ตอนนี้หากใครกำลังมองหารถสปอร์ตคูเป้สไตล์ JDM สักคัน ตัวเลือกคงหนีไม่พ้น ระหว่าง Honda Prelude รถตระกูลสปอร์ตระดับตำนานที่ฟื้นคืนชีพด้วยหัวใจไฮบริด และ Toyota GR86 รถสปอร์ตเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ ขับหลัง สไตล์ดุดัน


เริ่มกันที่ Honda Prelude มาครั้งนี้เน้นเส้นสายที่ลื่นไหล ทันสมัย และดูพรีเมียม เป็นรถที่ขับไปทำงานหรือจับขับไปออกงานสังคมก็ได้ มีเทคโนโลยีหน้าจอ และระบบความปลอดภัย Honda SENSING ที่ล้ำสมัยที่สุดในคลาส ขณะที่ Toyota GR86 มาในแบบรถสปอร์ต Pure Performance สำหรับสายซิ่งตัวจริง ขับเคลื่อนล้อหลัง และมีตัวเลือกเกียร์ธรรมดามาให้ด้วย

ด้านขุมพลัง Honda Prelude มากับระบบไฮบริด 2.0 ลิตร แรงม้าสวิงๆ อยู่ประมาณ 200 แรงม้า แรงบิด 315 นิวตัน-เมตร ตอบสนองฉับไวด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ขับสนุกด้วยระบบ Honda S+ Shift ที่จำลองจังหวะเกียร์ 8 สปีด เสียงเงียบ และประหยัดน้ำมันกว่า 20 กม./ลิตร ส่วน Toyota GR86 ติดตั้งเครื่องยนต์สูบนอน 2.4 ลิตร Boxer 237 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลังที่พร้อมสะบัดท้ายได้ทุกจังหวะ ให้พละกำลังสูงสุด 237 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพียง 6 วินาที


ด้านความสะดวกสบายและเทคโนโลยี Honda Prelude มีพื้นที่เก็บสัมภาระที่มากกว่า และห้องโดยสารที่หรูหรากว่า มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10.2 นิ้ว ลำโพง Bose และระบบ Google built-in ขณะที่ Toyota GR86 เน้นความเรียบง่าย ห้องโดยสารแคบกว่า พื้นที่เก็บสัมภาระน้อยกว่า และเทคโนโลยีเน้นเฉพาะที่จำเป็นต่อการขับขี่


โดยเรามีตารางเปรียบเทียบข้อมูลทางเทคนิคมาให้ด้วย
| Honda Prelude (2026) | Toyota GR86 (2026) | |
| ระบบขับเคลื่อน | ไฮบริด e:HEV (มอเตอร์คู่) | เครื่องยนต์เบนซินล้วน (Boxer) |
| กำลังสูงสุด | ~200 แรงม้า (System Total) | 228 – 237 แรงม้า |
| แรงบิดสูงสุด | 315 นิวตัน-เมตร (จากมอเตอร์) | 250 นิวตัน-เมตร |
| ระบบส่งกำลัง | e-CVT (จำลองเกียร์ 8 สปีด) | ธรรมดา 6 สปีด หรือ อัตโนมัติ 6 สปีด |
| ระบบขับเคลื่อนล้อ | ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) | ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) |
| อัตราประหยัดน้ำมัน | 18-23 กม./ลิตร | 9-11 กม./ลิตร |
| ราคาในไทย (ประมาณ) | 2.6 – 3.2 ล้านบาท (เกรย์มาร์เก็ต) | 2.99 ล้านบาท (โตโยต้า มอเตอร์) |
ทันที่เห็นสเป็ก และราคามีคำถามตามมากมายว่า แล้วเราควรจะเลือก JDM Sport Coupe คันไหนดี?


คำตอบที่ชัดเจนที่สุด คือ หากต้องการรถสปอร์ตที่สวยเด่น เทคโนโลยีสูง ขับง่ายในเมือง การตอบสนองของแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าทำได้ฉับไวในรอบต่ำ เหมาะกับการใช้งานในเมืองและท่องเที่ยว มีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ Honda SENSING ที่ครบถ้วนการใช้งานในชีวิตประจำวัน และยังให้ความคุ้มค่าในเชิงภาษี เพราะอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ที่เริ่มใช้เมื่อต้นปี 2026 ที่เน้นรักษ์โลกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รถไฮบริดจะเสียต่ำกว่าประมาณ 6-9% แต่ถ้าอยากเป็นเจ้าของตอนนี้อาจจะต้องอดใจรอฮอนด้าประเทศไทยประกาศราคาแต่ถ้ารอไม่ไหวมีช่องทางเกรย์มาร์เก็คให้เลือก


ส่วน Toyota GR86 แม้ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตที่สูงกว่า แต่หากจะจ่ายเพื่อซื้อประสบการณ์ความสนุก ความสปอร์ต ตามดีเอ็นเอมอเตอร์สปอร์ตของประธานบริษัทที่ญี่ปุ่น รวมถึงมีรุ่นลิมิเต็ดหลากหลายรุ่น ให้นักสะสมเก็บไว้เป็นคอลเลกชั่น

นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมกับกลุ่มสังคมเพื่อนฝูงที่หาไม่ได้จากแบรนด์อื่น เพราะล่าสุดโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้สร้าง GR Community ที่เหนียวแน่น มีกิจกรรมรองรับตลอดทั้งปี และมีโอกาสได้เรียนรู้จากนักแข่ง และวิศวกรระดับมืออาชีพ ซึ่งเจ้าของ GR86 จะได้รับสิทธิ์เข้าถึงศูนย์บริการเฉพาะทางที่มีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านรถสมรรถนะสูงคอยดูแล

และยังมี Track Day & Academy กิจกรรมนำลูกค้าไปขับรถในสนามแข่งจริง อาทิ สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ พร้อมมีโค้ชระดับนักแข่งมืออาชีพจากทีม Gazoo Racing Thailand มาคอยสอนเทคนิคการขับขี่ รวมไปถึงทางโตโยต้ายังมีโปรแกรมแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบ One Make Race เพื่อก้าวเข้าสู่นักแข่งของทีม Gazoo Racing Thailand ซึ่งฮอนด้าในปัจจุบันยังไม่มี

นอกจากนี้ใครที่เป็นสายซิ่งคงรู้ดีว่าเครื่องยนต์ไฮบริด ถ้าจะเอามาแต่งให้แรงกว่าเดิม มันไม่ค่อยมีใครนิยมเอามาแต่ง เพราะมันค่อนข้างยุ่งยาก เพราะมีระบบไฟฟ้าเข้ามาข้องเกี่ยวมากมาย ผิดกับเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีของแต่งชุดแต่งมาให้เล่นเพียบ อยากแรงเท่าไหร่ อยากถมกันแค่ไหน ใส่กันได้เต็มที่ ซึ่งตรงนี้ถ้าเครื่องยนต์ไฮบริดของ Prelude ทางฮอนด้าให้มาแรงกว่านี้ก็อาจจะลบจุดด้อยตรงนี้ลงไปได้ แต่ด้วยสเปคที่ให้มาเท่านี้ เลยยังเป็นเรื่องที่สายซิ่งยังทำใจไม่ได้ ผลลัพธ์ทางบวกก็เลยไปตกที่ฝั่งโตโยต้า ที่เข้าใจฟิลของคนที่ชอบมอเตอร์สปอร์ตมากกว่า


แต่อย่างไรก็ตาม ต้องลุ้นกันต่อครับว่า มอเตอร์โชว์ที่จะถึงในเดือนมีนาคม 2026 นี้ ฮอนด้า ประเทศไทย จะปรับแผนอย่างไร เมื่อเห็นทางผู้นำเข้าอิสระ หรือเกรย์ มาร์เก็ต ยอมปล่อยแฮนด์ ถล่มราคาจากเดิมที่ตั้งราคากัน 3 ล้านกว่าบาท ลงมาเหลือ 2 ล้านกลางๆ ซึ่งถ้ายังดึงดันจะนำเข้ามาจำหน่าย แล้วราคาแรงกว่าเกรย์ ดูแล้วตลาดก็คงเดินไปได้ยาก หากแต่ทางออกที่ดูจะมีความหวัง ก็คือเอาเข้ามาผลิตในประเทศไทย และเปิดราคาให้ต่ำกว่าเกรย์ ระดับ 2 ล้าน บวก/ลบ อันนี้ดูเป็นทางออกที่น่าสนใจ … ว่ามะ!!


Photo Credit : Honda Prelude 2026 : l’émotion sacrifiée sur l’autel de l’efficacité – Essai routier | RPM













