เอ็มจี เซลส์ ตั้งเป้ากวาดแชร์ 5% ลั่นขึ้นท็อป 5 ในตลาดยานยนต์ไทยภายในทศวรรษที่ 2 เติมเต็มพอร์ตรถยนต์ไฟฟ้า และไฮบริด ปลื้ม 11 ปี กวาดยอดขายสะสมกว่า 2 แสนคัน เคาะราคา IM6 เริ่มต้น 1.399 ล้านบาท

เอ็มจี สร้างผลงานในไทยโดดเด่นมาก โดยระยะเวลา 11 ปีมียอดขายรวมกว่า 220,000 คัน ทั้งยังมียอดการส่งออกรถยนต์จากฐานการผลิตในไทยไปยังภูมิภาคอาเซียนแล้วมากกว่า 32,000 คัน ดังนั้นในช่วงทศวรรษที่ 2 เอ็มจีมุ่งมั่นที่จะขึ้นท็อป 5 ในตลาดรถยนต์ของประเทศไทย รวมถึงตั้งเป้าปีนี้ครองส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 5% พร้อมเร่งพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเอ็มจี มีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ และรถไฮบริด เพิ่มเติมภายในปี 2026 เริ่มต้นด้วย NEW MG IM6 ยนตรกรรมไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นเรือธง ที่จะเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียมอีวี และ B-SUV ไฟฟ้าล้วน อย่าง NEW MG S5 EV ที่จะเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 พร้อมเสริมทัพแผนการขยายผลิตภัณฑ์ ในกลุ่มไฮบริดตามเทรนด์โลก

นอกจากนี้ เอ็มจี ยังมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. สร้างแกร่งในระบบนิเวศรถ EV ในปี 2026 เอ็มจี เตรียมขยายไลน์อัพรถไฟฟ้าใหม่ ทั้ง SUV และ MPV โดยมุ่งมั่นนำเสนอการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์สำคัญของแบรนด์

2. นำเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันที่ 2 จาก SAIC MOTOR CORPORATION โดยมีแผนเปิดตัวรุ่นใหม่ภายในปี 2026 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวไทย

3. สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในทุกด้าน พร้อมยกระดับบริการหลังการขายให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนา E-Workshop ระบบบริการดิจิทัลที่ให้ลูกค้าติดตามงานซ่อมได้แบบเรียลไทม์ สะดวก และมั่นใจได้ในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ เรายังตั้งเป้าอัตรา การจัดหาอะไหล่ 99% เพื่อให้บริการได้รวดเร็ว ลดระยะเวลารอคอย พร้อมเสริมด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง และการดูแลแบบใส่ใจรายบุคคล เพราะที่ เอ็มจี เราเชื่อว่า ลูกค้าทุกคนคือคนสำคัญ เราพร้อมดูแลตลอดการเดินทาง

4. การขับเคลื่อนแบรนด์สู่ความยั่งยืน พร้อมเคียงข้างสังคมไทย
นอกจากนี้ MG ยังได้ส่ง NEW MG IM6 รถยนต์ไฟฟ้าที่โดดเด่นทั้งด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีระดับสูง ด้วยแชสซีดิจิทัลอัจฉริยะ IM Digital Chassis มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor พร้อมระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ สามารถปรับระดับความสูงของช่วงล่างได้ถึง 3 ระดับ 2 รุ่นด้วยกัน
รุ่น Premium 2WD มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 295 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 อยู่ที่ 5.9 วินาที ใช้แบตเตอรี่ความจุ 75 kWh ขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 400 โวลต์ รองรับการวิ่งได้ 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ราคา 1,399,900 บาท
รุ่น Performance AWD มอเตอร์คู่ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 787 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 802 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 ภายใน 3.48 วินาที แบตเตอรี่ขนาดความจุ 100 kWh ขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 875 โวลต์ สามารถวิ่งได้ไกล 634 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC ราคา 1,799,900 บาท