GAC Thailand ประกาศลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ บริษัท เอ็ม 18 โมบิลิตี้ จำกัด (M18 Mobility) เปิดตัว “MGO” (บริษัทในเครือ M18 Mobility) โครงการพาร์ทเนอร์รถแท็กซี่ไฟฟ้าพรีเมียม ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานของผู้ขับขี่แท็กซี่มืออาชีพในประเทศไทยโดยเฉพาะ พร้อมทำพิธีส่งมอบรถแท็กซี่ไฟฟ้า “GAC AION Y Plus 410” ล็อตแรกจำนวน 15 คัน แก่ผู้ขับขี่รุ่นบุกเบิก สะท้อนความเชื่อมั่นในนวัตกรรมยานยนต์และการบริการหลังการขายแบบครบวงจร

การผนึกกำลังในครั้งนี้ MGO (เอ็ม โก) ไม่ได้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบการขายรถยนต์เชิงพาณิชย์ทั่วไป แต่มุ่งเน้นการเป็น “ผู้สร้างระบบนิเวศการเดินทางไฟฟ้าที่ครบวงจร (EV Mobility Ecosystem)” ที่ออกแบบระบบสนับสนุนให้คนขับแท็กซี่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่สูง โดยเปิดโอกาสให้คนขับเข้าร่วมในรูปแบบเช่าขับเพื่อเป็นเจ้าของ (Drive-to-Own) สัญญา 7 ปี ในอัตราค่าเช่าเริ่มต้นเพียงวันละ 799 บาทในช่วง 3 ปีแรก และลดเหลือ 699 บาทในอีก 4 ปีหลัง ทั้งนี้จากข้อมูลการใช้งานพบว่า รถยนต์ไฟฟ้าสามารถช่วยลดต้นทุนค่าพลังงานได้มากกว่า LPG ถึง 55% ต่อกิโลเมตร หรือประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อปี ส่งผลให้ผู้ขับขี่มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ตลาดรถแท็กซี่ไฟฟ้าในประเทศไทยยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีรถแท็กซี่ไฟฟ้าใช้งานอยู่กว่า 6,000 คัน และมีอัตราการเติบโตมากกว่า 260% ในช่วงปี 2567-2568 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของผู้ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างสาธารณะสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างชัดเจน จากปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานที่ต่ำกว่า ความคุ้มค่าในการบำรุงรักษา และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาด EV Taxi กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงของประเทศไทย

ด้วยแนวโน้มดังกล่าว MGO จึงวางแผนขยายเครือข่ายผู้ขับขี่และจำนวนรถในโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการใช้งานรถแท็กซี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น MGO ตั้งเป้าหมายขยายฟลีทส่งมอบรถแท็กซี่ไฟฟ้าให้ครบ 500 คันภายในปีแรก และวางเป้าหมายระยะยาวขยายสู่ 3,000 คันภายใน 3 ปีของการดำเนินงาน พร้อมเร่งอัตราการเติบโตของการส่งมอบรถในทุกๆ ไตรมาส โดยในระยะแรก MGO จะเน้นปักหลักให้บริการใน 2 ย่านธุรกิจสำคัญที่เชื่อมต่อกับสนามบินหลักของประเทศ ได้แก่ ย่านสะพานใหม่-ดอนเมือง และย่านกิ่งแก้ว-สุวรรณภูมิ เพื่อรองรับพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งเหนือ ฝั่งตะวันออก และจังหวัดปริมณฑลโดยรอบ

เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่ MGO Mobility ได้เตรียมโครงสร้างพื้นฐานระดับพรีเมียมไว้อย่างแข็งแกร่ง ประกอบด้วย MGO Taxi Center 2 แห่งที่สะพานใหม่-ดอนเมือง และกิ่งแก้ว-สุวรรณภูมิ ช่องบริการเช็คระยะแบบ Fast-lane เฉพาะรถแท็กซี่ MGO ณ ศูนย์บริการ M18ทั้ง 3 สาขา (ลำลูกกา, สะพานใหม่, ธัญบุรี คลอง 2) ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังและ GAC Mobility Hub ที่มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ที่สุดของการใช้รถ EV ณ ธัญบุรีคลอง 2 ตลอดจนการร่วมมือกับเครือข่ายสถานีชาร์จ iGreen+ และสถานีพลังงานบางจาก Best Energy นอกจากนี้ ในอนาคต MGO มีแผนจัดตั้งหน่วยบริการซ่อมบำรุงเคลื่อนที่ (Mobile Service) เพื่อดูแลผู้ขับขี่ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับผู้ขับขี่แท็กซี่มืออาชีพที่สนใจเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ MGO สำหรับ 50 คันแรก จะได้รับสิทธิพิเศษเครดิตชาร์จไฟฟรีสูงสุด 27,000 บาทตลอดอายุสัญญา ณ สถานีชาร์จ iGreen+ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ MGO สำนักงานใหญ่สะพานใหม่ และสาขากิ่งแก้ว














