Thursday 25, April, 2024
Home » รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

by admin
0 comment

มาแล้ว มาแล้ว … ถามกันมาเยอะเหลือเกินสำหรับรถพลังงานไฟฟ้าสัญชาติเกาหลีคันนี้ ไม่ต้องอารัมภบทอะไรกันมากให้เสียเวลาและเสียพื้นที่ มันคือ Hyundai IONIQ 5 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของค่าย Hyundai ที่เราได้เห็นตัวจริงกันไปพักหนึ่งแล้วจากการที่ได้เข้ามาโชว์ตัวในประเทศไทยตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่วันนี้ผมได้ไปลองขับ และก็มีเรื่องที่จะมาเล่าให้ท่านที่ถามกันมาเยอะเหลือเกินว่าเจ้ารถไฟฟ้าเกาหลีคันนี้มันเป็นอย่างไร

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี
Hyundai IONIQ 5

ย้อนกลับไปครั้งแรกที่ผมได้เห็นเพียงรูปถ่ายของ Hyundai IONIQ 5 ตอนที่เผยโฉมครั้งแรกในโลกเมื่อประมาณต้นปี 2021 ความรู้สึกในตอนนั้นคือมันเป็นรถแฮทช์แบคขนาดกระทัดรัดที่ดูเก๋ไก๋ดูล้ำสมัย แต่พอได้เห็นตัวจริงที่มาปรากฎตัวที่ประเทศไทย รูปทรงเป็นแฮทช์แบคจริง แต่โอ้โห…คันเบ้อเร่อเลย! คือไซส์มันใหญ่กว่าที่ผมคิดไว้เยอะมาก เอาจริงๆ ก่อนไปเจอตัวจริงของ Hyundai IONIQ 5 ผมก็ไม่ได้เปิดดูสเปคขนาดหรือมิติของมันไปก่อนและก็คาดว่ามันน่าจะคันพอๆ กับพวกอีโค่คาร์ 5 ประตูหรือเต็มที่ก็ Sub-compact crossover แต่มันไม่ใช่เลย ความยาวและความกว้างมันพอๆ กับรถเก๋งในกลุ่ม D-segment หรือรถในกลุ่ม SUV เลย

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

โดยมีความยาวตัวรถอยู่ที่ 4,635 มม. และกว้าง 1,890 มม. เพียงแต่ความสูงจากพื้นมันเท่ากับรถเก๋งทั่วไปเท่านั้นเอง โดยเฉพาะถ้าดูจาก Wheelbase หรือระยะห่างของฐานล้อหน้า-หลังนี่พอๆ กับรถ 7 ที่นั่งเลยทีเดียว (3,000 มม.) นับว่าสับขาหลอกผมได้พอสมควร แต่ในความผิดคาดนั้นมันแสดงให้เห็นความแตกต่างจากรถคันอื่นๆ ที่ส่วนตัวผมก็ยังไม่เห็นว่ามีรถคันอื่นคันไหนที่มาแนวนี้ เต็มที่ถ้าเป็นรถญี่ปุ่นหรือจีน ไซส์กว้าง x ยาวเท่านี้ก็เป็นรถในกลุ่ม SUV หรือ MPV ไปเลย ส่วนถ้าเป็นฝั่งยุโรปก็เป็น SUV Coupe หรือไม่ก็แนว GT

ซึ่งเรื่องของดีไซน์ก็ต้องยกให้ Hyundai เขาล่ะครับ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่รุ่นเก่าๆ ก็ได้รับรางวัลเรื่องการออกแบบอยู่บ่อยๆ และเจ้า Hyundai IONIQ 5 ก็ไม่พลาดรางวัลเหล่านั้น เพราะมันฟาดรางวัล World Car Design of The Year เมื่อปี 2022 รวมถึงรางวัล World Car of The Year และ World EV of The Year ในปีเดียวกันนั้นด้วย นั่นชี้ให้เห็นว่ามันไม่ใช่แค่หน้าตาดี แต่มีคุณสมบัติอย่างอื่นที่มัดใจกรรมการได้ด้วย ซึ่งมันคืออะไรนั้นเดี๋ยวรู้ครับ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

ตัดภาพมาไม่กี่วันที่ผ่านมา ถึงเวลาที่ผมได้ทดลองขับเจ้ารถไฟฟ้านักล่ารางวัลคันนี้ บอกเลยว่าก่อนขับ Hyundai IONIQ 5 ผมพกคำถามติดตัวมามากมาย ทั้งจากตัวเองและจากบรรดาเพื่อนฝูงรวมถึงผู้ติดตาม Carzanova ซึ่งทางฮุนได ประเทศไทย ก็บิ๊วได้ดีเหลือเกินด้วยการนัดให้ไปเจอที่ IONIQ Lab ที่จัดแสดงเทคโนโลยีของ Hyundai ซึ่งตั้งอยู่ใน True Digital Park

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

ก่อนขับผมได้เดินพินิจพิจารณาเจ้า Hyundai IONIQ 5 โดยรอบตั้งแต่ภายนอก ก็ยังรู้สึกส่วนตัวเหมือนเดิมว่า เน้นนะครับว่าส่วนตัว ผมว่ามันเป็นรถที่สวยมาก คือรูปทรงมันไม่ได้ล้ำสมัยออกนอกอวกาศเกินไปเหมือนรถยนต์ไฟฟ้าหลายๆ คัน แต่ในความเรียบง่ายนั้นมันก็ดูทันสมัยกว่ารถรุ่นใหม่หลายๆ คัน และผมก็ยังยืนยันว่าหน้ารถมันเหมือนหัว Robocop (สำหรับน้องๆ ที่เกิดไม่ทันภาพยนตร์เรื่องนี้ลองไป search หาดูครับ)

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

แต่ที่แน่ๆ สำหรับผมมันเป็นรถทรงแฮทช์แบคดีๆ นี่แหละครับ แต่ทาง Hyundai เขาเรียกรูปแบบของเจ้า Hyundai IONIQ 5 ว่าเป็น CUV เอาล่ะสิ เกิดรถประเภทใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว แต่พอดูคำจำกัดความของ CUV ว่าย่อมาจาก Crossover-Utility Vehicle ก็เลยเข้าใจได้ เพราะจะให้มันเป็น SUV มันก็ไม่ได้ยกสูง หรือถ้าจะให้มันเป็นแฮทช์แบค ขนาดมันก็ใหญ่กว่ามาก งั้น CUV ก็ถือว่าเหมาะ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

อีกอย่างที่ผมคิดว่ามันเสริมเสน่ห์ให้เจ้าคันนี้คือล้อที่มีขนาดถึง 20 นิ้ว พร้อมลวดลายแปลกตาไม่ซ้ำใคร ใช้ยาง Michelin Pilot Sport ขนาด 255/45 R20 ทั้ง 4 ล้อ เปลี่ยนยางทีมีกระเป๋าแฟบ ส่วนคิ้วซุ้มล้อก็ยังแอบมีดีไซน์เป็นริ้วๆ ไม่เรียบเหมือนรถคันอื่นโดยทางเจ้าหน้าที่ของ Hyundai บอกผมว่าทำให้เหมือนกับชัตเตอร์ของเลนส์กล้อง แต่ผมคิดเพิ่มไปว่ามันน่าจะเกี่ยวกับแอโร่ไดนามิคหรือไม่ก็การลดเสียงลมด้านข้างอะไรสักอย่างล่ะครับ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี
ยาง Michelin Pilot Sport ขนาด 255/45 R20

ส่วนแถบด้านหน้ารถซึ่งไม่สามารถเรียกว่ากระจังหน้าได้เพราะมันไม่มีช่องระบายอากาศอะไรทั้งนั้น แม้จะดูเรียบเป็นชิ้นเดียวกันแนวนอนซ้ายจรดขวา แต่ไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมเล็กมันซ่อนเทคโนโลยี Parametric Pixel เอาไว้ ซึ่งคุณจะเห็นประสิทธิภาพการส่องสว่างของแสงที่ดูล้ำสมัยเมื่อมันทำงาน ส่วนเส้นแนวตั้งเล็กๆ สีดำตรงกลางด้านหน้าก็ไม่ใช่แค่ลวดลายที่มาเพิ่มมิติด้านหน้าเท่านั้น แต่มันแฝงด้วยสัญญาณไฟเมื่อคุณเสียบชาร์จไฟฟ้าให้รถคันนี้ เจ๋งมั้ยล่ะครับ!

ด้านมือจับเปิดประตูด้านนอกทั้ง 4 บานก็เป็นแบบแนบสนิทไปกับตัวรถเมื่อล็อคประตู ถามว่าเก๋มั้ย มันก็เก๋ แต่มันไม่ใช่ของแปลกใหม่อะไร ท้ายรถดีไซน์เรียบๆ ตามองค์รวมของรถ แต่ก็เพิ่มความสปอร์ตและประโยชน์ของการช่วยกดท้ายรถที่ความเร็วสูงด้วยสปอยเลอร์บนฝาท้ายซึ่งผมว่ามันดูกลมกลืนกับรถดีไม่ขัดตา และสิ่งสุดท้ายที่ผมว่ามันทำให้เจ้า Hyundai IONIQ 5 เด่นกว่าคันอื่นก็คือสีตัวถังที่มีสีเทาเมทัลลิคผิวด้านที่ทาง Hyundai ให้ชื่อว่า Gravity Gold Matte แค่ชื่อก็ทำให้นึกถึงกระสวยอวกาศ และผมว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่จะซื้อรถรุ่นนี้ก็น่าจะเลือกสีนี้ล่ะครับ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

ถึงเวลาออกเดินทาง เปิดประตูเข้ามานั่งใน Hyundai IONIQ 5 มันมีภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางดีเหลือเกิน โดยเฉพาะคันที่ผมขับในวันนั้นเป็นเกรดสูงสุดคือเป็น Hyundai IONIQ 5 First Edition (อีก 2 รุ่นย่อยคือ Exclusive และ Premium) จึงมาพร้อมกับภายในโทนสีเทาอ่อนค่อนไปทางขาวชื่อสี Dark Pebble Grey ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ห้องโดยสารดูกว้างขวางโล่งตา แต่บอกเลยว่าการที่คุณจะใช้รถภายในสีนี้ คุณต้องเป็นคนที่รักความสะอาดและขยันเช็ดพอสมควร ไม่งั้นถ้าปล่อยไปตามยถากรรมมันจะดูหมองไวมาก และที่สำคัญเบาะรถสีนี้ให้หลีกเลี่ยงการใส่กางเกงยีนส์สีเข้มเลยนะครับ โดยเฉพาะยีนส์ราคาแพงๆ นี่ตัวดี เพราะในขณะขับถ้ามีการสัมผัสถูไถของกางเกงยีนส์อยู่เรื่อยๆ เบาะรถคุณจะเปลี่ยนสีไปโดยง่ายดายจากสีกางเกงยีนส์ของคุณนั่นแหละครับ และมันยากเหลือเกินที่จะเช็ดออก ลองไปถามเจ้าของรถหรูแพงๆ ที่ใช้เบาะสีโทนนี้จะรู้ดีครับ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

แต่ถ้าคุณเลือกสีตัวรถภายนอกเป็นสีขาว Atlas White หรือสีดำ Phantom Black Pearl ก็จะได้ภายในห้องโดยสารสีดำ Obsidian ครับ ส่วนประกอบอื่นโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ทำจากวัสดุพลาสติกใช้เป็นสีเงินผิวด้านซึ่งมันเข้ากับรถได้ดีมาก และหากใครหวังจะได้ปุ่มสวิตช์เยอะแยะสำหรับการเป็นรถไฟฟ้าล้ำสมัย เลิกคิดครับ เพราะทุกอย่างเรียบง่ายเป็นพื้นผิวเดียวกันไปหมด หน้าปัดแสดงข้อมูลการทำงานของรถและหน้าจอ Infotainment ต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียวกัน แต่แยกเป็นสองจอโดยแต่ละจอมีขนาดเท่ากันที่ 12.3 นิ้ว และที่ผมชอบคือถูกจัดวางตำแหน่งได้ดีไม่สูงเกินไปจนทำให้รำคาญตาเวลาขับ ซึ่งหน้าจอ Infotainment ตรงกลางใช้ทรงนี้ขนาดนี้น่ะดีแล้ว ไม่ใหญ่โตเกินไปเหมือนรถบางคันที่เกะกาสายตาเหลือเกิน

และที่ผมชอบต่อมาก็คือ สวิตช์ปรับระบบแอร์ถูกแยกออกมาต่างหากใช้งานสะดวกแต่ก็ยังเป็นระบบสัมผัสซึ่งผมชอบมากกว่าการที่เอาทุกอย่างไปรวมไว้ในจอดิสเพลย์ตรงกลางทั้งหมด เบาะนั่งฟังก์ชั่นเยอะเป็นแบบปรับไฟฟ้าทั้งคู่หน้า เบาะฝั่งคนขับปรับได้ทั้งเลื่อนหน้า-หลัง สูง-ต่ำ พนักพิงปรับเอนพร้อมตัวปรับดันหลัง และยังมีระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่ง 2 ตำแหน่ง ซึ่งในรุ่น First Edition นี้ยังให้ระบบปรับเบาะเย็น/อุ่นมาให้อีกด้วย และทีเด็ดคือเบาะนั่งฝั่งคนขับมีตัวรองน่องที่ปรับขึ้น-ลงด้วยไฟฟ้า

พวงมาลัยเป็นทรงตัดด้านล่างให้ความสปอร์ตดูทันสมัย มีปุ่มมัลติฟังก์ชั่นควบคุมเครื่องเสียง ระบบควบคุม Adaptive Cruise Control ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน และเมนูต่างๆ ใช้งานง่าย มีปุ่มกดปรับโหมดการขับ Drive Mode อยู่ในวงพวงมาลัยด้านล่างซ้าย หลังพวงมาลัยมีแป้นลักษณะเหมือน Paddle Shift ที่เอาไว้เปลี่ยนเกียร์แบบแมนวลแต่มันไม่ใช่ เพราะรถคันนี้มันรถไฟฟ้าที่ไม่มีสปีดเกียร์ให้เปลี่ยน แต่อุปกรณ์ที่ว่านี้มันคือ Regenerative Paddle Shifter ที่ทำงานร่วมกับ i-PEDAL ซึ่งเอาไว้ปรับจังหวะการหน่วงของมอเตอร์ไฟฟ้า โดยปรับได้ทั้งหมด 4 ระดับ (0-3) แต่ละระดับเป็นยังไงเดี๋ยวผมมาบอก อดใจรอสักครู่

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

แหงนขึ้นไปด้านบนเป็นหลังคากระจกบานใหญ่พร้อมม่านบังแดดแบบแยกเป็น 2 ท่อนหน้า-หลังปิดมาบรรจบกันตรงกลาง อันนี้เก๋ดี แต่ที่ผมชอบมากๆ ภายในรถคันนี้ก็คือ พื้นรถที่เรียบเป็นระดับเดียวกันทั้งคัน และใต้คอนโซลหน้าที่เป็นพื้นที่ว่าง (ลักษณะคล้ายรถ MPV) และที่สำคัญตัวคอนโซลกลางปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ทั้งชิ้น และยังเป็นที่อยู่ของที่วางชาร์จสมาร์ทโฟนแบบ Wireless Charger ด้วย

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

จากที่เคยคิดว่ารถคันนี้เป็นแฮทช์แบคที่เน้นเอาใจคนขับ ตอนนี้ใจผมเริ่มเอนเอียงไปแล้วว่ามันเหมาะเป็นรถครอบครัวและเนี่ย อีกอย่างที่เก๋ไม่เหมือนใครคือกล่องเก็บของที่คอนโซลฝั่งคนนั่งที่ปกติของคันอื่นจะเป็นฝาเก๊ะเปิดลงด้านล่าง แต่ของคันนี้เป็นเหมือนลิ้นชักดึงออกมาแนวนอนใส่ของได้เยอะดี แต่มันก็มีข้อเสียตรงที่ถ้าคนนั่งทำการเปิดระหว่างนั่งอยู่ ตัวลิ้นชักนี้มันจะออกมาชนหัวเข่าและเปิดได้ไม่สุดนี่สิครับ  

ปรับตำแหน่งนั่งกับพวงมาลัยเข้าที่พร้อมออกเดินทาง บอกก่อนว่าถ้าไม่ศึกษามาก่อนมีหวังถอยชนคันหลัง เพราะการปรับตำแหน่งเกียร์ที่คันเกียร์ที่อยู่ใต้ก้านไฟเลี้ยวของเจ้าคันนี้มันออกจะแปลกอยู่ เพราะด้ามเกียร์ที่ว่านี้มันไม่ได้เป็นแบบดันเข้าหาตัวแล้วโยกขึ้นลงเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์เหมือนรถยุโรปบางคัน แต่มันใช้เป็นลักษณ์ของการหมุนสวิทช์ขึ้น-ลง ซึ่งการหมุนนี้ก็ต้องดูตัวอักษรตำแหน่งเกียร์ดีๆ ก่อน เพราะมันไล่จากบนลงล่างเป็น D-N-R ส่วนตำแหน่ง P ต้องกดปลายของด้ามเกียร์เข้ามา ซึ่งที่ผมบอกว่าถ้าพลวดพลาดบิดมั่วตามความคุ้นเคยว่าตำแหน่ง D ต้องอยู่ด้านล่าง คือคุณเหยียบคันเร่งถอยชนคันหลังแน่นอนครับ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

ช่วงแรกของการขับผมใช้ Drive Mode ในโหมด Normal ก่อน เพื่อทดลองขับในรูปแบบการใช้งานทั่วไป ช่วงที่กด Drive Mode เพื่อปรับโหมดการขับก็มีตัวหนังสือ Eco / Normal / Sport ให้เห็น สักพักตัวหนังสือที่ให้เลือกโหมดเหล่านั้นหายไป ซึ่งผมพยายามมองที่จอหน้าปัดว่าโหมดปัจจุบันที่เลือกไว้เป็น Normal มันบอกไว้ตรงไหนก็หาไม่เจอ เลยลองกดปรับโหมดอื่นดู ก็เลยรู้ว่าถ้าอยู่ในโหมด Normal จะไม่มีตัวหนังสือโชว์ให้เห็น แต่ถ้าเป็นโหมด Eco หรือ Sport ถึงจะมีตัวหนังสือตัวเล็กขึ้นอยู่ด้านล่างของหน้าปัด แต่สังเกตง่ายๆ ก็คือโทนสีและลวดลายกราฟฟิกจอหน้าปัดจะเปลี่ยนไปตามโหมดโดยเฉพาะโหมด Sport ที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

เส้นทางขับครั้งนี้มีครบทั้งในเมืองรถติด และการขับยาวๆ บนถนนเปิดโล่งระยะทางรวมเกือบๆ 200 กม. ช่วงขับในเมืองแม้ว่า IONIQ 5 มีขนาดตัวถังที่ค่อนข้างใหญ่แทบจะคับเลนถนนเมืองไทย แต่ในความรู้สึกของผู้ขับ มันก็ไม่ใช่รถที่เทอะทะขับยากสักเท่าไหร่ เพียงแต่จะมุดไปมุดมาได้ไม่คล่องตัวเท่ารถที่ไซส์เล็กกว่านี้ ทัศนวิสัยดีทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และกระจกหลัง นี่คือข้อดีที่ผมชอบสำหรับรถที่มีด้านข้างตัวรถเป็นแนวเดียวกันตั้งแต่หัวจรดท้าย ไม่ต้องมีทรวดทรงองเอวให้มันกะท้ายลำบาก

ภายในห้องโดยสารเก็บเสียงดี มีเสียงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาน้อยมาก การออกตัวสลับการเบรกบ่อยๆ ในจราจรที่ติดแทบจะแน่นิ่ง ทำให้ได้สัมผัสกับแรงบิดที่มีพร้อมให้ใช้จากมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างทันที ผมลืมบอกไปว่า IONIQ 5 ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตอนนี้มีแต่ที่เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังเท่านั้น ซึ่งประเด็นนี้ผมถามทาง Hyundai ประเทศไทยไปแล้ว และได้คำอธิบายว่า ทางบริษัทฯ วางแผนการตลาดให้ IONIQ 5 เป็นรถที่เน้นการขับได้ระยะทางไกลต่อการชาร์จมากกว่าการโฟกัสที่ความแรงและเพอฟอร์แมนซ์ เนื่องจาก ณ ปัจจุบันในประเทศไทยเอง จำนวนสถานีชาร์จยังไม่มากเท่าที่ควรซึ่งรถพลังงานไฟฟ้าเพอฟอร์แมนซ์สูงย่อมใช้กำลังไฟฟ้ามากตามไปด้วยทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วและต้องชาร์จบ่อยซึ่งอาจยังไม่เหมาะต่อการใช้งานแบบครอบคลุมทั่วไป

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

สำหรับเจ้ามอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวที่อยู่ใน IONIQ 5 First Edition คันนี้มีพละกำลังอยู่ที่ 217 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ส่วนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้มีความจุ 72.6 kWh โดยทาง Hyundai เคลมไว้ว่าตามค่ามาตรฐาน WLTP ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง เจ้า IONIQ 5 First Edition จะวิ่งได้ระยะทางสูงสุด 451 กม. ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างทั้งลักษณะการขับ สภาพจราจร และอุณหภูมิภายนอกตัวรถ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

ซึ่งปัจจัยที่ผมกำลังเผชิญในการขับช่วงแรกก็คือ จราจรที่ติดแทบสนิทกับอากาศที่ร้อนระอุ ดังนั้นจะหวังให้วิ่งได้ตามระยะทางที่เคลมไว้นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ การออกตัวจากจุดหยุดนิ่งบ่อยๆ ในจราจรเช่นนนี้ไม่ใช่อุปสรรคของรถพลังงานไฟฟ้าแต่อย่างใด เพราะแรงบิดมันมีมาให้ใช้ได้ทันที ตรงนี้ผมได้ลองใช้ระบบ i-PEDAL ด้วยการปรับจากแป้นหลังพวงมาลัยที่กล่าวไว้ช่วงแรก ซึ่ง i-PEDAL จะทำงานเมื่อปรับไว้ที่ระดับ 3 ก็สะดวกดีไม่ต้องเหยียบเบรก แต่เท้าขวาคุณต้องเนียนพอสมควรในการยก เพราะถ้าเหยียบคันเร่งเร็วยกเร็วมีหวังคนนั่งไปด้วยด่าบุพการีแน่นอนเพราะรถมันจะหงึกๆ หงักๆ ชวนเวียนหัวและอาเจียนในที่สุด เผลอๆ จะโดนรถคันหลังเสยท้ายเอาอีกด้วย

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

แต่สิ่งที่แก้เซ็งในช่วงรถติดได้ก็คือระบบเครื่องเสียงในรถคันนี้ซึ่งก็สุนทรีย์ด้วย BOSE ที่ติดตั้งมาให้ แต่แล้วก็เกิดปัญหาเมื่อจะเสียบเชื่อมใช้งานกับสมาร์ทโฟนของคู่บั๊ดดี้ที่นั่งไปกับผม เพราะช่องเสียบ USB ของคันนี้มีแต่ Type A ไม่มี Type C แล้วสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ เดี๋ยวนี้มันก็มีแต่ Type C ก็แก้ปัญหาด้วยการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth แทน แต่มันก็ค้างคาใจว่าแล้วช่อง USB Type A ที่มีมาให้ตั้งหลายตำแหน่งในรถคันนี้ก็แทบไม่ได้ใช้เลยน่ะสิ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

ส่วนเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนก็หมดปัญหาด้วย Wireless Charger ที่อยู่ในคอนโซลกลาง ก็หาวิธีแก้กันไป อีกอย่างที่สัมผัสได้ในช่วงรถติดคือ ความสบายของเบาะนั่งคนขับ มันเป็นเบาะที่ปรับให้เข้ากับสรีระได้ดีมาก ส่วนที่รองนั่งกว้างนั่งสบาย พนักพิงถึงปีกจะยกขึ้นมาสูงแต่ไม่อึดอัด และที่เด็ดคือตัวรองน่องที่ปรับยกขึ้นด้วยไฟฟ้า ซึ่งผมถามคู่บั๊ดดี้ที่ขับมาด้วยกัน ก็ให้ความเห็นเหมือนกันว่าเบาะนั่งคู่หน้านั่งสบายจริงๆ ส่วนเบาะหลังเป็นยังไงนั้น ใจเย็นๆ นะครับ เดี๋ยวบอก

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี
Wireless Charger

พ้นช่วงรถติดมหาโหดมาได้ ถึงเวลาของการลองขับทางยาวๆ ที่สามารถใช้ความเร็วได้ ผมยังอยู่ในโหมด Normal อัตราเร่งมีให้ใช้ต่อเนื่อง ช่วงล่างเกาะดีนุ่มหนึบ ซึ่งจุดนี้ผมอาจมีความเห็นต่างจากคนอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่จะบอกว่าช่วงล่างของ IONIQ 5 ค่อนข้างแข็งกระด้าง อยากให้นุ่มกว่านี้ ผมมองต่างครับ ผมไม่ได้คิดว่าช่วงล่างรถคันนี้มันแข็งอะไรเลย ในตำแหน่งของคนขับและคนนั่งด้านหน้า จังหวะการยืดยุบของรถประมาณนี้ในช่วงถนนไม่เรียบผมถือว่ากำลังดีครับ ไม่ย้วยและไม่แข็งเกินไป อยู่ในระดับที่รับได้สบาย

แต่ถ้าหากใครบอกว่ามันกระด้าง ผมว่าน่าจะมาจากการที่รุ่น First Edition ใช้ล้อขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้ว กับยางหน้ากว้างถึง 255 และแก้มยาง 45 ซึ่งหน้าสัมผัสยางกว้างกับซีรีส์ยางต่ำมันก็ฟิลลิ่งนี้แหละครับ ข้อดีของมันก็คือการเกาะถนนที่มากขึ้นจากหน้าสัมผัสที่กว้าง และการให้ตัวของยางที่น้อยจากแก้มยางที่เตี้ยก็จะทำให้รถไม่ย้วยง่าย แต่ก็แน่นอนว่าเวลาเจอรอยต่อถนนหรือลูกระนาดมันก็จะมีความตึงตังบ้าง ลองมองในทางกลับกัน ถ้าใช้ระบบช่วงล่างที่นิ่มกว่านี้ ผลที่ตามมาคือรถจะมีอาการย้วยมากขึ้นในช่วงการเข้าโค้งหรือเปลี่ยนเลน โดยเฉพาะกับรถคันนี้ที่มีน้ำหนัก 1,990 กก. หรือพูดง่ายๆ คือ เกือบ 2 ตัน ถ้าช่วงล่างย้วยไปย้วยมาไม่ดีแน่ครับ

ซึ่งตรงนี้หากเป็น IONIQ 5 รุ่น Exclusive หรือ Premium ก็น่าจะนุ่มนวลขึ้นอีกหน่อยเพราะใช้ล้อขนาด 19 นิ้ว กับยางขนาด 235/55 R19 แต่ก็จะมีพี่ๆ บางคนมาเหนือเมฆตั้งคำถามว่า แล้วทีรถยนต์ค่ายยุโรปที่ใช้ล้อกับยางไซส์ประมาณเดียวกันนี้เขายังนุ่มได้มากกว่านี้แล้วไม่ย้วยด้วย แหมคุณพี่ รถที่คุณพี่บอกช่วงล่างเขาเป็นถุงลม Adaptive Air Suspension นะครับ หรือบางคันที่คุณพี่ว่าก็ใช้ช่วงล่างด้านหน้าเป็นโช้คอัพ-คอยล์สปริง ด้านหลังถุงลม มันไม่เหมือนกันหรอกครับคุณพี่ แล้วรถที่คุณพี่ว่าน่ะราคาเท่าไหร่ครับ  

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

ถนนเริ่มโล่งผมลองเปลี่ยนโหมดการขับไปเป็น Sport ก็ได้อัตราเร่งที่มาไวยิ่งขึ้น หมายถึงว่าการตอบสนองทุกครั้งที่เหยียบคันเร่งความเร็วมันขึ้นเร็วกว่าตอนที่อยู่ในโหมด Normal อย่างชัดเจน ตามมาด้วยน้ำหนักพวงมาลัยที่หนักขึ้นแบบรู้สึกได้ บอกได้เลยว่าเป็นรถที่ขับในความเร็งสูงได้ค่อนข้างมั่นใจ ซึ่งความเร็วสูงสุดที่ผมใช้อยู่ที่ประมาณ 160 กม./ชม. ก็ยังถือว่ายังมั่นใจแบบยังไปได้อีก แต่พอแค่นี้ดีกว่าเพราะมันจะเร็วเกินไปสำหรับการขับบนถนนหลวงที่มีผู้ร่วมทางคันอื่นด้วย แค่นี้ก็เป็นความเร็วที่เกินกฎหมายกำหนดไปเยอะแล้ว

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

ซึ่งใครหวังจะได้เห็นว่าท็อปสปีดคันนี้ทำได้ถึง 185 กม./ชม. หรือไปได้มากกว่านั้นหรือไม่ คงไม่ได้คำตอบจากผมนะครับ เพราะผมไม่เห็นว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมาพิสูจน์กันบนถนนทั่วไปแบบนี้ ส่วนอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. โรงงานเคลมไว้ที่ 7.4 วินาที  ด้านความปลอดภัยของรถคันนี้นอกจากช่วงล่างที่เกาะถนนค่อนข้างดีแล้ว พวกระบบช่วยเหลือต่างๆ ก็เรียกมาใช้งานได้ดีด้วยเหมือนกัน ซึ่งระบบที่ผมได้ลองใช้ก็เช่น Smart Cruise Control ที่ปรับระยะห่างจากรถคันหน้าได้

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

หรืออีกระบบที่ผมชอบก็คือ นอกจาก Lane Keeping ที่ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนแล้ว ยังมีระบบอย่าง Lane Following ที่ช่วยให้รถอยู่กลางเลนไม่ไปเข้าใกล้รถเลนข้างๆ มากเกินไป ไม่นับรวมพวกระบบช่วยเหลือทั่วไปที่ไม่ได้ลองอย่างพวกระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบป้องกันการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง และอื่นๆ อีกมากมายที่รวมอยู่ในระบบความปลอดภัย Hyundai SmartSense ซึ่งถ้าจะให้คุ้นหูหน่อยมันก็คือ ADAS นั่นแหละครับ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

เกือบลืมไปอีกอย่าง ทุกครั้งที่เปิดไฟเลี้ยวซ้าย-ขวา จะมีภาพจากกล้องด้านข้างทั้งสองข้างแสดงขึ้นบนหน้าปัดซึ่งชัดเจนมาก และมีทั้งซ้ายขวา ตรงนี้ผมชอบมาก เพราะมันช่วยเรื่องความปลอดภัยได้เยอะทั้งเวลาขับในจราจรหนาแน่นและขับทางไกล และในความเร็วต่ำก็ยังสามารถเปิดกล้องรอบคัน 360 องศาดูรอบตัวรถได้อีกด้วย และยังมีเซ็นเซอร์หน้า-หลังอีก ถ้ายังขับไปเบียดใครอีกก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วครับ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

ช่วงจอดพักผมลองเปิดฝาท้ายซึ่งเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าดูพื้นที่ขนสัมภาระ แหมมันกว้างดีจริงๆ พนักพิงเบาะหลังก็พับลงได้แต่ไม่ถึงกับราบเสียทีเดียว แต่โดยรวมแล้วขนของขนาดใหญ่ได้สบาย ส่วนใต้ฝากระโปรงหน้านอกจากเป็นที่อยู่ของบรรดากลไกไฟฟ้าทั้งหลายแล้วก็ยังมีกล่องเก็บของให้อีกด้วยโดยมีขนาดใหญ่ใส่ของได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

ขากลับช่วงหนึ่งผมขอไปลองนั่งเป็นผู้โดยสารด้านหลังดูบ้าง อยากรู้ว่าแฮทช์แบคไซส์ใหญ่ของผมที่ Hyundai เรียกว่า CUV มันจะเป็นอย่างไร เริ่มจากเบาะนั่งและพื้นที่โดยสารด้านหลังก่อน เบาะนั่งด้านหลังนั่งสบายมาก พนักพิงเบาะหลังปรับได้หลายระดับ ปรับเอนนอนได้มากกว่ารถหลายๆ คันที่ผมเคยนั่งมา ตัวเบาะสามารถเลื่อนหน้า-หลัง แบบแยกซ้าย-ขวาได้อีกด้วย ซึ่งถ้าเลื่อนไปหลังสุดจะทำให้บริเวณที่วางเท้ากว้างมาก คนรูปร่างสูงนั่งสบายเลย เนื้อที่เหนือศีรษะก็เยอะ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

และที่ผมชอบก็คือช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารเบาะหลังไม่ได้อยู่ที่คอนโซลกลางเหมือนรถคันอื่น แต่ย้ายมาอยู่ที่เสากลางรถ (B-Pillar) ซึ่งผมว่ามันกระจายความเย็นได้ตรงตัวผู้โดยสารด้านหลังมากกว่า เอาว่านั่งโคตรสบายเลยครับ แถมด้วยหน้าต่างบานหลังซ้าย-ขวามีม่านบังแดดดึงขึ้น-ลงได้มาให้ด้วยอีก แต่ในช่วงของการเดินทาง ถึงเบาะหลังจะนั่งโคตรสบายพร้อมด้วยความกว้างขวาง แต่ถ้าเป็นผู้ที่ต้องการความนุ่มนวลก็อาจจะได้น้อยหน่อย ก็เนื่องมาจากล้อและยางที่ใช้อย่างที่ผมบอกไปแล้วนั่นแหละครับ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

และอีกอย่างที่รู้สึกได้คือเสียงของยางที่เข้ามาในห้องโดยสารด้านหลัง ไม่เหมือนตอนขับหรือนั่งข้างหน้าที่เงียบกว่า ส่วนจังหวะที่รถวิ่งผ่านลูกระนาด มันจะมีอาการกระดอนบ้างจากจังหวะยืดยุบของช่วงล่างด้านหลังที่ให้ตัวน้อย คนชอบรถนุ่มๆ อาจมีบ่น แต่สำหรับผมเฉยๆ เพราะคงไม่มีใครขับผ่านลูกระนาดตลอดทางมั้งครับ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

มาถึงเรื่องที่ลูกค้ารถไฟฟ้าให้ความสนใจไม่แพ้เรื่องอื่น นั่นก็คือระบบการชาร์จ เจ้า IONIQ 5 คันนี้รองรับการชาร์จ AC ได้สูงสุด 10.5 kW โดยระยะเวลาชาร์จจาก 0-100% ใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 6 ชั่วโมง ส่วนการชาร์จแบบกระแสตรง DC คันนี้พิเศษตรงที่ด้วยการใช้แบตเตอรี่ 800V ซึ่งมีรถไม่กี่ยี่ห้อที่ใช้ จึงสามารถอัดกำลังไฟฟ้าได้เต็มที่ถึง 350 kW ในโหมด Ultra-fast Charging โดยการชาร์จในโหมดนี้จาก 10-80% ใช้เวลาเพียงประมาณ 18 นาทีเท่านั้น! นอกจากนี้ยังมีพอร์ตสำหรับการส่งกำลังไฟฟ้าไปให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น (V2L) ได้ด้วย ส่วนเรื่องอัตราการใช้และสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าของ IONIQ 5 ผมขอติดไว้ก่อนนะครับ เนื่องจากยังไม่มีโอกาสได้ทดสอบอย่างจริงจัง ไว้มีโอกาสจะนำรถมาทดสอบเรื่องนี้อีกครั้งครับ   

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

ผมขอสรุปสั้นๆ จากการไปขับเจ้า Hyundai IONIQ 5 First Edition มาในครั้งนี้ว่า มันเป็นรถพลังงานไฟฟ้าที่ขับดีมากๆ คันหนึ่ง เป็นรถที่ขับสบายทั้งในจราจรหนาแน่นและขับทางไกล ซึ่งโดยส่วนตัวผมตั้งระบบ i-PEDAL ไว้ที่เลข 1 มันจะให้การหน่วงกำลังดีเมื่อถอนเท้าจากคันเร่งโดยที่ไม่หน่วงจนหนืดเกินไป ขับทางไกลเมื่อถอนเท้าจากคันเร่งก็จะช่วยชะลอรถลงได้ระดับหนึ่งไม่ไหลลื่นจนเกินไปเช่นกัน อัตราเร่งมีให้ใช้ตลอดเวลาแม้จะอยู่ในโหมด Normal ซึ่งก็เพียงพอครอบคลุมการใช้งานทั่วไปดีอยู่แล้ว แต่หากอยากสนุกมากขึ้นก็เข้าโหมด Sport แต่ก็ต้องแลกการการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าซึ่งจะส่งผลให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

ถามว่าพละกำลัง 217 แรงม้ามันน้อยไปหรือไม่? ถ้าคุณเป็นคนบ้าตัวเลขแรงม้าหรือเอาไว้ขิงใส่ใครก็ดูว่าน้อยกว่าคู่แข่งสัญชาติจีนหลายคัน แต่สำหรับผมความแรงแค่นี้ถือว่าเพียงพอแล้วครับ แล้วก็ไม่ใช่ว่ามันไม่แรง เพราะเหยียบเพลินๆ สูดหายใจเข้ายังไม่ทันสุด ความเร็วขึ้นไป 160 กม./ชม. แล้ว อารมณ์การขับขี่ผมว่ามันแน่นๆ ตึ้บๆ เหมือนรถยุโรปดี ฟังก์ชั่นต่างๆ ภายในรถใช้งานง่ายไม่ต้องเรียนรู้นาน แต่การขับในจราจรติดขัดที่บางคนอาจต้องการมุดไปมุดมาเปลี่ยนเลนบ่อยในจังหวะขลุกขลิก ก็อาจทำได้ไม่คล่องตัวนักด้วยขนาดของตัวรถที่ค่อนข้างใหญ่โดยเฉพาะความกว้าง

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

ส่วนในตำแหน่งคนนั่งเบาะหลังผมบอกได้เลยว่าถ้าคุณไม่ได้คาดหวังว่ามันจะต้องนุ่มนวลสุดๆ เงียบสุดๆ เจ้า IONIQ 5 เป็นรถที่สามารถซื้อไว้เป็นรถที่มีคนขับแล้วคุณเป็นเจ้านายข้างหลังได้เลยครับ เพราะอย่างที่บอกไว้ว่ามันเป็นรถที่พื้นที่ด้านหลังนั่งสบายมาก ปรับเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าเลื่อนไปด้านหน้าสุด ปรับเบาะหลังเลื่อนไปหลังสุด ปรับพนักพิงเบาะหลังเอนไปด้านหลังสุด ให้คุณมีส่วนสูงสัก 180 ซม. คุณนั่งกึ่งนอนยืดขาสบายเลยครับ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ พร้อมกันสองคน ใส่เบาะเด็กสองตัวซ้าย-ขวา ตรงกลางมีที่เหลือให้พี่เลี้ยงนั่งได้ครับ

รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี, รีวิวแบบโคตรละเอียด!! Hyundai IONIQ 5 รถไฟฟ้าสัญชาติเกาหลี

เรื่องราคา Hyundai IONIQ 5 First Edition ถูกตั้งไว้ที่ 2,399,000 บาท ส่วนรุ่นเริ่มต้นอย่าง IONIQ 5 Premium อยู่ที่ 1,699,000 บาท ส่วนในเรื่องของแคมเปญบริการหลังการขายของ Hyundai IONIQ 5 ก็น่าสนใจไม่น้อย ทั้งฟรีค่าแรงเช็คระยะครั้งที่ 1-10 ตามตารางบำรุงรักษา รับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงสูง 8 ปี หรือ 160,000 กม. รับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. แต่ที่ผมชอบมากก็คือ ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมค่าแรงติดตั้ง ทั้งนี้ขึ้นกับเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด และที่สำคัญมีบริการ V2V (ชาร์จรับกระแสไฟฟ้าจากรถไฟฟ้าอีกคัน) หมายถึงบริการชาร์จไฟฟ้าให้ในกรณีที่รถไปแบตเตอรี่หมดกลางทางในเขตกรุงเทพฯ เป็นจำนวน 2 ครั้งต่อปีเป็นระยะเวลา 5 ปี

ถ้าถามผมว่าหลังจากขับเจ้า Hyundai IONIQ 5 First Edition คันนี้แล้วชอบมั้ย เอาจริงๆ ผมชอบรูปร่างหน้าตามันตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นแล้วครับ บางคนว่ามันล้ำไม่พอ แต่สำหรับผมประมาณนี้แหละกำลังดี ขับก็ดี แรงกำลังดี จะแรงกว่านี้ไปทำไม ค่าตัวสูงไปหน่อย แต่ถ้าเงินสองล้านกว่าๆ ไม่ใช่ปัญหา ซื้อครับ รออะไร

cazanova_logo_Favicon

บริษัท พีทู ไอเดียส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่)
228/245 ถ.ร่วมมิตรพัฒนา แขวงท่าแร้ง
เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี : 0125558016654

© 2023 CARZANOVA:เว็บซ่าส์เรื่องยานยนต์ All Rights Reserved. Designed By P2 IDEAS

WordPress Ads
Are you sure want to unlock this post?
Unlock left : 0
Are you sure want to cancel subscription?
-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00