เมื่อตอนต้นปี CHANGAN Automobile จัดงาน Global Partner Conference 2026 ภายใต้ธีม“30 Million United, One Future Together” เพื่อฉลองความสำเร็จของบริษัทฯ และประกาศทิศทางการเติบโตในก้าวต่อไปสู่อนาคตร่วมกับพันธมิตรทั่วโลกโดยความสำเร็จในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาฉางอานได้ประกาศ Milestone ใหม่กับการผลิตรถยนต์คันที่ 30 ล้านได้สำเร็จ โดยในอดีตใช้เวลา 30 ปีในการผลิต 10 ล้านคันแรก ก่อนจะเร่งความสำเร็จสู่คันที่ 20 ล้านใน 7 ปี และก้าวสู่ 30 ล้านคันในเวลาเพียง 4 ปีครึ่ง สะท้อนถึงการพัฒนาศักยภาพการผลิตอย่างก้าวกระโดดทั้งด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และพร้อมขับเคลื่อนสู่ยุคแห่งยานยนต์พลังงานใหม่ ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรทั่วโลก

30 ล้านคัน กับความไว้วางใจจากผู้ใช้ทั่วโลก
ยอดผลิต 30 ล้านคัน คือความสำเร็จครั้งสำคัญตลอดเส้นทางการผลิตกว่า 44 ปีของฉางอานและเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งานกว่า 30 ล้านรายทั่วโลก นายจ้าว เฟย ประธานบริษัท CHANGAN Automobile กล่าวว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาฉางอานสามารถก้าวผ่านความท้าทายต่าง ๆ ได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรทั่วโลก พร้อมเดินหน้าสู่การเติบโตที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินงานในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนการเติบโตอย่างชัดเจน ปัจจุบันฉางอานเป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกอันดับ 13 ขยับขึ้นจากอันดับ 14 และยอดขายรวมมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 7.8% โดยในปี 2025 CHANGAN Automobile มียอดจำหน่ายรถยนต์รวมทั้งสิ้น 2.913 ล้านคัน เติบโตขึ้น 8.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยยอดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 0.637 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 18.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยอดขายรถพลังงานใหม่ (NEV) ทะลุหลัก 1 ล้านคันเป็นครั้งแรกอยู่ที่จำนวน 1.109 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 51% จากปีก่อน สะท้อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์พลังงานยุคใหม่
อีกทั้งฉางอานได้ขยายตลาดจาก 63 ประเทศในปี 2020 เป็น 117 ประเทศทั่วโลกในปัจจุบัน และเพิ่มไลน์อัพรถจาก 17 รุ่น เป็น 41 รุ่น ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคในหลากหลายตลาด โดยในปี 2025 ฉางอานเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 6 รุ่นใน 5 ภูมิภาคหลัก ได้แก่ CHANGAN CS75 PLUS เจเนอเรชันที่ 4, CS55 PLUS, DEEPAL S05, DEEPAL G318, AVATR 11 และ AVATR 12 รวมถึงการเข้าสู่ตลาดยุโรปของ DEEPAL S07 และ S05 ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขยายตลาดรถพลังงานใหม่สู่ระดับโลก
เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและประสบการณ์ผู้ใช้ ภายใต้ SDA Intelligence

CHANGAN ยังคงยึด “ความปลอดภัย” เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา โดยเปิดตัวเทคโนโลยี “SDA Intelligence” ที่ครอบคลุม 3 แกนหลัก ได้แก่ SDA Pilot, SDA Cockpit และ SDA Chassis โดยแนวคิดความปลอดภัยในยุคยานยนต์อัจฉริยะ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโครงสร้างตัวรถ แต่ขยายไปถึงสมรรถนะการขับขี่ สุขภาพกายและใจของผู้ใช้งาน เพื่อคุณภาพชีวิตและความสบายใจระหว่างการเดินทาง รวมไปถึงความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
ความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานนี้สะท้อนผ่านผลการประเมินจาก J.D. Power โดยในปี 2025 CHANGAN ติดอันดับ 6 ของแบรนด์กลุ่ม Mass Market จากดัชนีความพึงพอใจด้านการขาย Sales Satisfaction Index (SSI) และอยู่ในอันดับ 7 ของดัชนีความพึงพอใจด้านการบริการลูกค้า (Customer Service Index: CSI) โดยผลการจัดอันดับดังกล่าวนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการที่ยึดหลักความสำคัญของลูกค้าได้อย่างชัดเจน
CHANGAN Automobile ตอกย้ำความมุ่งมั่นระยะยาว ด้วยแผนลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) มากกว่า 5% ของรายได้ต่อปี พร้อมเสริมศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีกว่า 10,000 คน และผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมกว่า 400 คน ในสาขาสำคัญครอบคลุมด้าน AI ซอฟต์แวร์ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และการออกแบบ ควบคู่การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่กว่า 160 รายการ รวมถึงห้องโดยสารอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ยุคใหม่เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะแห่งอนาคต
วิสัยทัศน์สู่อนาคต และเป้าหมายปี 2026

CHANGAN ตั้งเป้าหมายในปี 2026 ด้วยยอดขายรวม 3.3 ล้านคัน โดยเป็นยอดขาย NEV 1.4 ล้านคัน และยอดขายต่างประเทศ 7.5 แสนคัน พร้อมตั้งเป้าหมายระยะยาว มียอดผลิตสะสม 40 ล้านคันภายในปี 2028 และมียอดการผลิตและจำหน่ายต่อปีมากกว่า 5 ล้านคัน พร้อมก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน 10 แบรนด์ยานยนต์ชั้นนำของโลกภายในปี 2030 โดยรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) จะคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของยอดขายทั้งหมด ขณะที่ตลาดต่างประเทศจะมีสัดส่วนมากกว่า 35%
โดยขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ดังกล่าวผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Green Plan (พลังงานใหม่), Intelligent Plan (ยานยนต์อัจฉริยะ) และ Vast Ocean Plan (การขยายตลาดระดับโลก) ด้วย 3 กลยุทธ์นี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจของ CHANGAN บนเวทีโลก ยกระดับนวัตกรรมเทคโนโลยี และทรานส์ฟอร์มสู่การเป็นผู้นำเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ภายใต้ความร่วมมือจากพันธมิตรทั่วโลก













