กลุ่ม MGC-Asia โดย ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) เตรียมจัดงาน Mobility Expo 2026 ตามแนวคิด Connected City ณ สยามพารากอนระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน โดยรวบรวมยนตรกรรมกว่า 20 แบรนด์ ครอบคลุมทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภค

ไฮไลต์สำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้วยโปรแกรม Buy Back Guarantee เพื่อรักษาระดับราคาขายต่อรวมถึงมอบสิทธิประโยชน์และแคมเปญพิเศษ ลูกค้าที่จองรถในงานรับ Voucher มูลค่าสูงสุดถึง 100,000 บาท รับคะแนนสะสม MGC Point ภายใต้ Mobiliz โปรแกรม ซึ่งเป็น Loyalty Program ของทางเครือ โปรโมชั่นรถเช่าจาก SIXT เริ่มต้นเพียง 699 บาท และบริการจาก Master Car Rental สำหรับลูกค้าองค์กรและรายย่อย ตลอดการจัดงาน 5 วัน จะมีการแสดงจากศิลปินมากมาย โดยมีไฮไลท์คือคู่จิ้น “นัทและฮง” ที่จะมาร่วมสร้างสีสันในงาน

ลั่นปี 2569 โต 20% ท่ามกลางวิกฤต
ดร. สัณหวุฒิ มั่นใจว่าปี 2569 เครือ MGC น่าจะทำรายได้รวมทั้งปีโตขึ้น 20% โดยคาดการณ์ว่าผลประกอบการจะมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน ซึ่งผู้บริโภคเลือกหาสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะความประหยัด และเมื่อพิจารณาจากปริมาณยอดค้างส่งมอบที่อยู่ในระดับสูง จะทำให้ช่วงรอยต่อเข้าสู่ครึ่งปีหลังซึ่งบริษัทมีรถรอส่งมอบมากกว่า 2,000 คัน จะยิ่งช่วยให้ผลประกอบจากนี้เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง โดยปัจจุบันมีระยะเวลารอรับรถยาวนานประมาณ 4 เดือน โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีความต้องการมากกว่าสินค้าอื่น

สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
เรายังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะเรื่องราคาขายต่อและบริการหลังการขาย อาทิ โปรแกรมการันตีรับซื้อคืน หรือ Buy Back Guarantee ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักเพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องค่าซากหรือมูลค่ารถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ทั้งกลุ่มเรามีโปรแกรมรับซื้อคืนตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น เมื่อใช้ครบ 4 ปี เพื่อไม่ให้ราคาขายต่อตกลงต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเหมือนที่หลายคนกังวล

รักษาโครงสร้างราคาและภาพลักษณ์แบรนด์
MGC-Asia ยังเน้นการทำตลาดโดยจะไม่ใช้วิธีลดราคาสินค้าโดยตรงเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อราคาขายต่อและไม่ให้ลูกค้าเดิมรู้สึกเสียเปรียบ แต่จะใช้วิธีมอบสิทธิประโยชน์ผ่านLifestyle Program แทน เช่น บัตรกำนัลช้อปปิ้งทริปเรือยอร์ช หรือที่พักโรงแรมหรู

เรายังให้ความสำคัญกับระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร โดยสร้างความมั่นใจผ่านศูนย์บริการหลังการขายที่มีมากกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ และมีช่องซ่อมเกือบ 1,000 ช่องซ่อม พร้อมช่างเทคนิคที่เชี่ยวชาญ รวมถึงการขยายศูนย์ซ่อมสีและตัวถังให้ครอบคลุมมากขึ้น เรามีความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่าย ปัจจุบันประเทศไทยมีความพร้อมด้าน Infrastructure และสถานีชาร์จที่ครอบคลุมมากขึ้น ทำให้ลูกค้าคลายความกังวลในการใช้งานจริงไปได้เยอะ
เลือกแบรนด์ที่หลากหลายและมีคุณภาพ
MGC-Asia มีการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากหลายค่ายชั้นนำ เช่น Rolls-Royce Spectre, Maserati, BMW, Mini, XPENG และ ZEEKR เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการและมีความมั่นใจในเทคโนโลยีของแต่ละแบรนด์ การขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง แบรนด์ต่างๆ ในเครือจะมีการเปิดตัวยนตรกรรมใหม่ในเซ็กเมนต์ใหม่ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้ธุรกิจเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 3 และ 4

เร่งเสริมความแข็งแกร่งของ Ecosystem
บริษัทมีแผนลงทุนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นผ่านการบริการ โดยจะขยายศูนย์ซ่อมสีและตัวถังของMMS เพิ่มอีกประมาณ 3 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล นอกจากนี้จะขยายเครือข่ายศูนย์บริการของแบรนด์ XPENG เพื่อรองรับรถรุ่นใหม่ที่จะเข้ามา รวมถึงการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ทั้งการซื้อ ขาย เช่าและบริการทางการเงินโดยเฉพาะการเติบโตของAlpha X บริษัทร่วมทุนกับ SCBX ที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้ามั่งคั่ง ด้วยบริการสินเชื่อรถยนต์ เรือยอร์ช และบริการทางการเงินรูปแบบอื่นๆ
ตอนนี้ในโฟลิโอของ MGC-Asia มีทั้งรถยนต์น้ำมัน, ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ขณะที่การเช่าก็มีบริการผ่าน Master Car Rental สำหรับลูกค้าองค์กรและรายย่อย รวมถึงบริการรถเช่าระยะสั้นผ่าน SixT
เปิดไฮไลต์ Mobility Expo 2026
งาน MGC-ASIA Mobility Expo 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน2569 เรามีแบรนด์ยนตรกรรมชั้นนำกว่า 20 แบรนด์ ครอบคลุมทุกระบบขับเคลื่อน ทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปเบนซินและดีเซล,ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า

เราแบ่งโซนการแสดงตาม 4 ธีมหลัก เพื่อสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างได้แก่ Future Mobility, Urban, Prestige และ Smart Everyday ซึ่งมีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการนำเสนอด้วย
ยนตรกรรมไฟฟ้า (EV) รุ่นไฮไลต์มีการจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ระดับพรีเมียมและแบรนด์ใหม่ ๆ เช่น Rolls-Royce Spectre, Maserati, BMW (รุ่นไฟฟ้า), Mini (รุ่นไฟฟ้า) รวมถึงแบรนด์จากค่าย XPENG และ ZEEKR
โปรแกรมการันตีราคารับซื้อคืน หรือ Buy Back Guarantee หนึ่งในไฮไลต์เพื่อสร้างความเชื่อมั่น รับซื้อคืนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อแก้ปัญหาความกังวลเรื่องราคาขายต่อหรือค่าซากของผู้บริโภค
สำหรับสิทธิประโยชน์และแคมเปญพิเศษ ลูกค้าที่จองรถในงานมีโอกาสได้รับ Voucher มูลค่าสูงสุดถึง 100,000 บาท ได้รับคะแนนสะสมMGC Point ภายใต้ Mobiliz โปรแกรม ซึ่งเป็นLoyalty Program ของทางเครือ โปรโมชั่นรถเช่าจาก SIXT เริ่มต้นเพียง 699 บาท และบริการจาก Master Car Rental สำหรับลูกค้าองค์กรและรายย่อย

ตลอดการจัดงาน 5 วัน จะมีการแสดงจากศิลปินมากมาย โดยมีไฮไลท์คือคู่จิ้น “นัทและฮง” ที่จะมาร่วมสร้างสีสันในงาน นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังเป็นเวทีที่ MGC-Asia ใช้ในการแสดงความพร้อมของระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงบริการ “ซื้อ ขายเช่า” ไว้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่เริ่มเปิดใจรับเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ ๆ มากขึ้น














