เปิดแนวรุกครึ่งปีหลัง “ยามาฮ่า” ดันรถกลุ่มออโต ทะลวงยอด  2.7 แสนคัน

ผ่านมาหนึ่งปีครึ่งแล้ว สำหรับการก้าวขึ้นสู่ท็อปแมเนจเมนต์ขององค์กร จะเรียกว่าเป็นบททดสอบที่ท้าทายที่สุดคงไม่ผิดเพราะตลอดเวลาที่ "พงศธร เอื้อมงคลชัย ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Yamaha เขาต้องเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ กำลังซื้อที่อ่อนแอและหนี้ครัวเรือนของประเทศที่พุ่งสูงลิ่ว แต่ก็ยังสามารถประคับประคององค์กรผ่านมรสุมและคลื่นลมแรงมาได้ อุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์ผ่านจุดต่ำสุด เขาเชื่อว่าอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์วันนี้ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ยอมรับว่าช่วงนั้นไฟแนนซ์เข้มงวดมาก แต่ไม่ว่ากัน เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ ซึ่งไฟแนนซ์ก็ต้องทำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดด้วยการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ แต่วันนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นแล้ว ลูกค้ายอมควักจ่ายเงินดาวน์มากขึ้นเพื่อรักษาเครดิตของตัวเอง ผู้จำหน่ายก็มีระบบคัดกรองลูกค้า “เราค่อนข้างโชคดีเพราะว่าอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงขึ้นหรือลง ก็ยังขายได้เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นในการดำรงชีพ รวมถึงใช้สัญจรแม้ว่าในกรุงเทพจะมีรถไฟฟ้าเกิดขึ้นเยอะ ซึ่งก็ทำให้มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นทั้ง Delivery หรืออื่นๆ” ดังนั้นเมื่อพื้นฐานยังดีอยู่โดยเฉพาะดีมานด์ และระยะหลังไฟแนนซ์ผ่อนคลายมากขึ้นกว่าช่วงโควิด ผู้จำหน่ายปรับตัวพยายามสกรีนลูกค้าที่มีคุณภาพ  กลไกทั้งหมดเริ่มปรับตัวทำให้ทุกอย่างเพิ่มขึ้นในเชิงบวก แต่ก็ไม่ถึงกับหวือหวา อย่างไรเสียคงต้องมองปัจจัยอื่นทางเศรษฐกิจ รายได้ของผู้บริโภคด้วย  ตลาดชิปไปเซ็กเมนต์ออโต้ ประธานกรรมการบริหาร ยามาฮ่า ย้ำว่าตลาดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.) ยอดขายยามาฮ่ายังติดลบอยู่ราวๆ 0.9% ต้องยอมรับว่ากำลังการผลิตยังตอบสนองได้ไม่เพียงพอต่อตลาด นอกจากนี้ตลาดเองเปลี่ยนแปลงคือ ชิปจากรถโมเป็กไปเป็นรถกลุ่มออโตเมติก  ซึ่งกลุ่มนี้เติบโตมากที่สุดคือ ออโตเมติก 125 ซีซี ครึ่งปีแรกโตถึง 30% อันนี้ถือเป็นโอกาสทองของยามาฮ่าจะต้องหยิบฉวยตลาดตรงนี้ ซึ่งยามาฮ่าถนัดกับตลาดอยู่แล้ว “ครึ่งปีแรกเราขายได้ 121,000 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วซึ่งทำได้ 123,000 คัน ถือว่าลดลงนิดหน่อย ปัญหามาจากซัพพลายเราน้อย ตอนนี้เรารู้ปัญหาและพยามทำซัพพลายให้ดีขึ้นเร่งขยายกำลังการผลิต ดังนั้นแผนรุกตลาดช่วงครึ่งปีหลัง อาวุธหลักของยามาฮ่าทั้งแกรนด์ฟีลาโน่ และฟาซิโอ จะต้องลุยผลิต 2 รุ่นนี้ให้มากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการตลาด” จี้ซัพพลายเออร์ยกระดับกำลังผลิต การทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์  ซึ่งมีสัญญาอยู่แล้วเพียงแค่ยกระดับเพิ่มเติม วันนี้ยามาฮ่ามีกำลังผลิตโรงงานในประเทศราวๆ  300,000 คันต่อปี  ผลิตรถจักรยานยนต์เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในประเทศและตลาดส่งออกด้วยกัน 7 รุ่น ได้แก่ แอร์ร็อกซ์, ฟาซิโอ, แกรนด์ฟีลาโน่, ฟินน์, เอ็มที-15, เอ็กซ์เอสอาร์ และทรีซิตี้  ถ้าพูดเรื่องการผลิตยามาฮ่ามองว่าตอนนี้เป็นความท้าทาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสีสัน จะเห็นว่าทุกวันนี้มอเตอร์ไซค์มีสีสันเยอะมาก ยกตัวอย่าง ฟาซิโอหรือแกรนด์ฟีลาโน่ 2 รุ่นนี้แทบจะไม่เหมือนกันเลย มีกราฟฟิคมีอะไรที่แตกต่าง คนวางแผนผลิตต้องสลับสีสลับรุ่นให้ตรงกับความต้องการตลาด หลังบ้านต้องใช้ความทุ่มเทมากขึ้น เช่น ผลิตมา 4 สีๆ ละ 100 คัน แต่จะสีหนึ่งที่โดดเด่นอาจจะต้องทำถึง 200 คัน และอาจจะเจอบางสีขายไม่ออกเลย นี่คือความท้าทาย ซึ่งการผลิตจะต้องเช็คให้ตรงกับความต้องการของตลาดให้มากที่สุด ไลฟ์ไซเคิลต้องวางแผนให้สั้นลงเพื่อให้ตรงความต้องการลูกค้า ...

Read moreDetails
BOXY CAR เทรนด์ฮิตรถยุคนี้

เผื่อบางคนที่ยังไม่รู้ว่าไอ้เจ้า Boxy Car มันคืออะไร ง่ายๆ ครับ มันคือรถทรงกล่องที่เหมือนเอากล่องสี่เหลี่ยมมาต่อกันระหว่างส่วนหัวรถกับตัวรถนั่นแหละครับ ซึ่งถ้าย้อนกลับในอดีต เอาแบบอดีตกาลนานโคตร รถสมัยนั้นเป็นทรงกล่องกันแทบทั้งนั้น เพราะเทคโนโลยีการผลิตตัวถังรถยนต์มันยังไม่ได้พัฒนาเหมือนสมัยปัจจุบัน แต่ถึงอย่างไรก็ตามแม้ยุคจะเปลี่ยนไป วิวัฒนาการของการออกแบบรถยนต์มีพัฒนาการที่ก้าวหน้ามากขึ้น แต่ก็ยังมีรถที่ยังคงรูปแบบ Boxy ออกมาให้เห็นเป็นระยะ...

Read moreDetails
GWM POER SAHAR กระบะพรีเมี่ยม ที่ควรจะไปต่อ หรือพอแค่นี้

ก่อนหน้านี้ รถปิกอัพถือเป็นรถยอดนิยมของคนไทยที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือชนบท จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ด้วยการใช้งานแบบอเนกประสงค์ ยิ่งในเชิงธุรกิจไม่ว่าจะเป็น พ่อค้าแม่ขาย ชาวนา ชาวสวน หรืองานก่อสร้าง รถปิกอัพสามารถตอบทุกโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว  ที่สำคัญรถปิกอัพ ยังมีความทนทาน ดูแลรักษาง่าย อะไหล่มีให้ช็อปอย่างทั่วถึง ค่าใช้จ่ายก็ไม่แรงแถมราคาขายยังไปต่อได้ง่าย เมื่อเทียบความคุ้มค่ากับราคาค่าตัว ทำให้รถปิกอัพกลายเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนที่บ้านเราค่ายญี่ปุ่นทั้งโตโยต้า และอีซูซุ ยึดครองส่วนแบ่งตลาดในลำดับต้นๆ ต่อเนื่องมานานหลายสิบปี  แต่ด้วยความหอมหวนของตลาดรถปิกอัพซึ่งมีสัดส่วนเกือบ 60% ของตลาดรถยนต์บ้านเราที่มีวอลลุ่ม 8-9 แสนคันต่อปี  ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์จำนวนไม่น้อยต่างจะขอเข้ามาแชร์ตลาด โดยมองว่าหากสามารถเบียดแชร์มาได้เพียง 1-2% ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะลืมความยากของตลาดปิกอัพ โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของแบรนด์ญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ยงคงกระพันมายาวนาน ทำให้หลายแบรนด์ที่เผลอตัวเข้าตลาดปิกอัพต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน แม้จะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม ตัวอย่างเช่น แบรนด์เชฟโรเลต ที่หายไปจากตลาดบ้านเราหลังเข้ามาทำตลาดได้ไม่นาน  ล่าสุดเมื่อรถยนต์จีนมีความจำเป็นต้องแผ่อิทธิพลมาโซนอาเซียน ประกอบกับรัฐบาลไทยอ้าแขนรับ ทำให้รถยนต์จีนหลายหลายแบรนด์ทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว โดยประกาศตัวพร้อมบุกตลาดปิกอัพไม่ว่าจะเป็น Great Wall Motor, Gilly รวมถึง BYD  โดยเฉพาะ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่ปืนไวกว่าคนอื่นส่ง GWM Poer Sahar HEV  รถกระบะไฮบริดรุ่นแรกในตลาดประเทศไทย อาศัยความเชี่ยวชาญ มีประวัติอันยาวนาน กับการครองตำแหน่งผู้นำตลาดในประเทศจีนมากถึง 26 ปี (ปี 2541-2566) มีส่วนแบ่งตลาดในปัจจุบันเกือบ 50 % และมียอดขายสะสมมากถึง 2.54 ล้านคันทั่วโลก  โดยยืนยันว่ารถกระบะ Poer จะไม่ใช่พาหนะสำหรับการใช้งานเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะเป็นรถเพื่อการพักผ่อน และท่องเที่ยวในคันเดียวกัน สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี ถือเป็น “โอกาส” และ “จุดสร้างความแตกต่าง” ที่ทำให้เราโดดเด่น และแตกต่างจากรถกระบะอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาดในปัจจุบัน ...

Read moreDetails
BMW The i7 กระหน่ำแคมเปญเดือดที่ มิลเลนเนียม ออโต้ ที่เดียว

ถ้าพูดถึงสิงห์ปืนไวในบรรดาดีลเลอร์ค่ายใบพัดสีฟ้าบ้านเราคงไม่มีใครเกิน “มิลเลนเนียม ออโต้” ของดร. จุ๋ย  สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ บอสใหญ่ มิลเลนเนียม กรุ๊ป ( MGC)  ล่าสุดเพิ่งยกล็อต บีเอ็มดับเบิลยู i7 ยนตรกรรมลักเซอรี่ระดับแฟลกชิป รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 หรูหราทุกกระเบียดนิ้ว จำนวนกว่า  50 คัน มาทำการขายแต่เพียงเจ้าเดียว  ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดี เพราะปีนี้ มิลเลนเนียม ออโต้ ได้โอกาสฉลองครบ 25 ปี หลังจากก่อตั้งโชว์รูมแรกแถวคลองเตย บนถนนพระราม4 และขยายอณาจักรใหญ่โต ทำรายได้ต่อปีหลายหมื่นล้าน จัดงานเปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู i7 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซปต์ ‘The i7 the Incredible...

Read moreDetails
ส่องรถใหม่ครึ่งปีหลัง 68 …

ปี 2568 ยังเป็นปีที่ท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต่อเนื่องจากปีที่แล้ว แม้ว่าภาคเศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่การที่รถยนต์ใหม่หลากรุ่นจ่อคิวทยอยเปิดตัวต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี เป็นสิ่งยืนยันว่าประเทศไทยยังคงเป็นตลาดสำคัญที่มีศักยภาพ และยังเป็นเป้าหมายของต่างชาติใช้เป็นฐานผลิต ทีมงาน Carzanova ตรวจสอบข้อมูลและคาดการณ์ว่าค่ายรถยนต์ค่ายไหนบ้าง ที่พร้อมเปิดตัวรถใหม่ในช่วงปลายปีนี้ทั้งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า, ไฮบริด , และปิกอัพที่ได้รับการปรับปรุงโฉมใหม่  1. Toyota Hilux Travo จั่วหัวกับการปรับโฉมครั้งใหญ่หลังจากทำตลาดมานานหลายปี โดยมีการประเมินกันว่าอาจมาพร้อมเครื่องยนต์ที่ปรับจูนใหม่ ดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร รองรับมาตรฐาน EURO 6 ให้กำลังรวม 204 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร ระบบบังคับเลี้ยวแบบผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า (Electronic Power Steering) ที่นำร่องติดตั้งไปแล้วใน Hilux Revo e 2. Toyota Yaris...

Read moreDetails
สงครามรถตู้ เอาไงดี??จีน เกาหลี หรือญี่ปุ่น

ตอนนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เห็นแต่รถตู้ผู้บริหาร (Executive MPV) วิ่งกันขวักไขว้เต็มท้องถนนกันไปหมด สาเหตุที่รถตู้ผู้บริหารได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ก็เพราะตอบทุกโจทย์การใช้งาน โดยเฉพาะคนไทยที่อาจจะแตกต่างจากประเทศอื่นๆ ตั้งแต่ ต้องการพื้นที่กว้าง นั่งสบาย มีวัฒนธรรมนั่งหลัง โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหาร นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ ไม่นิยมขับเอง ต้องการรถที่ให้ความสะดวกสบายสูงสุดกับผู้โดยสารตอนหลัง โดยเฉพาะเบาะนั่งแถวสอง ซึ่งมีระบบปรับไฟฟ้า นวด เป่าร้อน เป่าเย็น วางเท้าได้สะดวก เหมาะมากสำหรับเดินทางไกล พาครอบครัวเดินเที่ยวต่างจังหวัด รับแขก เอาใจคู่ค้าทางธุรกิจ คันเดียวจบ แถมยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ ดูภูมิฐาน หรูหรา สื่อถึงความมั่นคงและสะท้อนสถานะทางสังคม ซึ่งมีผลต่อความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจด้วย ทีมงาน Carzanova สำรวจความนิยมรถตู้ผู้บริหารซึ่งมีวอลลุ่มต่อปีมากถึง 1 หมื่นคัน มูลค่ารวมกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งเดิมรถกลุ่มนี้จะมีเพียง Toyota ไม่ว่าจะ Alphard หรือ Vellfire รวมไปถึง Majesty หรือถ้าขยับไปฝั่งเกาหลีก็มี Hyundai Staria ทางยุโรปก็มี...

Read moreDetails
ค่ายรถ แอบบ่น … กระบะพี่ มีคลังค้ำ ยังไม่ค่อยตอบโจทย์ ไฟแนนซ์ยังเข้มงวดอยู่ดี

เห็นยอดขายรถกระบะ หรือ Pure Pick up  ช่วง 5 เดือน (มค-พค ) ของปี 2568 ที่ผ่านมา มีปริมาณการขายเพียงแค่  6 หมื่นกว่าคัน ทรุดตัวต่อเนื่องเกือบ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งๆ ที่บ้านเราตลาดปิกอัพถือเป็น Product Champion และนับเป็นเครื่องมือสำคัญของบรรดา SME  สะท้อนให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทยที่กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย อย่างเห็นได้ชัด  แม้ว่ารัฐบาลจะรับรู้ถึงปัญหา ทั้งราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง ดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักส่งผลให้กลุ่มผู้ใช้รถกระบะ เช่น เกษตรกร, SME, ผู้ประกอบการรายย่อย ยังขาดความสามารถในการเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ และพยายามหามาตรการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็น “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อช่วยปลดหนี้ หรือ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค. และจะไปสิ้นสุดในเดือนธันวาคม 2568 ผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อรถกระบะ วงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายรถปิกอัพ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกสถาบันการเงินปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อ ผ่านมาเกือบ 3 เดือนเต็มมาตราการดังกล่าวกลับ “ไม่ตอบโจทย์”   ผู้บริหารค่ายรถปิกอัพหลายรายยืนยันตรงกันว่า ลูกค้าที่ใช้มาตราการสนับสนุนของรัฐคิดเป็นเพียง 1 % ของยอดขายเท่านั้น เหตุผลหลักยังมาจากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ ความสามารถในการผ่อนชำระรถใหม่ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปรถยนต์กลุ่มอื่น รวมถึง ภาระหนี้เก่า และความไม่มั่นใจในอนาคตของประเทศไทย ทั้งราคาน้ำมัน, และความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลให้ผู้บริโภคเลื่อนการตัดสินใจซื้อออกไป ขณะที่ กลุ่ม SME ที่อยากซื้อรถมองว่า มาตรการนี้มีหลายเงื่อนไขที่ไม่เอื้อให้ตัดสินใจ เช่น สถาบันการเงินยังมีความเข้มงวดมากเกินไป เพราะห่วงหนี้ครัวเรือน ถึงแม้รัฐจะเข้ามาค้ำประกันก็จริง แต่หลายแห่งยังไม่ยอมปล่อยสินเชื่อ กังวลว่าต้นทุนของรถมือสองเวลาถูกยึดแล้วนำไปขายทอดตลาด จะทำให้ตนเองขาดทุน และที่สำคัญคือระยะเวลาดำเนินการยังช้ามาก  สอดคล้องกับ ผู้บริหารกลุ่มสินเชื่อ มองว่าคือมาตรการยังไม่ดีพอ สิ่งที่ควรปรับปรุงตอนนี้คือขยายขอบเขตมาตรการ  หามาตราการเสริมเช่นรถเก่าแลกรถใหม่  พร้อมหามาตรการลดภาษีมาเสริมด้วย ควรจะมีมาตราการสร้างโปรแกรมช่วยเงินดาวน์ หรือ ลดภาระดอกเบี้ย เพื่อให้ผู้ซื้อทั่วไปมีแรงจูงใจ หรือประกันพิเศษสำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ลูกค้าเก่าหรือรายใหม่ที่มีเครดิตดี  สำหรับมาตรการ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ให้สิทธิประโยชน์ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก โดยรัฐบาล กระทรวงการคลังเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมค้ำประกันให้ ส่วนปีที่ 4-7 คิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันต่ำเพียง 1.5% ต่อปี ของภาระหนี้ค้ำประกันในแต่ละปี ...

Read moreDetails
เจาะจุดเด่น New Porsche 911 Carrera GTS ที่มาพร้อมระบบ T-Hybrid รุ่นล่าสุด

สำหรับ 911 Carrera GTS รุ่นใหม่ วิศวกรของปอร์เช่ได้นำองค์ความรู้จากสนามแข่งมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบ T-Hybrid รุ่นล่าสุด ซึ่งโดดเด่นด้วยน้ำหนักเบาและสมรรถนะอันทรงพลัง โดยติดตั้งเทอร์โบชาร์จไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ระหว่างใบพัดอัดอากาศ (compressor) และกังหันไอเสีย (turbine wheel) ช่วยเร่งการทำงานของเทอร์โบทันทีและสร้างแรงดันอากาศ (boost pressure) ได้แบบฉับไว นอกจากนี้ มอเตอร์ไฟฟ้าในเทอร์โบชาร์จยังทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 11 กิโลวัตต์ (15 แรงม้า) จากพลังงานความร้อนของไอเสีย...

Read moreDetails
70 ปี ยามาฮ่า จากแบรนด์เครื่องดนตรีสู่แบรนด์มอเตอร์ไซค์ระดับโลก

บริษัท ยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด ได้กำเนิดขึ้นในวันที่ 1 กรกฎาคม 2498 ในปีนี้จึงเป็นปีครบรอบที่ 70 ปี ของการก่อตั้งบริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ กับจุดเริ่มเรื่องราวของ “ยามาฮ่า” โดย...

Read moreDetails
“สตาร์ เแฟลก” เลิกขาย เมอร์เซเดส-เบนซ์ … กระทบใครบ้าง ?

พลันที่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้แจ้งให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทราบว่า บริษัท เบนซ์ สตาร์แฟลก จำกัด หรือเบนซ์ สตาร์แฟลก (Benz Star Flag)...

Read moreDetails
Page 2 of 13 1 2 3 13