดอก 100%) กับ ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (ยางใหม่: 110.4% / ยางใกล้หมดดอก: 108.5% [“ใกล้หมดดอก” ในที่นี้หมายถึงถูกทำให้สึกหรอด้วยเครื่องจักรจนลึกถึงสะพานยางตามระเบียบข้อบังคับของยุโรปเรื่องสะพานยาง (ECE R30r03f)]
- แรงต้านทานการหมุนของยางล้อ: ผลิตภัณฑ์ยางที่วางจำหน่ายในตลาดโดยเฉลี่ยได้รับการจัดอันดับด้านแรงต้านทานการหมุนอยู่ที่ระดับ C [ค่าเฉลี่ยของตลาดยุโรปตามเป้าหมายปี 2573 จากรายงาน Ecodesign Impact Accounting: Overview Report 2024 ซึ่งจัดทำภายใต้คำสั่งและการสนับสนุน ด้านงบประมาณของคณะกรรมาธิการยุโรป]
- อายุการใช้งานยาวนาน: การทดสอบจัดทำโดย DEKRA TEST CENTER ตามคำขอของมิชลิน เมื่อเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 215/55R18 99V กับรถ VW ID3 เพื่อเปรียบเทียบ ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (100%) กับ ยางพรีเมียมชั้นนำแบรนด์อื่นอีก 3 แบรนด์ [แบรนด์ #1 (83%); แบรนด์ #2 (71%); แบรนด์ #3 (80%)]
- การยึดเกาะถนนเปียก/ความปลอดภัย: ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ ได้รับการจัดอันดับระดับ A ด้านสมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก ตามมาตรฐานฉลากของสหภาพยุโรป
- อายุการใช้งานยาวนาน: การทดสอบจัดทำโดย DEKRA TEST CENTER ในปี 2568 ตามคำขอของมิชลิน โดยติดตั้งยางขนาด 255/45R19 104W-Y กับรถ Tesla Model Y เพื่อเปรียบเทียบยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ (100%) กับ ยางพรีเมียมชั้นนำแบรนด์อื่นอีก 3 แบรนด์ [แบรนด์ #1 (61%), แบรนด์ #2 (99%) และ แบรนด์ #3 (81%)] ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากการใช้งานจริงอาจแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและ/หรือสภาพอากาศ
- ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน: ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ ในตลาดยางสำหรับเปลี่ยนทดแทนทั้งหมด ได้รับการจัดอันดับระดับ A ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานตามมาตรฐานฉลากของสหภาพยุโรป ทั้งนี้ ไม่รวมยางที่มิชลินพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษตามข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) ซึ่งมีสัญลักษณ์หรือตัวย่อระบุไว้บนแก้มยาง (Marked Tires) คลิกอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับยางที่มิชลินพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อผู้ผลิตรถยนต์ โดยมีสัญลักษณ์หรือตัวย่อระบุไว้บนแก้มยาง ได้ที่เว็บไซต์ทางการของมิชลิน: https://www.MICHELIN.co.uk/auto/advice/choose-tires/marked-tires














