ศึกแท็กซี่ จะบานปลายแค่ไหน? ใครสมควร ต้องปรับตัว
ศึกแท็กซี่กับรถรับจ้างผ่านแอปพิเคชั่นเมื่อวันก่อนที่ “วรพล แกมขุนทด” นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ ยกพวกเกือบ 100 คน ไปกดดันกระทรวงคมนาคมให้รีบแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรม ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดจุดให้บริการผู้โดยสารที่เรียกรถรับจ้างสาธารณะผ่านแกร็บ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้โดยสาร และต้องการการตัดวงจรรถรับจ้างผิดกฎหมายไม่ให้เข้ามารับผู้โดยสารภายในสนามบิน ส่งผลกระทบกับบรรดาแท็กซี่ในสนามบิน และมองว่านี่คือการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุน ทั้งนี้กลุ่มแท็กซี่ต่างขอความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะเลือกแท็กซี่ หรือรถรับจ้างผ่านแอป แถมยังขู่จะยกระดับถึงขั้นปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และหากเลือกแกร็บถือเป็นการขายชาติ ซึ่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป จริงๆ แล้วประเด็นสารพัดปัญหาของแท็กซี่เมืองไทยมีมาอย่างยาวนานพอสมควร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามเข้าไปแก้ไข แต่ยังไม่สำเร็จ ถ้ามองแบบเป็นกลาง และยืนบนพื้นฐานของความเท่าเทียม ไม่ให้ใครได้เปรียบเสียเปรียบ แล้วมาแข่งกันที่บริการ ให้ผู้บริโภคเขาตัดสินใจ ใครให้บริการดีกว่าคุ้มค่ากว่าเขาต้องเลือกแน่ แต่เคสนี้ต้องยอมรับว่า มีปัญหาจริงเพราะปกติบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่นต้องไม่มีเคาเตอร์รับบริการ ซึ่ง “จิรุตม์ วิศาลจิตร” อธิบดีกรมการขนส่งทางบกก็ยืนยันชัดเจนว่า ตามกฎกระทรวงแล้วแอปพลิเคชั่นเป็นการเรียกผ่านโทรศัพท์มือถือหรือแพลตฟอร์มออนไลน์เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ตั้งวินในพื้นที่ถนนสาธารณะ แต่จุดนี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของการท่าอากาศฯ ซึ่งมีสิทธิในการบริหารจัดการ อย่างไรก็ตาม หากมีการตั้งวินริมถนนสาธารณะ จะถือว่าผิดกฎหมาย และคงต้องหารือกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการท่าฯ และตัวแทนกลุ่มแท็กซี่เพื่อหารือกัน...


















