• Home
  • Review
  • Car
  • Bike
  • Other
  • Motorsport
  • Lifestyle
CARZANOVA เว็บซ่าส์เรื่องยานยนต์
No Result
View All Result
  • Home
  • Review
  • Car
  • Bike
  • Other
  • Motorsport
  • Lifestyle
CARZANOVA เว็บซ่าส์เรื่องยานยนต์
No Result
View All Result
CARZANOVA เว็บซ่าส์เรื่องยานยนต์
No Result
View All Result

เทรนด์กำลังมา … กระบะหัวเดี่ยว 4×4  

Admin by Admin
June 19, 2025
in Review
5
SHARES
45
VIEWS
Share on FacebookShare on Twitter

ถ้ามองตลาดรถปิกอัพในประเทศไทย กระบะหัวเดี่ยว 4x4 รถประเภทนี้ถือว่ามีจำนวนการขายไม่มากเท่ากับรุ่นอื่นๆ เนื่องจากลักษณะของรถที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจงสำหรับลูกค้ากลุ่มเล็ก

โดยส่วนใหญ่แล้วรถปิกอัพขับเคลื่อน 4 ล้อที่ขายดีจะเป็นประเภท Double Cab หรือ 4 ประตูมากกว่า เพราะเป็นรถที่ใช้งานได้หลากหลาย มีความใกล้เคียงกับรถเก๋ง และที่สำคัญสำหรับรุ่นใหม่ๆ ที่ขายในบ้านเราตอนนี้ ติดออปชั่นอำนวยความสะดวกมาเต็มเม็ดเต็มหน่วย

แต่สำหรับกลุ่มลูกค้าของปิกอัพหัวเดี่ยวขับเคลื่อน 4 ล้อ ถ้าไม่ใช่ใช้ขนส่งสินค้าการเกษตรที่เป็นเส้นทางลาดชันทั้งถนนทั่วไป และเส้นทางชนบท ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ก็ต้องสายลุยหัวใจ Off-Road สายแต่ง หรือสาย Activity ที่ต้องการรถปิกอัพดีเซล กำลังเครื่องยนต์ดีๆ มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และไม่ต้องการออปชั่นอะไรมากมาย แค่มีกระบะท้ายยาวไว้ขนของประเภท Extreme ก็พอ ซึ่งกลุ่มนี้กำลังเป็นเทรนด์ที่หันมาสนใจรถประเภทนี้ แถมยังตกแต่งออกมาได้ดูสวยงามอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้รถปิกอัพหัวเดี่ยว 4×4 จะมีจำนวนการขายที่ไม่มากนัก แต่แบรนด์รถปิกอัพในประเทศไทยก็มีขายกันแทบทุกยี่ห้อ มาดูกันครับว่ามีคันไหนบ้าง และแต่ละคันมีไฮไลท์อะไรที่น่าสนใจ เผื่อวันใดวันหนึ่งคุณเกิดสนใจรถประเภทนี้ขึ้นมาจะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น ผมขอเริ่มจากขาใหญ่เจ้าตลาดปิกอัพเมืองไทย

TOYOTA

เรียกได้ว่าเป็นปิกอัพหัวเดี่ยว 4×4 ที่สาย Off-Road นิยมซื้อมาแต่งเอาไปลุยกันมากที่สุดเลยก็ว่าได้สำหรับ Toyota Revo Standard Cab โดยรุ่นย่อยที่เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มากับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2,755 ซีซี 4 สูบ คอมมอนเรล VN เทอร์โบ พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,000 – 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift มีระบบล็อคเฟืองท้าย Differential Lock ความสูงจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถอยู่ที่ 205 มม. ระยะห่างฐานล้อหน้า – หลัง 3,085 มม. มิติกระบะท้าย (กว้าง x ยาว x สูง) 2,315 x 1575 x 480 มม.

ภายนอกมีล้อกระทะเหล็กขนาด 17 นิ้ว กระจกมองข้างสีดำปรับไฟฟ้า ภายในห้องโดยสาร พวงมาลัยปรับได้สองทิศทางขึ้น – ลง กระจกไฟฟ้าขึ้น-ลงอัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันการหนีบฝั่งคนขับ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Andriod Auto มีระบบเชื่อมต่อ Bluetooth ระบบความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัยคู่หน้า และสำหรับหัวเข่าฝั่งคนขับ ระบบช่วยเบรกต่างๆ ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว และระบบ HAC ช่วยออกตัวบาทางลาดชัน

ISUZU

สำหรับ Isuzu ก็จะเป็น SPARK 4×4 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2,999 ซีซี 4 สูบ คอมมอนเรล เทอร์โบ VGS พละกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Rev Tronic มีระบบล็อคเฟืองท้ายไฟฟ้า Electronic Differential Lock มีโหมด Rough Terrain ความสูงจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถ (เสื้อเพลา) อยู่ที่ 220 มม. ระยะห่างฐานล้อหน้า – หลัง 3,125 มม. มิติกระบะท้าย (กว้าง x ยาว x สูง) 2,330 x 1590 x 465 มม.

การตกแต่งภายนอกไม่มีอะไรตามสไตล์รถกระบะใช้งาน มีเพิ่มเติมไฟหน้าเดิมๆ ด้วยระบบไฟหน้า Follow me home ล้อกระทะเหล็กขนาด 16 นิ้ว กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถปรับไฟฟ้า ภายในห้องโดยสารก็เช่นกัน เน้นอุปกรณ์จำเป็นต่อการใช้งานเท่านั้น อย่างเช่น พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง กระจกไฟฟ้าขึ้น-ลงอัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันการหนีบฝั่งคนขับ ระบบเครื่องเสียงไม่ธรรมดา มากับหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย มี Bluetooth และ Wifi Mirroring มีช่องต่อ DC 12V ส่วนระบบความปลอดภัยมีให้ตามมาตรฐานเช่น ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบปลดล็อคประตูอัตโนมัติเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน ที่เหลือก็เป็นระบบช่วยเบรกต่างๆ ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว และที่ต้องมีก็คือ ระบบ HSA ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และ HDC ควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน

FORD

คันต่อมาเข้าตาสายลุยสายแกร่งอย่างแน่นอนกับ Ford Ranger Standard Cab 4×4 และที่สำคัญ Ford ประเทศไทย เขาออกปิกอัพหัวเดี่ยวมาขายเป็นรุ่นนี้รุ่นเดียวเท่านั้น ไม่มีตัวเตี้ยขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง ขุมพลังติดตัวมาเป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบ VG พละกำลัง 170 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด ที่ 405 นิวตันเมตรที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกแบบเดียวคือ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด มีระบบล็อคเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า Electronic Locking Rear Differential ความสูงจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถอยู่ที่ 230 มม. ระยะห่างฐานล้อหน้า – หลัง 3,270 มม. มิติกระบะท้าย (กว้าง x ยาว x สูง) 2,332 x 1,420 x 540 มม.

ภายนอกมีล้อกระทะเหล็กขนาด 16 นิ้ว ไฟหน้ามีลูกเล่นอย่างเดียวคือระบบเปิด – ปิดไฟฟ้าอัตโนมัติ ภายในมีเครื่องเสียงเป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว มีสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย รองรับ Apple CarPlay และ Andriod Auto ไร้สาย มีระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และระบบสั่งงานด้วยเสียง ระบบความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบช่วยเบรกต่างๆ ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว

MITSUBISHI

มาถึงคันที่ 4 รถจากค่ายที่ตอนนี้กำลังโด่งดังในวงการ Cross Country Rally เลยทีเดียวกับ Mitsubishi Triton โดยเจ้าตัวปิ๊กอัพหัวเดี่ยว 4×4 จะเป็นรุ่น Single Cab 4WD Pro มากับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2,442 ซีซี 4 สูบ เทอร์โบ VG พละกำลัง 184 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,250 – 2,500 รอบ/นาที มีระบบ Auto Stop & Go ช่วยประหยัดเชื้อเพลิง ระบบเกียร์มีให้เลือกทั้งธรรมดา 6 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีด มีระบบล็อคเฟืองท้ายหลัง Rear Differential Lock ความสูงจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถ (วัดจากจุดต่ำสุดของรถ) อยู่ที่ 203 มม. ระยะห่างฐานล้อหน้า – หลัง 3,130 มม. มิติกระบะท้าย (กว้าง x ยาว x สูง) 2,340 x 1,580 x 515 มม.

ภายนอกใช้ล้อกระทะเหล็กขนาด 16 นิ้ว ไฟหน้ามีระบบ Coming Home Light (เหมือน Follow me home) ภายในห้องโดยสารกระจกไฟฟ้าพร้อมระบบกันหนีบฝั่งคนขับ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto มีระบบเชื่อมต่อ Bluetooth รองรับระบบการเชื่อมต่อภาพและเสียง Mirror Link จากสมาร์ทโฟน พวงมาลัยมีสวิทช์ควบคุมเครื่องเสียง ช่องจ่ายกระแสไฟฟ้า DC 12V ระบบความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัยคู่หน้า และหัวเข่าคนขับ ระบบช่วยเบรกต่างๆ ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ระบบ HSA ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน

NISSSAN

คันนี้เหมือนถูกลืมไปในตลาดปิกอัพบ้านเรา ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นรถปิกอัพที่ขับดีมากๆ คันหนึ่งที่ผมเคยขับมาเลยก็ว่าได้ มันคือ Nissan Navara ซึ่งก็มีที่เป็นหัวเดี่ยวขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยเหมือนกัน เครื่องยนต์เป็นดีเซลขนาด 2,298 ซีซี 4 สูบ เทอร์โบ VGS มีพละกำลัง 160 แรงม้าที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 403 นิวตันเมตรที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที ระบบเกียร์มีให้เลือกแบบเดียวคือเกียร์ธรรมดา 6 สปีด มีระบบล็อคเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า ความสูงจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถอยู่ที่ 220 มม. ระยะห่างฐานล้อหน้า – หลัง 3,150 มม. มิติกระบะท้าย (กว้าง x ยาว x สูง) 2,310 x 1,550 x 470 มม. ใช้ล้อกระทะขนาด 16 นิ้ว และมีส่วนที่ต่างจากคันอื่นๆ คือ ด้านข้างกระบะมีช่องสำหรับสอดเท้าเพื่อให้ปีนยกของขึ้น-ลงกระบะสะดวกมากขึ้น

ภายในมีระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto รวมถึงการเชื่อมต่อ Nissan Connect กระจกไฟฟ้า โดยฝั่งคนขับปรับขึ้นลงอัตโนมัติพร้อมระบบกันหนีบ ระบบความปลอดภัยมีระบบช่วยเบรกต่างๆ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า

GWM

รถประเภทนี้ไม่ใช่ว่าจะมีแค่จากทางค่ายญี่ปุ่นนะครับ เพราะล่าสุดทาง GWM ก็ส่งปิ๊กอัพหัวเดี่ยว 4×4 ลงมาเล่นในตลาดนี้ด้วยเหมือนกัน ภายใต้ชื่อ GWM POER 2.4T PRO SINGLE CAB AUTO 4WD แต่จะว่าไปลักษณะมันก็ไม่เหมือนรถญี่ปุ่น 5 คันที่กล่าวมา เพราะเจ้า Poer รุ่นนี้มันมีกระบะท้ายไม่เหมือนคนอื่น (ตามรูป) เครื่องยนต์เป็นดีเซลขนาด 2,370 ซีซี เทอร์โบ พละกำลัง 184 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยภายนอกแตกต่างจากรถค่ายญี่ปุ่นตรงที่ให้ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

คราวนี้ลองมาเทียบกันดูแบบหมัดต่อหมัดว่า ปิกอัพหัวเดี่ยว 4×4 ค่ายไหนมีอะไรที่โดดเด่นและได้เปรียบคันอื่นบ้าง แต่ครั้งนี้จะยังไม่รวมเจ้า GWM Poer นะครับ เนื่องจากข้อมูลรถเปิดเผยมาน้อยเหลือเกิน ด้านรูปร่างหน้าตาของรถอันนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล แต่หากมองกันเรื่องความ “ใหม่” Toyota Revo ความสดน้อยสุด เพราะยังคงเป็นตัวเดิมที่แม้จะไมเนอร์เชนจ์มาแล้ว แต่ถ้าตัดเรื่องความใหม่ออกไป ก็ยังถือว่าเป็นปิกอัพหน้าตาดีที่หล่อเหลาเอาการ ตกแต่งเพิ่มเล็กน้อยก็โดดเด่นขึ้นมาได้อีกเยอะ Isuzu D-Max ก็เช่นกัน แม้จะอ้างว่าเป็น All-New แล้ว แต่ผมก็ยังมองว่าหน้าตามันก็คล้ายๆ เดิม ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ก็มีต่างกันแค่ไฟหน้า กระจังหน้า แล้วก็กันชนหน้าเท่านั้นเอง แล้วก็ไม่ได้ต่างอะไรไปเยอะ

Nissan Navara ยิ่งแล้วใหญ่ ใช้หน้านี้มาหลายปีแล้ว และก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีรุ่นใหม่ออกมาแต่อย่างใด และยิ่งถ้าเทียบกับ Revo หรือ D-Max เส้นทางการไปต่อในเรื่องการตกแต่งดูจะเป็นรอง 2 แบรนด์เจ้าตลาดอยู่ แต่ถ้าจะเอาเรื่องความสดใหม่ของหน้าตา ต้องยกให้ Mitsubishi Triton เพราะถือเป็นโมเดลใหม่ที่เปิดตัวมาได้ไม่นานมาก ปรับโฉมจากโมเดลที่แล้วไปอย่างผิดหูผิดตา มาในมาดแข็งแกร่งบึกบึน ถูกใจขาลุยหลายคน อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมว่า ถ้าพูดกันถึงความหล่อ Ford Ranger เขาก็ไม่แพ้ใคร ซึ่งผมเชื่อว่าหลายๆ คนคิดเหมือนผมว่าในบรรดารถที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ตอนนี้ Ranger หล่อสุด

เรื่องต่อมาที่ลูกค้าที่ซื้อไปใช้ขนของหลายคนให้ความสำคัญก็คือ พื้นที่ของกระบะท้าย ถ้าตัวเลขรวมแบบ กว้าง x ยาว x สูง Mitsubishi Triton จะเป็นคันที่มีพื้นที่กระบะบรรทุกมากที่สุด แต่ผมก็จะบอกว่ามันก็ไม่ได้ต่างกันมากมายอะไรนัก มาถึงเรื่องที่สายกระบะดีเซลเขาให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ก็คือเรื่องสมรรนะความแรง งานนี้พี่ Toyota เขานอนนำมาเลย แม้จะมีความจุกระบอกสูบน้อยกว่า D-Max แต่เครื่องยนต์ดีเซลพิกัด 2.8 ลิตร เทอร์โบ ที่ติดตัว Revo หัวเดี่ยว ขับเคลื่อน 4 ล้อ มันมีพละกำลังเดิมๆ จากโรงงานมาถึง 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดก็ปาไป 500 นิวตันเมตร

รองลงมาก็เป็น D-Max ที่มีมา 190 แรงม้า 450 นิวตันเมตร จึงไม่ต้องแปลกใจว่าลูกค้ากระบะสายซิ่งทำไมถึงเลือก Toyota กับ Isuzu มาเป็นอันดับต้นๆ รวมถึงในกลุ่มของคนที่ซื้อมาตกแต่งโมดิฟายเพิ่มเติม ของแต่ง Toyota และ Isuzu ก็มีให้เลือกมากมายหลายสำนัก เป็นสูตรสำเร็จให้เลือกทำกันได้ตามแต่งบประมาณที่มีอยู่ในกระเป๋า

ในขณะที่อีก 3 คันที่เหลืออย่าง Ford Ranger , Mitsubishi Triton และ Nissan Navara ถามว่ามีของแต่งมั้ย มีครับ แต่น้อยกว่า Revo และ D-Max สังเกตง่ายๆ ในวงการมอเตอร์สปอร์ต รถปิกอัพที่ทีมแข่งนิยมนำมาใช้ลงแข่งขันก็จะเป็น Toyota กับ Isuzu เกือบทั้งหมด Ford Ranger มีบ้างประปรายแต่ก็จะเป็นรถของทีมโรงงานอิมพอร์ตของแต่งจากทางออสเตรเลียกันเข้ามาเลย หรืออย่าง Mitsubishi Triton ก็เช่นกัน ที่เราเห็นเฉิดฉายอยู่ในรายการ Asia Cross Country Rally ก็เป็นของทีม RalliArt ที่ขนทีมงานมาจากญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว ถ้าเป็นรถที่ช่างไทยปั้นกันเองมีแต่ Toyota กับ Isuzu ทั้งนั้นล่ะครับ ส่วนเรื่องความสูงจากพื้นถนนเผื่อใครห่วงเรื่องลุยน้ำหรือไปในที่ทุรกันดาร Ford มีมากที่สุดที่ 230 มม. ส่วนคันที่เตี้ยสุดเป็น Mitsubishi Triton ที่ระยะห่างจากใต้ท้องรถถึงพื้นถนนอยู่ที่ 203 มม. 

เรื่องภายในห้องโดยสารและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ รถในกลุ่มนี้ไม่เน้นอะไรมาก แต่เราก็ได้เห็นว่าแม้จะเป็นรถปิ๊กอัพหัวเดี่ยว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีให้ฟังแค่ AM/FM เหมือนอย่างสมัยก่อน เพราะถ้าคุณย้อนไปดูทุกคันมีฟังก์ชั่นเชื่อมต่อ Apple CarPlay กับ Android Auto อยากเพิ่มความสุนทรีย์ก็เปลี่ยนลำโพงสักหน่อย แค่นี้ก็รื่นเริงบันเทิงไปบนเส้นทางยาวๆ ได้แล้วครับ  

มาถึงเรื่องราคา ถ้าคุณมีความจำเป็นต้องใช้งานรถกระบะขนของที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รวมถึงกลุ่มสายลุยที่ตั้งใจซื้อไปเป็นของเล่น ก็ถือว่าค่าตัวอยู่ในระดับที่รับได้ โดยมีราคาตามนี้เลยครับ

Isuzu Spark 3.0 DdiS 4×4 เกียร์ธรรมดา 740,000 บาท เกียร์อัตโนมัติ 780,000 บาท

Toyota Revo Standard Cab 2.8 4×4 เกียร์ธรรมดา 749,000 บาท  เกียร์อัตโนมัติ 801,000 บาท

Ford Ranger Standard Cab XL 2.0L 4×4 เกียร์ธรรมดา 732,000 บาท

Mitsubishi Triton Single Cab Pro 2.4 4×4  เกียร์ธรรมดา 709,000 บาท เกียร์อัตโนมัติ 759,000 บาท  

Nissan Navara SC SL 4×4 เกียร์ธรรมดา 669,000 บาท

อย่างที่บอกว่าเป็นราคาที่เล่นได้ และที่สำคัญผมรู้มาว่าบางยี่ห้อในนี้ตอนนี้เปิดส่วนลดกันหลักแสน! แต่ผมแนะนำว่าลองเช็คดูก่อนนะครับว่ามีรถขาย หรือพร้อมส่งมอบหรือไม่ เพราะหลายครั้งที่เห็นว่ามีรุ่นนั้นรุ่นนี้ในโบรชัวร์ แต่เอาเข้าจริงโรงงานผลิตรถรุ่นนั้นออกมาน้อยมากหรือแทบไม่ผลิตเลยก็มี

และที่สำคัญรถปิกอัพหัวเดียว 4×4 ทุกยี่ห้อถ้าเทียบกับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกันแต่เป็นขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคามันต่างกันประมาณ 1 แสนบาท ซึ่งถ้าเป็นคนที่ต้องการแค่รถปิกอัพที่ซื้อมาเพื่อแค่ขนของ ใครจะไปจ่ายเพิ่มอีกตั้ง 1 แสนบาท และที่สำคัญไม่มีออปชั่นอะไรเพิ่มเลยอีกต่างหาก แต่รถกลุ่มนี้กำลังเป็นเทรนด์ที่สายลุย  สายแต่ง สายเล่นกิจกรรมเค้าเล่นกัน หากไม่รวมคนทำมาหากินที่ต้องขับขึ้นเขาขึ้นดอย

สุดท้ายนี้ ใครชอบแบรนด์ไหน ยี่ห้อไหน เลือกได้เลยครับ ผมว่าทุกยี่ห้อที่ผมยกมานี้ ใช้แล้ว Happy มีความสุขทุกแบรนด์ครับ

Related Posts

ชำแหละค่าดูแลรักษา NEW GWM TANK 500 DIESEL
Review

ชำแหละค่าดูแลรักษา NEW GWM TANK 500 DIESEL

August 27, 2025
มัดรวมโปรโมชั่นงาน BIG MOTOR SALE 2025
Review

มัดรวมโปรโมชั่นงาน BIG MOTOR SALE 2025

August 27, 2025
ทำไม PHEV ถึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ยุคใหม่ในประเทศไทย
Review

ทำไม PHEV ถึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ยุคใหม่ในประเทศไทย

August 26, 2025
เจาะลึกการทำงาน Parallel Hybrid ของ Hyundai SANTA FE ทั้งแรงทั้งประหยัดของเทคโนโลยีไฮบริดสัญชาติเกาหลี
Review

เจาะลึกการทำงาน Parallel Hybrid ของ Hyundai SANTA FE ทั้งแรงทั้งประหยัดของเทคโนโลยีไฮบริดสัญชาติเกาหลี

August 26, 2025

Category

  • Review
  • Car
  • Bike
  • Other
  • Motorsport
  • Lifestyle

Tags

70mai AAS Akrapovic Aston Martin Bentley BYD Changan CHERY V23 Continental Deepal EV Fast Auto Show Thailand Fast Auto Show Thailand 2025 Ferrari Ford Fregata GWM TANK 300 Honda Hyundai JAECOO 6 EV Lamborghini Leapmotor Lexus MASERATI Mercedes-Benz MGC-ASIA Millennium Auto Mitsubishi MMS MOTIF Motorrad NEXZTER Nissan OMODA Porsche PTG Royal Enfield Suzuki SUZUKI JIMNY Tesla Toyota Volvo Yamaha Zeekr มาสเตอร์เซอร์ทิฟายด์ยูสคาร์

About

มิติใหม่แห่งข่าวสาร ความเคลื่อนไหวในแวดวงยานยนต์ และไลฟ์สไตล์ บนโลกออนไลน์ ในรูปแบบวาไรตี้ ที่ไม่ควรพลาด

Categories

  • Review
  • Car
  • Bike
  • Other
  • Motorsport
  • Lifestyle

Browse by Tag

70mai (1) AAS (2) Akrapovic (1) Aston Martin (1) Bentley (4) BYD (2) Changan (1) CHERY V23 (1) Continental (1) Deepal (1) EV (1) Fast Auto Show Thailand (1) Fast Auto Show Thailand 2025 (1) Ferrari (1) Ford (4) Fregata (1) GWM TANK 300 (1) Honda (5) Hyundai (3) JAECOO 6 EV (1) Lamborghini (4) Leapmotor (1) Lexus (1) MASERATI (1) Mercedes-Benz (2) MGC-ASIA (1) Millennium Auto (1) Mitsubishi (5) MMS (1) MOTIF (2) Motorrad (2) NEXZTER (1) Nissan (3) OMODA (1) Porsche (7) PTG (1) Royal Enfield (2) Suzuki (2) SUZUKI JIMNY (1) Tesla (1) Toyota (14) Volvo (2) Yamaha (6) Zeekr (3) มาสเตอร์เซอร์ทิฟายด์ยูสคาร์ (1)

Recent Posts

  • โตโยต้า “แต่งสุดเต็มสปีดสไตล์ GR” ในงาน “Bangkok Auto Salon 2025”
  • Curvistan Bangkok ถ่ายทอดจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตของ Porsche

© 2024 CARZANOVA เว็บซ่าส์เรื่องยานยนต์

No Result
View All Result
  • Home
  • Review
  • Car
  • Bike
  • Other
  • Motorsport
  • Lifestyle

© 2024 CARZANOVA เว็บซ่าส์เรื่องยานยนต์