Sunday 25, February, 2024
Home » 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

by admin
0 comment

ใครอยากทราบว่ารถยนต์แห่งอนาคตของนิสสันจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ใช้เทคโนโลยีอะไร ผมพามาดูที่งาน Japan Mobility Show ซึ่งก็คือโฉมใหม่ของงาน Tokyo Motor Show หนึ่งงานโชว์รถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยปีนี้กลับมาจัดเต็มรูปแบบอีกครั้งที่กรุงโตเกียวระหว่าง 26 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน ซึ่งแบรนด์นิสสันสร้างปรากฎการณ์ความตื่นเต้นในงานนี้ออกมาเป็นซีรี่ส์ ผ่านรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า ที่รวมไอเดียแหวกแนว จากการสร้างตัวละครในรูปแบบอนิเมะมาสื่อถึงจุดเด่นของรถแต่ละรุ่นที่สอดคล้องกับไฟล์สไตล์ของคนแต่ละกลุ่ม

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

โดยรถต้นแบบหรือคอนเซปต์คาร์ที่นิสสันเผยโฉมมี 5 รุ่น ได้แก่ นิสสัน ไฮเปอร์ เออร์เบิน(Nissan Hyper Urban), นิสสัน ไฮเปอร์ แอดเวนเจอร์(Nissan Hyper Adventure), นิสสัน ไฮเปอร์ ทัวเรอร์(Nissan Hyper Tourer), นิสสัน ไฮเปอร์ พังก์ (Nissan Hyper Punk) และล่าสุดเพิ่งเปิดตัวในงานกับ นิสสัน ไฮเปอร์ ฟอร์ซ (Nissan Hyper Force)

ชื่อรุ่นในซีรี่ส์นี้ ขึ้นต้นด้วยคำว่า ไฮเปอร์ เพื่อแสดงถึงความตื่นเต้นเร้าใจที่มากยิ่งกว่า แต่ละแนวคิดออกแบบมาให้มีคุณสมบัติที่เพิ่มมูลค่าให้แก่ลูกค้าแต่ละกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของผู้ใช้แต่ละคน ช่วยให้ลูกค้าสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกโดยไม่กระทบต่อวิถีชีวิตหรือความสนุกสนานของการใช้รถยนต์

Nissan Hyper Urban

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

คันแรกของซีรี่ส์นี้ ได้แก่ นิสสัน ไฮเปอร์ เออร์เบิน ออกแบบมาสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีรสนิยมซับซ้อนและให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมรถต้นแบบรุ่นนี้มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น โฉบเฉี่ยว ตัวถังภายนอกสีเหลืองมะนาวสามารถเปลี่ยนเฉดสีได้ขึ้นอยู่กับมุมที่แสงที่มาตกกระทบ

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

นิสสัน ไฮเปอร์ เออร์เบิน มีระบบการถ่ายเทพลังงานไฟฟ้าจากรถยนต์สู่ที่พักอาศัยหรือ Vehicle to Home (V2H) ช่วยประหยัดการใช้พลังงาน และระบบการถ่ายเทพลังงานระหว่างยานยนต์ไฟฟ้ากับโครงข่ายไฟฟ้า (Vehicle-to-Grid หรือ V2G) ที่สร้างความยั่งยืนในโครงข่ายไฟฟ้า ช่วยให้มีการจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพ  

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้กลมกลืนกับพื้นที่อยู่อาศัยในเมือง เมื่อจอดไว้ภายในอพาร์ทเมนต์หรือที่พักอาศัย พื้นที่ภายในรถสามารถกลายเป็นพื้นที่ใช้สอยเพื่อการผ่อนคลายได้ทันที

Nissan Hyper Adventure

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

รถต้นแบบคันนี้สำหรับคนที่ชอบใช้ชีวิตกลางแจ้ง โดย นิสสัน ไฮเปอร์ แอดเวนเจอร์ เป็นรถเอสยูวีแบบสปอร์ตที่มีเทคโนโลยี V2X หรือเทคโนโลยีการจ่ายไฟให้กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหลาย รวมถึงมีแบตเตอรี่ความจุสูงที่เป็นแหล่งพลังงานได้ถึงสองเท่า ช่วยให้ความสว่าง ณ จุดตั้งแคมป์ หรือชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เจ็ตสกีไฟฟ้า ได้ รวมทั้งมีระบบ V2H และระบบ V2G เช่นกัน 

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมการขับขี่e-4ORCE ช่วยควบคุมล้อทั้งสี่ได้อย่างแม่นยำจึงขับขี่บนเส้นทางทุรกันดารเช่น บุกหิมะ ลุยโคลนในป่าฝน ฯลฯ ได้อย่างราบรื่น ปลอดภัย และมีสไตล์ 

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

ภายในมีพื้นที่เก็บสัมภาระสำหรับอุปกรณ์กลางแจ้ง เช่น เต็นท์ สกี หรือแม้แต่เรือคายัค เบาะนั่งด้านหลังหมุนไปด้านหลังได้ 180 องศาเพิ่มพื้นที่นั่งที่สะดวกสบาย บันไดพับได้อัตโนมัติ เหมาะกับการตั้งแคมป์ หรือนั่งชมวิวภายนอกแบบชิลๆ

Nissan Hyper Tourer

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

นิสสัน ไฮเปอร์ ทัวเรอร์รถต้นแบบคันที่ 3 ของซีรี่ส์นี้เป็นมินิแวนไฟฟ้าในดีไซน์ทันสมัยและพรีเมียม ที่ผสานห้องนั่งเล่นสุดหรูเข้ากับความสะดวกของรถตู้ เหมาะสำหรับทั้งการเดินทางพักผ่อนและธุรกิจ เบาะหน้าหมุนได้ 360 องศาให้ผู้โดยสารตอนหน้าและหลังคุยกันได้สะดวก

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการรวมชิ้นส่วนขนาดเล็กและแบตเตอรี่แบบ solid-state ช่วยประหยัดพื้นที่ ทำให้ห้องโดยสารกว้างขึ้น จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำเป็นพิเศษ และที่สำคัญระบบควบคุมการขับขี่ e-4ORCE ช่วยควบคุมล้อทั้งสี่ได้อย่างแม่นยำ จอแสดงผลแบบสวมใส่ (wearable display) ช่วยให้ผู้โดยสารตอนหลังดูและใช้งานระบบนำทางและควบคุมเครื่องเสียงบนจอแสดงผลตรงกลางเบาะหน้าได้

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

นอกจากนี้ ระบบ AI สามารถตรวจจับข้อมูลแบบไบโอเมตริค (biometrics) อาทิ คลื่นสมอง อัตราการเต้นของหัวใจ การหายใจ และเหงื่อ พร้อมเลือกเพลงอัตโนมัติและปรับแสงสว่างในห้องโดยสารให้เหมาะกับอารมณ์ในช่วงนั้น

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

Nissan Hyper Punk

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

ปิดท้ายคันที่ 4  คือ นิสสัน ไฮเปอร์ พังก์ รถยนต์ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ออกแบบมาให้เป็นเหมือนสตูดิโอเคลื่อนที่ สำหรับผู้สร้างคอนเทนต์ อินฟลูเอนเซอร์ ศิลปิน รวมถึงคนมีสไตล์และหลงใหลในนวัตกรรม พร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจด้วยการผสานโลกดิจิทัลและศิลปะเข้าด้วยกัน อาทิ กล้องบนรถสามารถจับภาพทิวทัศน์รอบๆ รถ และใช้ AI เพื่อแปลงเป็นทิวทัศน์สไตล์มังงะหรือรูปแบบกราฟิกตามความต้องการ จากนั้นภาพดังกล่าวจะถูกฉายบนจอแสดงผลสามจอที่จัดวางรอบๆ ผู้ขับขี่ ทำให้เกิดพื้นที่ที่ความเป็นจริงและโลกเสมือนถูกหลอมรวมเข้าด้วยกัน 

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

หัวใจหลักของมันคือระบบส่งกำลังไฟฟ้าทั้งหมดที่มีเอาท์พุตสูง พร้อมด้วยแบตเตอรี่โซลิดสเตตทั้งหมดที่มีความสมดุลด้านน้ำหนักอย่างเหมาะสม ซึ่งสามารถผลิตเอาท์พุตได้สูงถึง 1,341 แรงม้า พร้อมอัตราเร่งที่แม่นยำและรวดเร็ว ดาวน์ฟอร์ซอันทรงพลัง รูปแบบขั้นสูงของเทคโนโลยีการควบคุมระบบขับเคลื่อน e-4ORCE ของนิสสัน บวกกับตัวถังน้ำหนักเบาที่ทำจากคาร์บอนที่มีความแข็งแรงสูง รับประกันการควบคุมการขับขี่ที่ดีขึ้น พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมทั้งบนท้อง และในสนามแข่ง

Nissan Hyper Force

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

นอกจากนี้ ยังมีระบบ V2X ช่วยเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ และเครื่องมือสร้างสรรค์ผลงาน ช่วยให้ใช้ข้อมูลหรือออกแบบผลงานได้ทุกที่ทุกเวลา ส่วน AI และไบโอเซนเซอร์ตรงพนักพิงศีรษะที่สามารถตรวจจับอารมณ์ของผู้ขับขี่และเลือกเพลงและแสงที่เหมาะสมได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยเสริมพลังและความคิดสร้างสรรค์ของผู้ขับขี่

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

ถือเป็นตอนจบของซีรีส์นวัตกรรมรถแนวคิด “ไฮเปอร์” ทั้ง 5 คัน ด้วยการเปิดตัวแนวคิดรถไฟฟ้าทุกสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม จนถึงงาน ซึ่งนิสสันได้แสดงความสามารถในการมองเห็นความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในอนาคตที่หลากหลาย ยกระดับชีวิตของผู้คนด้วยนวัตกรรม และความตื่นเต้น

สำหรับ Hyper Force เป็นซุปเปอร์คาร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่มุ่งหวังจะมอบความพึงพอใจในการขับขี่ขั้นสูงสุด ขณะเดียวกันก็มอบประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสูงและความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในแต่ละวัน

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

แนวคิดนี้มีโหมดการขับขี่สองโหมด ได้แก่ “R” (การแข่งรถ) และ “GT” (แกรนด์ทัวริ่ง) ส่วนต่อประสานกราฟิกกับผู้ใช้จะเปลี่ยนสีและการแสดงผลตามโหมด และได้รับการออกแบบให้แสดงข้อมูลที่จำเป็นที่สุดสำหรับผู้ขับขี่ทันทีโดยสอดคล้องกับสถานการณ์การขับขี่ กราฟิกเหล่านี้เป็นผลมาจากความร่วมมือกับ Polyphony Digital Inc.

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

ในโหมด R ห้องโดยสารจะส่องสว่างเป็นสีแดงและสร้างห้องนักบินที่ใช้งานง่ายโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่คนขับเพื่อรองรับสมาธิ แผงบนแผงหน้าปัดขยายออกไปบริเวณที่นั่งเพื่อเพิ่มความรู้สึกของห้องคนขับที่อยู่รอบๆ คนขับ ในขณะเดียวกัน หน้าจอดาวเทียมสี่จอรอบๆ พวงมาลัยจะแสดงการจับยางและอุณหภูมิ ความดันอากาศ อุณหภูมิของจานเบรก การกระจายกำลัง และข้อมูลอื่นๆ ที่ทรงคุณค่าสำหรับการแข่งรถ

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

ในโหมด GT ห้องโดยสารจะส่องสว่างเป็นสีน้ำเงินและหน้าจอที่อยู่รอบพวงมาลัยจะเคลื่อนออกไปและรวมเข้าด้วยกัน มอบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำด้วยอินเทอร์เฟซระบบอินโฟเทนเมนต์ที่เรียบง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงการตั้งค่าเครื่องปรับอากาศ เครื่องเสียง ระบบกันสะเทือน และระบบกันโคลง เพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบาย ระบบกันสะเทือนและเหล็กกันโคลงได้รับการออกแบบให้เป็นรายแรกของโลกที่สามารถสั่งการบนหน้าจอได้อย่างง่ายดายขณะขับขี่*

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

การออกแบบภายนอกเป็นการผสมผสานระหว่างส่วนโค้งเพรียวบางที่ผสานกันอย่างลงตัวกับรูปทรงที่มีสมรรถนะตามหลักอากาศพลศาสตร์สูง ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกับทีมแข่ง NISMO เพื่อสร้างดาวน์ฟอร์ซอันทรงพลัง โครงสร้างแอโรไดนามิกสองชั้นใต้ฝากระโปรงหน้าให้ทั้งแรงกดที่แข็งแกร่งและประสิทธิภาพการระบายความร้อนสูง ในขณะเดียวกัน ดิฟฟิวเซอร์ด้านหลังแบบสองระดับ จะควบคุมการไหลเวียนของอากาศได้อย่างเหมาะสมที่สุด โดยมีฟังก์ชันแอโรว์แบบแอกทีฟที่มีเอกลักษณ์ ในขณะที่องค์ประกอบโดยรวมจะช่วยเพิ่มการยึดเกาะ และลดการยกตัวของล้อด้านในระหว่างการเข้าโค้ง ล้อที่คาร์บอนฟอร์จน้ำหนักเบาช่วยเสริมอากาศพลศาสตร์ และช่วยการระบายความร้อนของเบรก

เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าทำจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาและมีความแข็งแกร่งสูง ช่วยให้ขับขี่ทางไกลได้สบาย พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบสี่จุด

ความปลอดภัยมีบทบาทสำคัญในสมการของรถแนวคิดนี้ ด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติขั้นสูงพร้อม Hyper LIDAR และเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ปรับแต่งมาสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต ยานพาหนะได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยระดับสูงทั้งบนถนนสาธารณะและในสนามแข่ง

Nissan Hyper Force คือประสบการณ์ความเป็นจริงเสริม (AR) และความเป็นจริงเสมือน (VR) ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ช่วยให้การขับขี่ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนจริงเป็นไปอย่างราบรื่น เมื่อรถหยุด ผู้ขับขี่สามารถใช้หมวกกันน็อคแบบพิเศษที่มีกระบังหน้าสำหรับ VR ที่ช่วยให้เข้าสู่ประสบการณ์การขับขี่แบบเกม พร้อมด้วยโหมดที่ช่วยให้สามารถแข่งกับเวลาหรือนักแข่งออนไลน์ได้

Nissan Hyper Force ถือเป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของลูกค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สมรรถนะที่ใช้พลังงานไฟฟ้า และอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ล้ำสมัย แนวคิดนี้จึงเป็นวิสัยทัศน์ของนิสสันสำหรับซุปเปอร์คาร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงเจเนอเรชั่นถัดไป

สำหรับรถต้นแบบทุกคันของนิสสันที่มาโชว์ในงาน Japan Mobility Show 2023 สะท้อนวิสัยทัศน์ของนิสสันที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในวงการรถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มศักยภาพของการเดินทางและการอยู่ร่วมในสังคม ตลอดจนการออกแบบที่สอดรับกับสิ่งแวดล้อม สังคม และคนรุ่นใหม่ในอนาคต

ส่วนตัวบูทของนิสสันเองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ด้วยการออกแบบให้มีชีวิตชีวาผ่านการแสดงภาพที่สื่ออารมณ์ กิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ และการผสมผสานโลกเสมือนจริงและโลกแห่งความจริงเข้าด้วยกัน ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสกับการจำลองการขับขี่แบบ e-4ORCE ที่ควบคุมล้อทั้งสี่เพื่อให้การเคลื่อนที่และเบรกของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเป็นไปอย่างนุ่มนวลและมั่นคง รวมถึงร่วมถ่ายแบบเซลฟี่กับเครื่องจำลองอัตราเร่งสุดตื่นเต้นจากรถยนต์ Formula-E

5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show, 5 ต้นแบบรถไฟฟ้าสุดเท่ ของนิสสันในงาน Japan Mobility Show   

นอกเหนือจากรถยนต์ต้นแบบแล้ว ที่บูทนิสสันยังจัดแสดงรถยนต์รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 90 ปีที่มีการตกแต่งเป็นพิเศษที่กระจังหน้าและกระจกข้างด้วยสีทองแดง มาพร้อมล้ออลูมิเนียมและวัสดุหุ้มเบาะพิเศษ  รวมถึงรถยนต์หลากหลายรุ่น เช่น นิสสัน อาริยะ, นิสสันจีที-อาร์ นิสโม รุ่นตกแต่งพิเศษ, นิสสัน แซด นิสโม  นิสสัน สกายไลน์ นิสโม และรถแข่งฟอร์มูล่า อี ทีมนิสโม

cazanova_logo_Favicon

บริษัท พีทู ไอเดียส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่)
228/245 ถ.ร่วมมิตรพัฒนา แขวงท่าแร้ง
เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี : 0125558016654

© 2023 CARZANOVA:เว็บซ่าส์เรื่องยานยนต์ All Rights Reserved. Designed By P2 IDEAS

Are you sure want to unlock this post?
Unlock left : 0
Are you sure want to cancel subscription?
-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00