by Carzanova Team Doe
Hits: 281

>>>ถอดรหัสลับ “ดาวสามแฉก”

รถยนต์แต่ละแบรนด์ ล้วนแล้วแต่มีประวัติการถือกำเนิดมาอย่างยาวนาน ก่อนจะพัฒนา มาเป็นรถยนต์หลากหลายรุ่นในปัจจุบัน สิ่งที่ทำให้แยกแยะความเป็นตัวตนของรถแต่ละรุ่น นั่นก็คือ รหัสต่างๆ ที่มีทั้งตัวอักษรและตัวเลขซึ่งมักจะอยู่บริเวณด้านท้ายของรถตรงตำแหน่งด้านขวาของท้ายรถ หรือตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งจะบ่งบอกถึง รุ่นของรถหรือขนาดของเครื่องยนต์ครับ

สำหรับค่ายรถยนต์ดาวสามแฉกสัญชาติเยอรมันอย่าง Mercedes – Benz ก็เป็นอีกแบรนด์รถยนต์ที่มีประวัติมายาวนาน พร้อมกับรหัสที่แบ่งแยกตระกูลรถไว้หลากหลายรุ่นเรียงลำดับกันไป โดยในส่วนของตัวอักษรเดี่ยวๆ จะเป็นรถประเภทซีดาน ได้แก่ รุ่น A-Class, B-Class, C-Class, E-Class และ S-Class สำหรับรถยนต์แนวครอสโอเวอร์ จะนำหน้าด้วยตัว G หรือ M ได้แก่ GLA-Class, GLC-Class , GLE-Class ,GLS-Class และ G-Class หรือ ML และ M-Class ส่วนรถสปอร์ตคูเป้ 4 ประตู จะนำหน้าด้วย CL ได้แก่ CLA-Class และ CLS-Class ขณะที่รถสปอร์ตโรดสเตอร์ จะนำหน้าด้วย SL ได้แก่ SLC และ SL-Class
ในส่วนของระบบพลังงานขับเคลื่อนก็มีรหัสเช่นกัน โดย ระบบแก๊ส CNG ใช้ตัวอักษร c, เครื่องยนต์ดีเซล เป็นตัวอักษร d, รุ่นระบบขับเคลื่อนไฮบริด เป็นตัวอักษร h, รุ่นปลั๊กอินไฮบริดและขับเคลื่อนไฟฟ้าใช้ตัวอักษร e, รุ่นพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงใช้ตัวอักษร f รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อคือ 4MATIC
และที่ผ่านมา Mercedes – Benz ต้องการฉีกภาพลักษณ์ของแบรนด์รถหรูที่ดูภูมิฐานให้ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหรา แต่เสริมเขี้ยวเล็บด้วยดีไซน์สปอร์ตและความแรงของขุมพลังเครื่องยนต์ที่มากขึ้น จึงได้ส่งรถรุ่นใหม่ภายใต้รหัส AMG ออกสู่ทองตลาด ที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่สุดแห่งเทคโนโลยีความเร็วจากสนามแข่ง ผสานความสมบูรณ์แบบด้วยประสิทธิภาพแห่งการขับเคลื่อนที่เหนือชั้น

รถยนต์ Mercedes – Benz ภายใต้รหัส AMG กำเนิดมาจาก 2 วิศวกรที่ดัดแปลงรถ Mercedes – Benz เพื่อใช้สำหรับลงแข่งในวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่าง Hans Werner Aufrecht และ Erhard Melcher ที่แม้ทา Mercedes – Benz จะประกาศยุติกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ทั้งหมด ในปี ค.ศ. 1960 แต่ทั้งคู่ยังคงพัฒนารถแข่งต่อไป ซึ่งนำมาสู่การเข้าร่วมการแข่งขัน German Touring Car Championship เมื่อปี 1965 พร้อมคว้าชัยชนะใน 10 สนามของฤดูกาลแข่งขันในปีแรกที่เข้าร่วมรายการ
ต่อมาในปี 1967 ทั้งสองได้ออกเมอร์เซเดสเบนซ์ ตั้งสำนักแต่งรถของตัวเองในชื่อ Aufrecht Melcher Grossaspach engineering firm, design and testing for the development of racing engines ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ AMG และในปี ค.ศ. 2005 ทางบริษัทแม่ของ Mercedes – Benz อย่าง เดมเลอร์ เอจี ได้ซื้อกิจการของ AMG และใช้ชื่อว่า Mercedes-AMG
จากจุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน มีรถยนต์รหัส AMG ออกสู่ตลาดโลกมากมายหลายรุ่น โดยในประเทศไทย Mercedes – AMG ได้เปิดตัวไปแล้วถึง 13 รุ่น ซึ่งรวมไปถึงตระกูล AMG รุ่นล่าสุดกับรหัสใหม่ “53”
ที่เพิ่งเปิดตัวไปในงาน Motor Expo 2018 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งตัวเลขด้านหลัง เป็นรหัสบอกเครื่องยนต์ ว่าแต่ละรุ่น ใช้เครื่องยนต์แบบไหน ความแรงเป็นอย่างไร
อย่างตัวเลข 53 ที่เพิ่งเปิดตัวไปสำหรับ All new Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน แบบ 6 สูบเรียง ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 435 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G พร้อมด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC+ ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่รูปลักษณ์ภายนอกก็จัดเต็มด้วยดีไซน์สปอร์ต 4 ประตู แบบคูเป้ ภายในหรูหรา อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและฟีเจอร์ในการขับขี่มากมาย

ส่วนตัวเลข 43 ในส่วนของ Mercedes-AMG ที่ทำตลาดในไทย จะมากับ เครื่องยนต์ V6 สูบ ความจุ 3,000 ซีซี อยู่ในรุ่น Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé , Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รถในตระกูล Mercedes – AMG รุ่นแรกที่ประกอบในประเทศไทย, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe 2018 ซึ่งประกอบในประเทศเช่นกัน และ Mercedes-AMG SLC 43
ด้านตัวเลข 45 มากับเครื่องยนต์ยนต์เบนซินแบบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร

ในรุ่น Mercedes-AMG A 45 / 4MATIC, Mercedes-AMG CLA 45 / 4MATIC และ Mercedes-AMG GLA 45 / 4MATIC
มาที่ตัวเลข 63 กับเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4 ลิตร
ในรุ่น Mercedes-AMG E 63 S 4MATIC+ และ Mercedes-AMG C 63 S Coupé
และปิดท้ายด้วยรหัส GT กับเครื่องยนต์ที่แรงสุดในตระกูล Mercedes-AMG ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4,000 ซีซีในรุ่น Mercedes-AMG GT S, Mercedes-AMG GT R และ Mercedes-AMG GT C

และนี่คือส่วนหนึ่งของรหัสลับในรถยนต์เมอร์เซเดส – เบนซ์ ที่เรานำมาฝากกัน สำหรับรหัสต่าง ๆ ที่อยู่บนตัวรถก็เพื่อบอกถึงข้อมูลเบื้องต้นของรถรุ่นนั้นๆ และป้องกันความสับสนและรองรับการใช้งานสำหรับผู้บริโภคนั่นเองครับ