ใครที่เห็นปฏิบัติติการเปิดราคาของ Mazda 6e ในงานมอเตอร์โชว์ 2026 คงจะพูดถึงกลยุทธ์ “ราคาช็อกโลก” เพื่อดึงกระแสราคาแบบสุดๆ

โดยมาสด้าเคาะราคา Mazda 6e รุ่น Premium หรือรุ่นเริ่มต้นค่าตัว 1,169,000 บาท และรุ่น Exclusive หรือรุ่นท็อปค่าตัว 1,199,000 บาท ราคานี้เหมือนทุบโต๊ะเพื่อสู้กับรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน หลังไม่มีโปรดักซ์อะไรมาต่อกรกับแบรนด์จีนที่ยึดตลาดของมาสด้าไปนาน

ซึ่งกลยุทธ์นี้กำลังสร้างภาพจำใหม่ว่า Mazda ไม่ได้แพง ไม่ได้เป็น Premium Japanese อย่างแต่ก่อนแล้ว โดยผลลัพธ์ที่ได้จากการวางหมากครั้งนี้คือ บูธมาสด้าแทบถล่มทลาย คนแห่ไปดูรถที่ราคาน่าโดน ถือว่าประสบความสำเร็จในแง่ของ Traffic คนเข้าชมบูธแบบมหาศาล

สำหรับ Mazda 6e คาดการณ์ว่าจะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าที่จองสิทธิ์ล่วงหน้า ซึ่งเป็น Premiere Package ได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 หรือประมาณเดือนกรกฎาคม – กันยายนปีนี้ โดยมาสด้าจะให้สิทธิ์ลูกค้าที่ทำการจองสิทธิ์ล่วงหน้าจากงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป เมื่อปีที่แล้ว และช่วง Roadshow ที่ผ่านมา ซึ่งมียอดรวมกว่า 4,000 สิทธิ์ เป็นกลุ่มแรกที่จะได้รถ

แต่ควันยังไม่ทันจาง และดูเหมือนมาสด้าจะออกแนวใจร้อนไปหน่อย โดยงานมอเตอร์โชว์ 2026 มาสด้ารีบเอา Mazda CX-6e รถ SUV ไฟฟ้า 100% มาโชว์ตัวครั้งแรกในอาเซียน ซึ่งตัวรถดูโดดเด่นด้วยดีไซน์สวย หรูหรา ภายในจอ 5K ขนาดใหญ่ 26.45 นิ้ว ขับเคลื่อนล้อหลัง แบตเตอรี่ 77.9 kWh วิ่งไกลสูงสุด 524 กม.(NEDC) และเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยปลายปี 2026 นี้

ปรากฎการณ์ของมาสด้าเที่ยวนี้ มีหลายคนมองว่าน่าจะทำปืนลั่น ใส่ตีนตัวเองรึป่าว? เพราะอุตส่าห์เตรียมกระสุนราคาพิฆาตเพื่อปลิดชีพคู่แข่งในตลาดโดยเฉพาะค่ายจีน และญี่ปุ่นด้วยกัน กับการเปิดราคา Mazda 6e แต่ดันใจร้อนไปควักปืน SUV CX-6e ออกมาควงเล่นในเวลาเดียวกัน ก็กลัวว่าผลที่ได้คือกระสุนจะลั่นใส่เท้าตัวเองจนอาจจะทำให้แผนเดินหน้าปิดการขาย Mazda 6e อาจไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ

อย่าลืมว่ายอดจองสิทธิ์ 4 พันคันมันไม่ได้หมายความว่า ลูกค้าจะตอบตกลงอะไรทุกอย่างแล้วนะ ทั้งเงินจอง ไฟแนนซ์ และอื่นๆ นอกจากนี้ระยะเวลาส่งมอบรถก็ยังไปใกล้เคียงกับเวลาเปิดตัวเอสยูวี CX-6e ซะด้วย (ถ้าไม่ได้มีอะไรผิดพลาด) พร้อมยกตัวอย่างข้อมูลเชิงสถิติว่า ตลาดรถยนต์ทั่วโลกในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยกลุ่มรถ SUV ได้กลายเป็นเจ้าตลาด แซงหน้ารถยนต์ Sedan ไปเรียบร้อยแล้ว สัดส่วนตลาดโลก SUV ครองส่วนแบ่งมากกว่า 48-59% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลก ขณะที่รถยนต์ Sedan รวมทุกเซ็กเมนต์เหลือสัดส่วนเพียงประมาณ 18-20% เท่านั้น ซึ่งลดลงอย่างมากจากทศวรรษก่อนที่เคยเป็นกลุ่มหลัก ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทย ระหว่างปี 2024-2025 ตลาดรถยนต์ SUV ขยายตัวจนมีสัดส่วนถึง 31.3% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด การรุกคืบของ SUV ทำให้สัดส่วนรถยนต์ SUV เติบโตขึ้นสวนทางกับรถเก๋งแบบดั้งเดิม



คำถามที่เกิดขึ้นทันทีกับบูธมาสด้าในงานมอเตอร์โชว์เที่ยวนี้ คือเราจะรีบจอง Sedan ไปทำไม ในเมื่อ SUV ที่ดูดีกว่าและกำลังจะมาเปิดตัว? เชื่อได้ว่าจะเกิดภาวะชะงัก แทนที่เซลล์มาสด้าจะปิดยอดจอง Sedan แบบสบายหมูลูบปากได้เลย แต่คราวนี้ไม่หมูและเพราะลูกค้าถอยกลับมาตั้งหลักเพื่อรอดูราคาเอสยูวี CX-6e

ไม่รู้ว่าแผนการครั้งนี้จะวางหมากพลาดหรือไม่ Mazda 6e จะเป็นเหยื่อล่อเรียกคนเข้าบ้าน แต่ดันเผยไต๋ CX-6e เร็วเกินไป จนไม่แน่ว่า Mazda 6e จะกลายเป็นสินค้าค้างสต็อกตั้งแต่อยู่ในใบจองหรือป่าว และที่มากไปกว่านั้น ผลกระทบที่ตามมาก็คือ Dealer ทำงานยากขึ้น เพราะไม่สามารถปิดการขายตัว Sedan ได้แบบเต็มสูบ แถมตอนนี้รถของ Mazda ส่วนใหญ่ก็เป็นรถน้ำมัน เพิ่งจะได้ลืมตาอ้าปากกับรถไฟฟ้าตัวแรก ถ้าลูกค้ามาชะลอการตัดสินใจซื้อ Mazda 6e อีก เพื่อรอเอสยูวี CX-6e ดูแล้วก็น่าเสียดาย

หนำซ้ำรถน้ำมันที่มีขายอยู่ตอนนี้ก็ต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะบ้านเราที่คนทั่งประเทศกำลังวิ่งตามหาน้ำมันเติมรถ ต้องรอดูกันว่าผลลัพธ์ครั้งนี้จะเป็นอย่างไร Mazda 6e มากู้วิกฤต แล้ว CX-6e จะมาแทงกั๊กหรือป่าว ไตรมาส 3 ปีนี้ ได้รู้กัน

















