ผ่านมาหนึ่งปีครึ่งแล้ว สำหรับการก้าวขึ้นสู่ท็อปแมเนจเมนต์ขององค์กร จะเรียกว่าเป็นบททดสอบที่ท้าทายที่สุดคงไม่ผิดเพราะตลอดเวลาที่ "พงศธร เอื้อมงคลชัย ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Yamaha เขาต้องเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ กำลังซื้อที่อ่อนแอและหนี้ครัวเรือนของประเทศที่พุ่งสูงลิ่ว แต่ก็ยังสามารถประคับประคององค์กรผ่านมรสุมและคลื่นลมแรงมาได้ อุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์ผ่านจุดต่ำสุด เขาเชื่อว่าอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์วันนี้ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ยอมรับว่าช่วงนั้นไฟแนนซ์เข้มงวดมาก แต่ไม่ว่ากัน เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ ซึ่งไฟแนนซ์ก็ต้องทำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดด้วยการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ แต่วันนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นแล้ว ลูกค้ายอมควักจ่ายเงินดาวน์มากขึ้นเพื่อรักษาเครดิตของตัวเอง ผู้จำหน่ายก็มีระบบคัดกรองลูกค้า “เราค่อนข้างโชคดีเพราะว่าอุตสาหกรรมมอเตอร์ไซค์ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงขึ้นหรือลง ก็ยังขายได้เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นในการดำรงชีพ รวมถึงใช้สัญจรแม้ว่าในกรุงเทพจะมีรถไฟฟ้าเกิดขึ้นเยอะ ซึ่งก็ทำให้มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นทั้ง Delivery หรืออื่นๆ” ดังนั้นเมื่อพื้นฐานยังดีอยู่โดยเฉพาะดีมานด์ และระยะหลังไฟแนนซ์ผ่อนคลายมากขึ้นกว่าช่วงโควิด ผู้จำหน่ายปรับตัวพยายามสกรีนลูกค้าที่มีคุณภาพ กลไกทั้งหมดเริ่มปรับตัวทำให้ทุกอย่างเพิ่มขึ้นในเชิงบวก แต่ก็ไม่ถึงกับหวือหวา อย่างไรเสียคงต้องมองปัจจัยอื่นทางเศรษฐกิจ รายได้ของผู้บริโภคด้วย ตลาดชิปไปเซ็กเมนต์ออโต้ ประธานกรรมการบริหาร ยามาฮ่า ย้ำว่าตลาดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.) ยอดขายยามาฮ่ายังติดลบอยู่ราวๆ 0.9% ต้องยอมรับว่ากำลังการผลิตยังตอบสนองได้ไม่เพียงพอต่อตลาด นอกจากนี้ตลาดเองเปลี่ยนแปลงคือ ชิปจากรถโมเป็กไปเป็นรถกลุ่มออโตเมติก ซึ่งกลุ่มนี้เติบโตมากที่สุดคือ ออโตเมติก 125 ซีซี ครึ่งปีแรกโตถึง 30% อันนี้ถือเป็นโอกาสทองของยามาฮ่าจะต้องหยิบฉวยตลาดตรงนี้ ซึ่งยามาฮ่าถนัดกับตลาดอยู่แล้ว “ครึ่งปีแรกเราขายได้ 121,000 คัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีที่แล้วซึ่งทำได้ 123,000 คัน ถือว่าลดลงนิดหน่อย ปัญหามาจากซัพพลายเราน้อย ตอนนี้เรารู้ปัญหาและพยามทำซัพพลายให้ดีขึ้นเร่งขยายกำลังการผลิต ดังนั้นแผนรุกตลาดช่วงครึ่งปีหลัง อาวุธหลักของยามาฮ่าทั้งแกรนด์ฟีลาโน่ และฟาซิโอ จะต้องลุยผลิต 2 รุ่นนี้ให้มากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการตลาด” จี้ซัพพลายเออร์ยกระดับกำลังผลิต การทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ ซึ่งมีสัญญาอยู่แล้วเพียงแค่ยกระดับเพิ่มเติม วันนี้ยามาฮ่ามีกำลังผลิตโรงงานในประเทศราวๆ 300,000 คันต่อปี ผลิตรถจักรยานยนต์เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในประเทศและตลาดส่งออกด้วยกัน 7 รุ่น ได้แก่ แอร์ร็อกซ์, ฟาซิโอ, แกรนด์ฟีลาโน่, ฟินน์, เอ็มที-15, เอ็กซ์เอสอาร์ และทรีซิตี้ ถ้าพูดเรื่องการผลิตยามาฮ่ามองว่าตอนนี้เป็นความท้าทาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสีสัน จะเห็นว่าทุกวันนี้มอเตอร์ไซค์มีสีสันเยอะมาก ยกตัวอย่าง ฟาซิโอหรือแกรนด์ฟีลาโน่ 2 รุ่นนี้แทบจะไม่เหมือนกันเลย มีกราฟฟิคมีอะไรที่แตกต่าง คนวางแผนผลิตต้องสลับสีสลับรุ่นให้ตรงกับความต้องการตลาด หลังบ้านต้องใช้ความทุ่มเทมากขึ้น เช่น ผลิตมา 4 สีๆ ละ 100 คัน แต่จะสีหนึ่งที่โดดเด่นอาจจะต้องทำถึง 200 คัน และอาจจะเจอบางสีขายไม่ออกเลย นี่คือความท้าทาย ซึ่งการผลิตจะต้องเช็คให้ตรงกับความต้องการของตลาดให้มากที่สุด ไลฟ์ไซเคิลต้องวางแผนให้สั้นลงเพื่อให้ตรงความต้องการลูกค้า ...
Read moreDetails