by Carzanova Team Nutt
Hits: 444

อะไรจะหายไป? เมื่อก้าวสู่ยุคของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

ปัจจุบันกระแสรถรถยนต์พลังไฟฟ้า หรือ หรือรถยนต์ EV (ELECTRIC VEHICLE) กำลังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย วัดได้จากบรรดาหลายค่ายรถยนต์ที่ทยอยเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าออกสู่ตลาดในบ้านเรา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เร่งขยายสถานีชาร์จไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้เช่นกัน  ในยุคที่รถยนต์หันมาใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานขับเคลื่อน สิ่งที่แตกต่างระหว่างรถยนต์ทั่วไปกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและสิ่งที่จะหายไปคืออะไร?


                                      

ทำความรู้จักกับรถยนต์ไฟฟ้า

รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ความหมายตรงๆ ตัวเลย ก็คือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าโดยใช้พลังงานไฟฟ้าซึ่งเก็บอยู่ในแบตเตอรี่หรืออุปกรณ์เก็บพลังงานไฟฟ้าแบบอื่นๆ ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้ามีข้อดีคือที่ให้แรงบิดได้ทันทีทำให้รถพลังงานไฟฟ้ามีอัตราเร่งที่เรียบและรวดเร็ว และสิ่งที่จะหายไปจากรถยนต์ทั่วไปที่สันดาปภายในเมื่อกลายเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เห็นได้ชัดก็คือ เครื่องยนต์ เมื่อไม่มีเครื่องยนต์ ก็ช่วยประหยัดในการดูแลซ่อมบำรุง นอกจากนี้การใช้พลังงานไฟฟ้าก็จะช่วยลดมลภาวะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  และยังสามารถชาร์จไฟที่บ้านได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้อีก

รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีขั้นตอนการทำงานในการขับเคลื่อนไม่ซับซ้อนเหมือนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง โดยหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ แบตเตอรี่  ซึ่งแบตเตอรี่ที่ใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าคือแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน สามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าได้มากและใช้งานได้ทนทานขึ้น ต่อมาคืออุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า  ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมและแปลงกระแสไฟจากพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับ เพื่อส่งพลังงานต่อไปยังมอเตอร์ไฟฟ้า และสุดท้ายคือ มอเตอร์ไฟฟ้า โดยใช้ในการส่งพลังงานที่ได้มาจากตัวแปลงกระแสไฟฟ้าส่งต่อไปยังเพลาเพื่อให้เกิดพลังงานในการขับเคลื่อน

อย่างไรก็ตามถึงแม้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในความคุ้มค่าที่ส่งผลต่อความตัดสินใจของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ค่อนข้างแพงในระดับเดียวกับรถยนต์หรู และไม่ได้มีตัวเลือกให้มากนักขณะเดียวกันก็เดินทางในระยะทางที่จำกัด ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเพราะใช้แบตเตอรี่เป็นขุมพลังงานขับเคลื่อน เวลาในการชาร์จไฟก็ค่อนข้างนาน และที่สำคัญแม้จะมีการขยายสถานีชาร์จไฟให้เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทั่วถึงพื้นที่โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางไปยังจังหวัดไกลๆ ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายของรถพลังงานไฟฟ้าหลักๆ เลยคือ กลุ่มไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ขับรถวันต่อวันมากกว่าเพราะว่าสามารถนำรถกลับมาชาร์จไฟฟ้าที่บ้านได้ก่อนจะใช้เดินทางไปทำงานหรือสถานที่ต่างๆ ในวันถัดไป

 

 

 ผลกระทบเมื่อประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า

รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันในหนึ่งคันนั้นมีชิ้นส่วนเครื่องยนต์กว่า 2,000 ชิ้น  ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าใช้ชิ้นส่วนในการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าไม่ถึง 20 ชิ้น หากพูดถึงในส่วนของเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนที่จะหายไปเมื่อกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ก็มีอาทิเช่น  หม้อน้ำ, ท่อไอเสีย, ระบบจ่ายน้ำมัน, ถังน้ำมัน, ระบบจุดระเบิด, เกียร์ นอกจากนี้ระบบควบคุมอัตโนมัติในรถยนต์ไฟฟ้ายังช่วยยืดอายุการใช้งานชิ้นส่วนบางประเภท เช่น ผ้าเบรก, ยางรถยนต์ อีกด้วย และนั่นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมผู้ผลิตชิ้นสวนยานยนต์ ซึ่งความต้องการจะลดลงไป แต่ยังคงมีชิ้นส่วนยานยนต์บางประเภทที่ได้รับผลกระทบน้อย คือในส่วนของชิ้นส่วนช่วงล่าง, ตัวถัง, ระบบส่องสว่าง และอุปกรณ์ภายในรถ ที่จะยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่องเพราะมีความจำต่อสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

 

ที่ผ่านมาในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิตและส่งออกรถยนต์ ทำให้อุตสาหกรรมยานนต์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง  สร้างงานสร้างอาชีพให้คนไทยมากมาย เมื่อความต้องการชิ้นส่วนในการประกอบรถยนต์ลดลง  ก็จะทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์สัญชาติไทยหายไปจากตลาดบางส่วนด้วย เพราะฉะนั้น การก้าวสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเรายังคงต้องมีการเตรียมความพร้อมและร่วมมือกันในหลายภาคส่วนเพื่อหาทางออกให้ส่งผลกระทบน้อยที่สุด ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้เพิ่มเติมขึ้นได้ เพื่อพัฒนาให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเติบโตต่อไปอย่างมั่นคงในอนาคต ส่วนใครที่กำลังรอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ในอนาคตอันใกล้ จะมีมาให้เลือกสรรกันมากขึ้นอย่างแน่นอน อดใจรออีกไม่นาน.