Wednesday 24, April, 2024
Home » รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม.

รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม.

by admin
0 comment

พูดถึงกันมานาน ในที่สุดก็เข้ามาทำตลาดซะทีกับ MG4 รุ่น XPOWER แฮทช์แบคพลังงานไฟฟ้าเวอร์ชั่นตัวแรงที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ จากขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ให้พละกำลังสูงสุด 435 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0 -100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 3.8 วินาที โดยตัวที่เราได้ลองขับนั้น เป็นตัวโปรดักชั่นแล้ว แต่น่าเสียดายที่ราคาเราจะได้ไปรู้กันที่งานบางกอกอินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม., รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม.
MG4 รุ่น XPOWER

MG4 ELECTRIC ถือเป็นโกลบอลอีวีของ เอ็มจี ที่ประสบความสำเร็จโดยได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ใช้อีวีทั่วโลก ด้วยรางวัลโมเดลยอดเยี่ยมแห่งปีทั้งในและต่างประเทศ สามารถสร้างยอดขายรวมที่มีมากถึงกว่า 140,000 คัน ครอบคลุมทั้งในตลาดยุโรป ออสเตรเลีย รวมถึงประเทศไทย ซึ่งทำยอดขายรวมมากกว่า 7,000 คัน

รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม., รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม.

MG4 XPOWER ถูกพัฒนาบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ซึ่งเป็นนวัตกรรมแพลทฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ความเหนือชั้นของตัว XPOWER ที่เหนือกว่ารุ่นธรรดานั้นก็คือ ตัว XPOWER จะเป็นรถอีวีสมรรถนะสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มากับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ซึ่งมอเตอร์แต่ละตัวทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อหน้า และล้อหลังแยกกันไป โดยให้พละกำลังสูงสุดมาถึง 435 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 3.8 วินาที ซึ่งถ้าเทียบกับ MG4 ตัวธรรมดา ขับเคลื่อนล้อหลังนั้นจะให้พละกำลังสูงสุดเพียงแค่ 170  แรงม้า และแรงบิดสูงสุดเพียง 250 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 7.7 วินาที

ดูจากสเปคแล้วจะเห็นสมรรถนะความแรงที่แตกต่างกันอยู่พอสมควร ซึ่งจากการได้ทดลองขับในสนามพีระ เซอร์กิตฯ ต้องบอกว่าแค่เห็นตัวเลขอาจจะไม่ร้องว๊าวเท่าไหร่ แต่พอได้เหยียบคันเร่งเท่านั้นแหล่ะ บอกได้เลยไม่รู้จะใช้เสียงกรี๊ดหรือเสียงตะโกนที่บ่งบอกถึงความแรงแบบไหนดี เพราะจุดที่ให้ลองอัตราเร่ง 0-100 นั้น คือทางตรงตรงกริดสตาร์ท ทันทีที่กระทืบคันเร่งลงไป ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดี มีคอเคล็ดแน่ๆ เพราะแรงกระชากออกจากจุดหยุดนิ่งมันรุนแรงเหลือเกิน มอเตอร์คู่ที่ตะกุยพร้อมกันทั้งหน้าหลัง บวกกับยางบริดสโตนที่เป็นยางสำหรับรถอีวีโดยเฉพาะ มันสามารถถ่ายทอดกำลังลงสู่พื้นได้แบบสุดๆ จริงๆ

รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม., รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม.

แต่จะพูดเรื่องความแรงแค่นี้อาจไม่เห็นภาพพอ ผมขอฉายภาพต่อแล้วกัน ซึ่งถ้าใครเคยขับรถในสนามพีระฯ จะรู้ว่าหลังจากผ่านโค้งหนึ่ง จะเป็นช่วงขึ้นเขาชัน เอาซิ!! ต่อมอยากลองของมันมาแล้วว่าเจ้า XPOWER จะยังแรงอยู่ไหม เพราะอย่างรถแข่งไม่ว่าจะเครื่องเบนซิน 1.5 หรือ 1.6 หรือจะเป็นดีเซล 2,.4 เทอร์โบ ขับเข้าโค้งนี้มาแบบเนียน กดคันเร่งแบบจุ่ม 100% รถก็จะมีอาการอืดๆ ให้เห็นอยู่บ้าง แต่พอเป็นเจ้า XPOWER มันพุ่งปรี๊ดอย่างกับไม่ใช่ทางขึ้นคงขึ้นเขาอะไรเลย เพราะฉะนั้นเรื่องสมรรถนะความแรงบอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา  

รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม., รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม.
รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม., รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม.

คราวนี้มาที่เรื่องเทคโนโลยีแบตเตอรี่กันบ้าง (Rubik’s Cube Battery) ที่มีขนาดความจุมากขึ้นจาก 51 kWh เป็น 64 kWh ทำให้ MG XPOWER สามารถวิ่งในระยะทางได้ไกลขึ้นกว่าตัวเดิมจาก 425 เป็น 480 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) พร้อมกันนี้ในส่วนของการกระจายน้ำหนักที่เป็นจุดเด่นเดิมของ MG4 ตัวธรรมดานั้น พอมาในตัว XPOWER การกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 พร้อมตัวถังมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) ก็ยังคงอยู่ บวกกับช่วงล่างที่ได้รับการปรับเซ็ตมาใหม่ โดยด้านหน้ายังคงเป็นแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังอิสระแบบ 5-Link Suspension พร้อมทั้งเปลี่ยนล้อจากตัวเดิมที่ใช้ขนาด 215/50 R17 มาเป็นขนาด 235/45 R18

รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม., รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม.
ล้อ 235/45 R18

โดยฟิลลิ่งของช่วงล่าง ต้องถือว่าเป็นรถจีนที่เซ็ตอัพช่วงล่างได้ดีที่สุดตั้งแต่ผมขับรถจีนมา วิ่งทางเรียบใช้งานในเมือง ช่วงล่างหนึบแต่ไม่สะเทือน ส่วนวิ่งเร็วๆ เน้นเข้าโค้งแรงๆ ตรงนี้บอกเลยว่า XPOWER เค้าเลิศมาก เทียบให้เข้าใจง่ายๆ อย่างนี้แล้วกันครับ สำหรับความเร็วในช่วงเข้าโค้งหลังเขาในสนามพีระฯ สำหรับรถแข่งเซ็ตช่วงล่างดีๆ ความเร็วเข้าโค้งนี้ก็จะอยู่ประมาณ 60 กม.หน่อยๆ ซึ่งเจ้า XPOWER ก็ทำความเร็วในการเข้าโค้งนี้ได้ระดับเดียวกัน แค่นี้คงพอมองภาพออกนะครับ ทั้งนี้เหตุผลที่นอกจากช่วงล่างที่ได้อัพเกรดมาใหม่แล้ว เรื่องของการ Transfer ถ่ายทอดกำลังระหว่างล้อหน้ากับล้อหลังเวลาเข้าโค้ง ยิ่งทำให้รถคันนี้ขับง่ายและสนุก เพราะถึงแม้ว่ารถคันนี้จะเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่เวลาเข้าโค้งอาการจะไม่เหมือนรถขับเคลื่อน 4 ล้อซะทีเดียว เพราะเค้าออกแบบให้ช่วงที่เข้าโค้งตอนแรก ระบบจะถ่ายทอดกำลังมาที่ล้อหลังมากกว่า ให้เป็นรถสไตล์ขับหลัง แต่พอเข้าโค้งไปซักนิดนึง ระบบถึงจะ Transfer กำลังกลับมาที่ล้อทั้ง 4 เหมือนเดิม ซึ่งจะทำให้รถเลี้ยวจิกโค้งได้ดี และมีกำลังออกจากโค้งได้ดีนั่นเอง นอกจากนี้ยังพิ่มเติมระบบ One Pedal ที่ช่วยให้ง่ายหากใครใช้งานคล่องๆ ส่วนระบบความปลอดภัยมีระดับมาตรฐาน ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ครอบคลุม 23 ระบบ

รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม., รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม.

ส่วนรูปร่างภายนอก มองปร๊าดเดียวก็รู้เลยว่านี่เป็นรุ่น XPOWER เพราะตัวถังจะมาพร้อมสีใหม่สีเขียว (Wild Hunter Green) พร้อมด้วยหลังคาแบบทูโทน (Blacktop) ด้านกระจกฝาท้าย สังเกตดีๆ จะมีที่ปัดน้ำฝนหลังมาให้แล้ว ล้ออัลลอยด์อย่างที่บอกเพิ่มขนาดเป็น 18 นิ้ว แต่ก็ยังเล็กกว่ารถจีนค่ายอื่นที่เค้าขยับไปขอบ 19 กันแล้ว นอกจากนี้เมื่อมองทะลุล้อแม็กเข้าไปก็จะเจอกับฝาครอบ (ย้ำนะครับว่าฝาครอบ) คาลิปเปอร์เบรกสีส้ม ซึ่งเอาจริงๆ ตรงนี้น่าจะใช้คาลิปเปอร์พวก 6 พอร์ทแท้ๆ มาใส่จะดีมากกว่า เพราะเอาจริงๆ เท่าที่ได้ลองขับแบบหวดเต็มๆ ในสนามพีระฯ สัมผัสได้ถึงเบรกที่ถ้าขับหลายรอบกว่านี้ หรือใครที่ซื้อไปแล้วขับโหดๆ ดูเหมือนชุดเบรกตัวนี้จะเหมือนไม่เพียงพอ ดีที่ยังได้เพิ่มระบบ One Paddle ใส่เพิ่มเข้ามา ทำให้ช่วยลดภาระเบรกได้มากขึ้น ก็พอได้ แต่หากใครไม่ใชอบใช้เจ้า One Paddle ตรงนี้ก็ต้องระวังเรื่องเบรกหน่อย ถอยไปอาจต้องไปหาผ้าเบรกเกรดดีๆ อัพเพิ่มอีกนิด ผมว่าขับมั่นใจขึ้นเยอะเลย

รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม., รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม.

ปิดท้ายกันที่ภายในห้องโดยสาร จุดนี้น่าเสียดายที่เจ้า XPOWER ใส่รายละเอียดที่บ่งบอกตัวตนความเป็นตัว Performance น้อยไปซะหน่อย เน้นแค่ภายในสีดำเสริมความสปอร์ตพรีเมียมด้วยวัสดุหุ้มเบาะที่ผสมผสานระหว่างหนังสังเคราะห์และหนังอัลคันทาร่า (Alcantara) และที่สำคัญในรุ่นนี้มีมือจับบนหลังคาแล้วนะครับ แต่ที่ขาดไปหน่อยก็เบาะนั่ง และพวงมาลัยที่น่าจะมีสัญลักษณ์ XPOWER

รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม., รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม.
ภายในห้องโดยสาร
รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม., รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม.
เบาะหนังสังเคราะห์และหนังอัลคันทาร่า (Alcantara)
รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม., รีวิว!! MG4 XPOWER เวอร์ชั่นตัวแรง วิ่งได้ไกล 480 กม.

ส่วนราคาต้องรอลุ้นกันอีกทีว่าจะข้ามล้านไปเท่าไหร่ แต่สำหรับผมได้ลองขับมาถึงตรงนี้ บอกได้เลยว่า นอกจากจะเห็นรถไว้ขับใช้งานแล้ว ยังเห็นของเล่นชิ้นใหม่ ที่จะเอาไปขับในสนามวันว่างๆ สุดสัปดาห์ให้หายคันไม้คันมือ

cazanova_logo_Favicon

บริษัท พีทู ไอเดียส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่)
228/245 ถ.ร่วมมิตรพัฒนา แขวงท่าแร้ง
เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี : 0125558016654

© 2023 CARZANOVA:เว็บซ่าส์เรื่องยานยนต์ All Rights Reserved. Designed By P2 IDEAS

WordPress Ads
Are you sure want to unlock this post?
Unlock left : 0
Are you sure want to cancel subscription?
-
00:00
00:00
Update Required Flash plugin
-
00:00
00:00