ปี 2026 ปีแห่งความท้าทายท่ามกลางกระแสความผันผวนทางเศรษฐกิจและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของมหาอำนาจโลก หลายคนบอกเป็นปีเผาจริง แต่ “ไทยยามาฮ่า” ยังคงเดินหน้า ประกาศทิศทางธุรกิจภายใต้นโยบาย “Next Revs To Success 2026” ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับพันธมิตรและผู้บริโภค

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา “พงศธร เอื้อมงคลชัย” ประธานกรรมการบริหาร ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ แถลงความสำเร็จในปี 2025 ซึ่งยามาฮ่ามีการเติบโตสูงกว่าภาพรวมตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มรถจักรยานยนต์ออโตเมติกที่เป็นเทรนด์หลักของอนาคต โดยตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นผ่านกลยุทธ์การสร้างนวัตกรรมที่แตกต่างและการรับประกันคุณภาพสินค้านานถึง 5 ปี ให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมทางการตลาดที่เข้มข้นทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์เพื่อเข้าถึงไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้าทั่วประเทศ เขาเชื่อว่าการสนับสนุนจากพันธมิตรและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตรงใจผู้ใช้งานจะช่วยขับเคลื่อนให้แบรนด์บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2026 ได้อย่างแข็งแกร่ง

ตอกย้ำภาพลักษณ์ Premium Brand
ปี 2026 ยามามฮ่ายังคงสานต่อแบรนด์แคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทางต่างทุกฟีล” เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกมิติ ตอกย้ำภาพลักษณ์ Premium Brand อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างกิจกรรมเพื่อกระตุ้นตลาดรถจักรยานยนต์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยปี 2025 ที่ผ่ามามียอดขายรวมอยู่ที่ 1.73 ล้านคัน โตขึ้น 1.6% เมื่อเทียบกับปี 2024 ส่วนยามาฮ่ามียอดขายอยู่ที่ 2.4 แสนคัน เติบโตขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนปีนี้ยามาฮ่าตั้งเป้ายอดขาย 290,000 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 14% แม้ว่าภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์จะถูกคาดการณ์ว่าเติบโตเพียงเล็กน้อยหรือประมาณ 1.745 ล้านคัน อันเนื่องมากจากปัจจัยรุมเร้า เช่น ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงซึ่งทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

สาเหตุที่ยามาฮ่ามั่นใจว่าจะเติบโตได้จากการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดที่เปลี่ยนจากรถครอบครัวแบบมีเกียร์มาเป็นรถออโตเมติกมีมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม 125 ซีซี ที่เติบโตถึง 1.8 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 290,000 คัน ยามาฮ่าจึงได้วาง 3 แนวทางหลักๆ ได้แก่
- การสร้างตลาดใหม่ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความแตกต่าง เช่น การผลักดันรถรุ่น PG-1 ซึ่งเป็นเซกเมนต์ใหม่ โดยมุ่งเน้นการจัดเตรียมอุปกรณ์และชุดแต่งให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น
- การเพิ่มลูกค้าจากฐานเดิม ต่อยอดความสำเร็จจากรถรุ่นยอดนิยม เช่น Grand Filano และ Fazzio เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น และ
- การรักษาฐานลูกค้าปัจจุบัน มุ่งเน้นการทำกิจกรรมการตลาดทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ร่วมกับผู้จำหน่ายและสื่อมวลชน เพื่อขับเคลื่อนแบรนด์
โดยทั้ง 3 กลยุทธ์หลักนี้ ยามาฮ่าจะดำเนินการควบคู่กับการทำตลาดเชิงไลฟ์สไตล์ นำเสนอทั้งสินค้าใหม่ กิจกรรมทางการตลาด และประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับลูกค้า พร้อมยกระดับการบริการ 3S (Sales, Service, Spare Parts) เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด ตามปรัชญา KANDO ของยามาฮ่า”

พร้อมชูพันธกิจหลักในการสร้างแบรนด์ อาทิ นำเสนอนวัตกรรม สู่ท้องตลาดอย่างต่อเนื่อง สร้างความตื่นเต้น ผ่านกิจกรรม เช่น การเปิดตัวสินค้าใหม่และการทดสอบรถ สร้างความมั่นใจ โดยเป็นรายแรกและรายเดียวที่กล้ารับประกันสินค้า 5 ปี สร้างความดึงดูดใจ ผ่านดีไซน์ที่สวยงาม ฟังก์ชันที่ดีคุ้มค่า และการสร้างความผูกพัน ผ่านกิจกรรมที่ทำร่วมกับสื่อ ผู้จำหน่าย และลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ยามาฮ่ายังให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมนอกร้าน Yamaha Square ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมเยอะมากเพื่อเข้าถึงและให้กำลังใจผู้จำหน่ายในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ

เชื่อเทรนด์ตลาดเปลี่ยน
หากมองถึงเทรนด์ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคและโครงสร้างตลาด เช่น การเปลี่ยนผ่านจากรถเกียร์สู่รถออโตเมติก สัดส่วนของรถครอบครัวแบบมีเกียร์มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดรถครอบครัวมีสัดส่วนลดลงถึง 17% และปัจจุบันเหลือส่วนแบ่งการตลาดเพียงประมาณ 40% เท่านั้น

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรถออโตเมติก กลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่เติบโตต่อเนื่องมาแล้ว 3 ปีซ้อน และถูกมองว่าเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมนี้จริงๆ โดยเฉพาะกลุ่มรถออโตเมติกขนาด 125 ซีซี ที่เติบโตสูงถึง 180% ภายในระยะเวลาเพียง 5 ปี

ความต้องการความแตกต่างกลุ่มคนรุ่นใหม่เริ่มมองหาความแตกต่างมากกว่ารถรูปแบบเดิมๆ ทำให้เกิดเซกเมนต์ใหม่ๆ เช่น รถกลุ่ม Lifestyle หรือกลุ่มที่เน้นการตกแต่งเฉพาะตัว
ฟันธงตลาดออโตเมติกแรง

รถจักรยานยนต์ออโตเมติกถือเป็นอนาคตที่ได้รับความนิยม ชัดเจนโดยมีปัจจัยสนับสนุนตั้งแต่ขับขี่ง่ายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ไม่ซับซ้อน และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ตรงตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบัน รถกลุ่มนี้มักมีดีไซน์ที่สวยงามและทันสมัย เช่น รุ่น Grand Filano หรือ Fazzio ที่เน้นความสวยงามซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อ นอกจากความสวยงามแล้ว รถออโตเมติกสมัยใหม่ยังเน้นเรื่องการประหยัดน้ำมันและความคุ้มค่า ทำให้เข้าถึงได้ง่ายและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน มีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างความมั่นใจผ่านนโยบายอย่างการรับประกัน 5 ปี ซึ่งยามาฮ่าเป็นรายแรกและรายเดียวที่ทำ มีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อรถประเภทนี้ได้ง่ายขึ้น

เน้นเทคโนโลยีแตกต่าง คุ้มค่าระยะยาว
ยกตัวอย่าง YAMAHA Grand Filano Hybrid รถออโตเมติกยอดนิยม โดดเด่นด้วยดีไซน์พรีเมียม สีสันสวยงาม และประหยัดน้ำมัน พร้อมตอกย้ำความนิยมของ Grand Filano Hybrid ด้วยการสื่อสารผ่านทั้งออฟไลน์และออนไลน์ การสร้างกลุ่มลูกค้า และต้องการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด 30% ในทุกพื้นที่

YAMAHA FAZZIO Hybrid ทันสมัย กะทัดรัด ขี่ง่าย คุ้มค่าที่สุดในกลุ่มรถออโตเมติก ใช้กลยุทธ์เพิ่มยอดขายในทุกร้านผู้จำหน่าย โดยสร้าง FAZZIO Corner การมี Accessories ที่หลากหลาย มีรางวัลจูงใจ การสร้างกระแสในพื้นที่โดย KOL และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

YAMAHA PG-1 รถสไตล์ Outdoor Fashion หนึ่งเดียวในช่วงราคา 50,000–60,000 บาท มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่ง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า พร้อมเตรียมจัดกิจกรรมเพื่อสร้างกระแส PG-1 อย่างต่อเนื่อง

YAMAHA AEROX155 ตอกย้ำความเป็นซูเปอร์สปอร์ตออโตเมติก ที่คุ้มค่าด้วยเทคโนโลยี VVA / ABS และดิสก์เบรกหลัง พร้อม Center Tunnel ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ Sport Automatic ตัวจริง โดยเน้นการสื่อสารผ่านกิจกรรม Motor Sport

YAMAHA NMAX Tech MAX ด้วยเทคโนโลยี YECVT ระบบชามไฟฟ้าอัจฉริยะที่ล้ำหน้า ลิขสิทธิ์เฉพาะของยามาฮ่า ที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

ลุยเปิดจักรยานยนต์ใหม่ 5 รุ่น
ยามาฮ่ายังได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่อีก 5 รุ่นย่อย ได้แก่ Fazzio Hybrid Lite ในราคา 49,900 บาท เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่า และการเข้าถึงที่ง่ายยิ่งขึ้น และยังได้อัปเกรดแอปพลิเคชัน Y-Connect สู่ Y-ON เพื่อการใช้งานที่ง่าย เสถียร และรองรับฟีเจอร์ใหม่ในอนาคต สามารถเริ่มใช้ในวันที่ 2 มีนาคม นี้เป็นต้นไป ขณะที่โอกาสเฉลิมฉลอง 25 ปี MAX Series – The Ultimate Pride of MAX ยามาฮ่าได้เปิดตัวรถลายลิมิเต็ดเอดิชันในรุ่น TMAX, XMAX และ NMAX ที่สะท้อนความภาคภูมิใจของตระกูล MAX พร้อมเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มพรีเมียมสปอร์ตออโตเมติกอย่างต่อเนื่อง สำหรับ XMAX Tech MAX มาพร้อมชิลด์บังลมแบบไฟฟ้า หน้าจอ TFT ใหม่ พร้อม ฟังก์ชัน ที่เท่ และเร้าใจครบครัน


ชวนลูกค้าเชียร์ MotoGP

สำหรับปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 จะมีการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2026 รายการ PT Grand Prix of Thailand ที่สนามช้างเซอร์กิต บุรีรัมย์ ยามาฮ่าได้ปรับทัพครั้งสำคัญ ด้วยการเปิดตัวรถแข่ง YZR-M1 เครื่องยนต์ V4 พร้อมไลน์อัพนักบิดระดับโลกจำนวน 4 คน นำโดย ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร หมายเลข 20 และ อเล็กซ์ รินส์ หมายเลข 42 จากทีม Monster Energy YAMAHA MotoGP ผนึกกำลังกับ แจ็ค มิลเลอร์ หมายเลข 43 และนักบิดหน้าใหม่อย่าง โทปรัค ราซกัตลิโอกลู เจ้าของแชมป์โลก World Superbike Championship จำนวน 3 สมัย จากทีม Prima Pramac YAMAHA MotoGP เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขัน และตอกย้ำความมุ่งมั่นของยามาฮ่าในเวทีโมโตจีพีฤดูกาลใหม่

ยามาฮ่ายังเน้นการจัดกิจกรรมนอกร้าน เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในท้องตลาดโดยตรง โดยในปีที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้สูงถึง 6,700 ครั้ง หรือเฉลี่ยแทบทุกวันทั่วประเทศเพื่อกระตุ้นยอดขาย กิจกรรมจะจัดขึ้นผ่านทางเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ โดยจะมีทีมงานจากส่วนกลางเข้าไปสนับสนุนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้จำหน่ายในแต่ละพื้นที่ ยามาฮ่าตั้งเป้าที่จะสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง ในทุกๆ จุดที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ ซึ่งครอบคลุมทั้งการทำกิจกรรมในรูปแบบออฟไลน์ และการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์














